เอ็นทรานซ์ วัดใจ หรือ แอดมิชชั่น ยุ่งยาก ทางเดินสู่มหาวิทยาลัยไทย

Home / สกู๊ปข่าว / เอ็นทรานซ์ วัดใจ หรือ แอดมิชชั่น ยุ่งยาก ทางเดินสู่มหาวิทยาลัยไทย

โรงเรียนกวดวิชา สั่นคลอนระบบโรงเรียน

การศึกษาของไทย ต้องมาเจอกับทางแยกอีกครั้ง หลังจากที่ระบบ แอดมิชชั่น ที่สร้างความยุ่งยากใจให้กับหลายฝ่าย ทั้งตัวนักเรียนเอง พ่อแม่ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ ตลอดจนถึงเจ้าหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการและมหาวิทยาลัย

ไม่ว่าจะเป็นยุคเริ่มต้นอย่างการใช้ GPA กับ PR กับการนำเกรดเฉลี่ยในโรงเรียนมาสมทบกับคะแนนสอบ เอ็นทรานซ์ เพื่อให้เด็กตั้งใจเรียนตลอด 3 ปีการศึกษา ไม่ใช่ไปเร่งอ่านหนังสือกวดวิชาเอากันตอนใกล้สอบทีเดียว ซึ่งผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาธิการยุคนั้นเห็นว่า ผลประโยชน์จะตกไปอยู่กับโรงเรียนกวดวิชา

ทว่า GPA? PR ก็ถูกยกเลิกไปด้วยว่านักเรียนยิ่งแห่กันไปเรียนในโรงเรียนกวดวิชาเพิ่มอีกตลอด 3 ปีในชีวิตมัธยมปลาย เพราะรู้ว่าผลการเรียนในห้องมีส่วนในการเข้ามหาวิทยาลัย ต่อมาก็เป็นการสอบแบบ Gad Pad ที่แสนจะเข้าใจยากเย็น ตามมาด้วยล่าสุด Onet Anet ที่เป็นข่าวโด่งดังในเรื่องข้อสอบกับคะแนนที่ซับซ้อนวุ่นวาย

ทั้งนี้ ล่าสุดทำให้มีผู้เสนอแนวคิดนำระบบการสอบ เอ็นทรานซ์ การสอบแข่งขันกันทั้งประเทศกลับมาใช้ใหม่ นายประสาท สืบค้า อธิการมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาใช้ระบบเอ็นทรานซ์ในการคัด เลือกนิสิต-นักศึกษาเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษา หลังจากมีผู้เสนอให้นำกลับมาใช้? โดยตนยอมรับว่า การคัดเลือกนักศึกษาด้วยระบบเอ็นทรานซ์มีความยุติธรรมและเด็กไม่ต้องวิ่งสอบหลายแห่ง แถมยังต้องเป็นภาระของผู้ปกครองที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบตรงเป็นจำนวนแพงกว่าสมัยที่มีการสอบ เอ็นทรานซ์ ซึ่งผลประโยชน์ตกไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยที่ได้ค่าสมัครสอบตรงเป็นกอบเป็นกำ

แนวคิดนี้ยังมี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เข้ามาให้การสนับสนุนอีก? แต่ก้ ต้องศึกษาให้รอบคอบก่อนจะรื้อฟื้นร เพราะแต่เดิมมีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอบเพียง 8-10 แห่งเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีถึง 79 แห่ง อีกทั้งมีกว่า 500 หลักสูตร

ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) พยายามแก้ปัญหาการคัดเลือกนักศึกษามาแต่ก็ยังมีช่องโหว่เรื่อยมา หากที่ประชุมเห็นชอบข้อเสนอดังกล่าว ก็จะนำไปสอบถามความเห็นจากอธิการบดีที่เป็นสมาชิกทั้ง 27 มหาวิทยาลัย ก่อนเสนอให้ที่ประชุม ทปอ.พิจารณาต่อไป

กระนั้น ใช้ว่าที่ผ่านมาการปรับเปลี่ยนวิธีคัดเลือกนักศึกษาที่ผ่านมาจะไม่มีประโยชน์ เพราะหลังจากที่กระทรวงศึกษาธิการมีแนวทางใหม่ๆในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ข่าวเด็กนักเรียนที่ผิดหวังจากการสอบเอ็นทรานซ์ฆ่าตัวตายก็ลดลง จนแทบจะหายไปจากหน้าหนังสือพิมพ์ เพราะระบบใหม่มีทางเลือกให้นักเรียนมากขึ้น ไม่มีความกดดันมากเหมือนระบบ เอ็นทรานซ์ ที่สอบครั้งเดียวรู้ผล

ดังนั้น หากรื้อฟื้นระบบ เอ็นทรานซ์กลับมาจริง อธิการบดีบางท่านจึงเสนอว่า ให้เพิ่มการสอบเป็น 2 ครั้งต่อปี เพื่อลดความกดดันของนักเรียนในการสอบ

ขณะที่ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน ไม่เห็นด้วยกับการฟื้นระบบ เอ็นทรานซ์ โดยยืนยันแนวทาง แอดมิชชั่น เหมือนเดิม พร้อมให้การบ้าน ทปอ.? วิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็ง ก่อนกำหนดอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม ทปอ.? อาจจะมีการแก้ปัญหาระบบการรับตรงของแต่ละมหาวิทยาลัยแทน โดยกำหนดสัดส่วนระหว่างสอบแอดมิชชั่นกับรับตรงให้อยู่ที่ 50 : 50

คงต้องรอดูกันต่อไปว่าอนาคตการศึกษาไทยจะเป็นไปในทิศทางใด ฝากถึงท่านผู้ใหญ่ในวงการศึกษา คิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ อย่าเห็นเด็กนักเรียนเป็นหนูลองยา ที่ฉีดสารเคมีใส่โดยไม่คำนึงถึงผลข้างเคียงอีกเลย

โดย Mthai news