ข่าวสดวันนี้ เลือกตั้ง62

อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง !

Home / รายงานพิเศษ / อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง !

เวทีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองคนรุ่นใหม่เปลี่ยนอนาคตการเมืองไทยมั่นใจมีทางออกตั้งรัฐบาลใหม่ แนะเร่งแก้ความเหลื่อมล้ำ

วันที่ 5 เมษายน 2562 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดงาน “วันสัญญา ธรรมศักดิ์” ประจำปี 2562  เพื่อรำลึกถึงคุณูปการ ศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์  และมอบรางวัลนักศึกษาด้านกฎหมายดีเด่น ประจำปี 2562 มุ่งยึดแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติงาน พร้อมเปิดเวทีเสวนา “อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง”  ผศ.ดร.ปริญญา  เทวานฤมิตรกุล เชื่อสังคมไทยยังไม่ถึงทางตัน แต่กกต.ต้องเที่ยงธรรม ชี้เสียงคนรุ่นใหม่สร้าง ‘Smart Democracy’ ด้านอาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาฯ ห่วงเลือกนายกรัฐมนตรีไม่ทันการทำหน้าที่ประธานอาเซียน และเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าแนะรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและความยุติธรรม

สัญญา ธรรมศักดิ์
พิธีวางพานพุ่มเพื่อรำลึกถึงเกียรติคุณศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์

โดยในช่วงเช้ามีพิธีวางพานพุ่มเพื่อรำลึกถึงเกียรติคุณศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์  อดีตประธานองคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานศาลฏีกา และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ณ ลานอนุสาวรีย์ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ มธ.ศูนย์รังสิต โดยมี รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมด้วยผู้นำองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดยในปีนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลนักศึกษากฎหมายดีเด่นได้แก่ น.ส.กนกรัตน์ ธรรมพนิชวัฒน์  เกียรตินิยมอันดับ 1 ากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักศึกษาที่ได้รับเกียรติบัตร ได้แก่ น.ส.ปิยากร เลี่ยนกัตวา  จากคณะนิติศาสตร์ มธ.  และนายปารเมศ เทพรักษ์ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง  พร้อมด้วยรางวัลเรียนดี “ธรรมศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์”  ได้แก่ นายพชร วัฒนสกลพันธุ์  ได้คะแนนสูงสุด 87.93 %  นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี

อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง
เวทีเสวนาพิเศษ “อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง”

นอกจากนี้ภายในงานยังได้จัดเวทีเสวนาพิเศษ “อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้ง” ณ ห้อง SC 3005 ชั้น 3 อาคารเรียนรวมกลุ่มสังคมศาสตร์ โดย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มองว่า การเมืองไทยในขณะนี้ยังไม่ถึงทางตัน แต่ทุกคนควรเดินหน้าตามกติการะบอบประชาธิปไตย เคารพใน 1 สิทธิ 1 เสียงเท่ากัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่จำนวนมากออกมาลงคะแนนอย่างเสรี เรียกว่าเป็นยุค Smart Democracy อย่างแท้จริง

 ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.ปริญญา แสดงความเป็นห่วงวิธีการคำนวณผลคะแนนจากการเลือกตั้ง เพราะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลแต่ละฝ่าย ดังนั้น แนวทางของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จึงต้องมีความเที่ยงธรรม ไม่เลือกเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า อนาคตการเมืองไทยยังคงมีปัญหาเสถียรภาพและความไม่แน่นอน ภาวะสุญญากาศที่ยืดเยื้อไปถึงเดือนมิถุนายน 2562 จะไม่เป็นผลดีต่อการเป็นประธานการประชุมอาเซียน และตัวแทนประชุม G20 ซึ่งนานาชาติต้องการเห็นผู้นำไทยที่ไม่ได้มาจากการรัฐประหาร

ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข
ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

“ทุกคนไม่อยากเห็นการเมืองย้อนอดีตเหมือนเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และพฤษภาคม 2535 จึงอยากให้มองการเมืองด้วยความหวัง อดทนและมีอนาคตเสมอ เพราะขณะนี้เราเห็นด้านบวกคือความตื่นตัวของคนรุ่นใหม่และคนในชนบท ส่วนใหญ่ก้าวข้ามปัญหาสีเสื้อแล้ว ถึงเวลาที่ควรก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน”

ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้คือภาวะวิกฤตของคำว่า “ถูกกติกาแต่ไม่ชอบธรรม” หลักนิติรัฐ นิติธรรมอาจถูกกัดกร่อนจนมีผลเสียระยะยาวจากปัญหาต่างๆ จึงอยากเห็นทุกคนเคารพกติกา ไม่ว่าฝ่ายใดเป็นรัฐบาลแล้วต้องให้สิทธิเสรีภาพประชาชน ปล่อยกลไกตรวจสอบทำงาน และทบทวนว่าระบบบัตรลงคะแนนใบเดียวมีความเหมาะสมหรือไม่

ศ.วุฒิสาร ตันไชย
ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า

“สังคมไทยต้องมีความหวังมีอนาคตร่วมกันว่าการเลือกตั้งคือทางออกของประเทศเมื่อตั้งรัฐบาลได้แล้วสุดท้ายปลายทางคือต้องแก้ไขโครงสร้างเศรษฐกิจสังคมและกระบวนการยุติธรรมที่ยังมีความเหลื่อมล้ำ”

ประวัติสัญญา ธรรมศักดิ์

ศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 12 ของประเทศไทย ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นนักการเมือง และมิได้มุ่งหวังตำแหน่งทางการเมืองแต่อย่างใด อาชีพหลักโดยการศึกษานั้น ท่านเป็นนักกฎหมาย เคยดำรงตำแหน่งสูงสุดทางตุลาการคือ เป็นประธานศาลฎีกา และเป็นครูสอนวิชากฎหมายจนได้เป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์ และอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

แต่การเป็นนายกรัฐมนตรีหรือหัวหน้ารัฐบาลนั้นเกิดขึ้นเสมือนอุบัติเหตุทางการเมือง เพราะเมื่อขบวนการนักศึกษาและประชาชนลุกฮือขึ้น เรียกร้องรัฐธรรมนูญและต่อต้านรัฐบาลจอมพล ถนอม กิตติขจร เมื่อวันที่ 13-14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 อันมีผลให้จอมพล ถนอม กิตติขจร ต้องลาออกจากนายกรัฐมนตรี และเดินทางออกนอกประเทศโดยทันที ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองนั้น ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี จัดการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญและนำประเทศเข้าสู่ภาวะปรกติ อันเป็นงานที่หนักมาก

ท่ามกลางการเมืองที่สับสนและวุ่นวาย นายสัญญา ธรรมศักดิ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีที่ให้เสรีภาพแก่มหาชนเป็นอย่างมาก และจัดการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2517 อันเป็นรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาสาระเป็นประชาธิปไตยมากฉบับหนึ่ง จนแล้วเสร็จ จัดการเลือกตั้งให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่เสรีได้เรียบร้อยแล้วจึงได้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยมีเสียงชมตามมาภายหลังว่าเป็นรัฐบาลที่ให้เสรีภาพแก่ประชาชนมาก และที่สำคัญประชาชน พอใจกับความซื่อสัตย์ของนายกรัฐมนตรีผู้นี้มากด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก สถาบันพระปกเกล้า