Stop Piracy : เลิกซื้อ เลิกขาย เลิกสนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

Home / รายงานพิเศษ / Stop Piracy : เลิกซื้อ เลิกขาย เลิกสนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมทรัพย์สินทางปัญญาร่วมกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ ปราบปรามเว็บละเมิดลิขสิทธิ์
  • จัดเสวนา BANGKOK DIGITAL CONTENT ANTI-PIRACY SUMMIT ป้องกัน และปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา  
  • งานวิจัยพบเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงอยู่ หนุนทุกภาคส่วนปิดกั้นแหล่งรายได้

การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนสื่อดิจิทัล ยิ่งเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากเท่าไร การกระทำผิดเหล่านี้ก็ยิ่งทำได้รวดเร็ว และยากที่จะเข้าไปปิดกั้นการเข้าถึง กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้ระดมความคิดเห็นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อหาทางออกของปัญหานี้ร่วมกัน

การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนสื่อดิจิทัล

โดยที่ผ่านมา การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ปรากฏบนโลกออนไลน์นั้นลุกลามไปถึงการขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หรือการนำภาพยนตร์มาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์แบบไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ทำให้การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนสื่อดิจิทัลได้ถูกมองเป็นวาระของโลกไปแล้ว เพราะปัญหานี้เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งที่ผ่านมา กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ร่วมกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดำเนินการปราบปรามและแก้ไขมาโดยตลอด

BANGKOK DIGITAL CONTENT ANTI-PIRACY SUMMIT

ซึ่งปัญหานี้ทำให้ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบ และยังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย ด้วยเหตุนี้กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้จัดเสวนาเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา BANGKOK DIGITAL CONTENT ANTI-PIRACY SUMMIT ขึ้น เพื่อหาแนวทางป้องปรามและแก้ไขปัญหาในเรื่องดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

จากการเสวนาร่วมกันในครั้งนี้ ทุกหน่วยงานต่างมีข้อคิดเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ภาครัฐและภาคเอกชนควรประสานงานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการบล็อกหรือปิดกั้นเว็บไซต์ การสืบสวน และแจ้งจับกุมผู้กระทำละเมิด

ปิดเว็บไซต์ไปแล้วราว 1,300 URL

ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา ศาลมีคำสั่งให้ปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมายไปแล้วประมาณ 1,300 URL และมีการจับกุมดำเนินคดีแล้วกว่า 200 คดี แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้หมดสิ้น ทำให้ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือในการสร้างความตระหนักรู้ ถึงอันตรายและความเสี่ยงจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในสื่อออนไลน์ให้ประชาชนได้รับรู้ เพราะถ้าไม่มีความต้องการซื้อหรือใช้ การค้าขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาหรือการละเมิดลิขสิทธิ์ทางสื่อดิจิทัลก็จะลดลงไปในที่สุด รวมถึงส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ค้าขายสินค้าหรือประกอบธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

รายชื่อเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์

ทำไมเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงอยู่

จากการศึกษาพบว่าเว็บไซต์ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีคนเข้าถึงมากที่สุด 50 อันดับแรกในประเทศไทยมีแหล่งรายได้จากค่าโฆษณาเป็นหลัก โดยใช้เครือข่ายโฆษณาเพื่อเข้าถึงผู้ลงโฆษณาทุกประเภท (ทั้งในและต่างประเทศ) ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์การพนัน เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ เว็บไซต์ลามกอนาจาร และเว็บไซต์ขายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มีการควบคุม ซึ่งทําให้การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญายังสามารถเติบโตต่อไปได้

เป็นผลให้ทางภาครัฐต้องเร่งกํากับดูแลในส่วนนี้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณจำนวนไม่น้อยในการปราบปราม สืบสวน และปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าว  การรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ทุกฝ่ายไม่สนับสนุนเว็บไซต์ละเมิดทรัพย์ทรัพย์สินทางปัญญา จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะก่อให้เกิดประสิทธิผลในระยะยาว โดยในงานเสวนาครั้งนี้ได้เน้นย้ำถึงความจําเป็นในการทํางานร่วมกันของเจ้าของลิขสิทธิ์ เจ้าของแบรนด์สินค้า และเจ้าหน้าที่รัฐที่มีหน้าที่กํากับดูแลในเรื่องดังกล่าว เพื่อลดปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนสื่อดิจิทัลให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม