ผ่างบประมาณชาติ กับการบริหารงานของรัฐบาล อภิสิทธิ์ ภาค2

Home / สกู๊ปข่าว / ผ่างบประมาณชาติ กับการบริหารงานของรัฐบาล อภิสิทธิ์ ภาค2

มนุษย์มักต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงเสมอ..

ในภาคการเมืองก็เช่นกัน ภายใต้การบริหารประเทศในยุคโลกาภิวัฒน์ การเปลี่ยนขั้วรัฐบาลที่เกิดขึ้น ทำให้คนไทยได้เรียนรู้ถึงความความแตกต่างในการทำงานของแต่ละฝ่ายที่ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเป็นรัฐบาลได้อย่างชัดเจน

โดยเฉพาะในรัฐบาลชุดปัจจุบัน สิ่งที่หายไปอย่างเห็นได้ชัดในการบริหารประเทศ ช่วงราว 2 – 3 ปีมานี้ นั่นคือคำว่า “เมกกะโปรเจกท์” คำเรียกที่เคยเป็นที่รู้จักโด่งดังและต้องพูดกันถึงอยู่ในทุกวงการเมื่อยุคหนึ่งที่ผ่านมา

เป็นเรื่องจริงอยู่ที่ว่า.. คนไทยอาจมีประสบการณ์ไม่สู้ดีนักจากคำๆ นี้ เพราะเราพบแล้วว่า เจ้าเมกกะโปรเจกท์ หรือในภาษาไทยหมายถึง “โครงการลงทุนขนาดใหญ่ภาครัฐ” มักตามมาด้วยช่องทางในการโกงกินชาติบ้านเมืองระดับมหาศาลด้วยเช่นกัน

แต่หากมองตามความเป็นจริง ความหมายอีกนัยหนึ่งของเมกกะโปรเจกท์ คือการพัฒนาประเทศให้ก้าวไปข้างหน้า ดังนั้นหากทำกันให้ดีๆ คำๆ นี้น่าจะให้ “ประโยชน์” มากกว่า “โทษ”

จะอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะใช้คำเรียกอย่างเดียวกันนี้ หรือจะใช้คำใดก็ตาม ความหมายที่ต้องการสื่อเพียงว่า อยากเห็นประเทศไทย มีความหวังที่จะ “ก้าวไปข้างหน้า” มากกว่าเพียงการคอยตามแก้ไขปัญหาที่ถูกก่อขึ้นด้วยเกิดขึ้นโดยคนไทยด้วยกันเองเช่นทุกวันนี้

..แล้วก็ดูท่าจะหมดหวัง.. เมื่อหันมองโครงสร้างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 ที่ผ่านมติคณะรัฐมนตรี และอยู่ระหว่างขั้นตอนเดินทางเข้าสู่การพิจารณาในวาระการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร

เม็ดเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ที่ถูกจัดไว้จำนวน 2.25 ล้านล้านบาท

ถูกหั่นออกไปเป็นงบรายจ่ายประจำ จำนวน 1.82 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ของงบทั้งหมด ขณะที่ในส่วนรายจ่ายเพื่อการลงทุนคิดป็นสัดส่วน 17 เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นเงินประมาณ 3 แสน 8 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

ขณะเดียวกันหากย้อนไปดูตัวเลขงบลงทุนของประเทศในแง่สัดส่วนต่องบประมาณ จะพบว่า การจัดสรรงบลงทุนลดลงสวนทางกับตัวเลขงบประมาณรายจ่ายประจำที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในปีงบฯ 53 งบลงทุนอยู่ที่ 2.14 แสนล้านบาท จากที่เคยมีการตั้งงบลงทุนไว้สูงถึง 4.07 แสนล้านบาท ในปีงบฯ 52

ทว่าในที่สุดแล้ว หากถามว่า งบรายจ่ายประจำที่ว่าพุ่งขึ้นมากมายนั้นถูกเทให้ความสำคัญไปกับใคร แน่นอนคำตอบคือโครงการและนโยบาย “มหาประชาภิวัฒน์” ต่างๆ นานา ที่แม้จะส่งผลให้เกิดเป็นภาระค่าใช้จ่ายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง แต่รัฐบาลก็จะสามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ประโยชน์จากเงินภาษี จะถูกเทกลับคืนไปถึงมือประชาชน

แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากรัฐบาลจะสามารถมีประสิทธิภาพในการ “สร้าง” และ “เสริม” เพื่อประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นให้กับประชาชน อย่างน้อยก็เพื่อให้พลเมืองของชาติได้รู้จักวิธีการหาเงินและใช้จ่ายเงินที่หาได้อย่างเต็มภาคภูมิ แทนที่จะมาใช้แผนการเปลี่ยนถ่ายเม็ดเงินทางตรงลงสู่รากหญ้า เพ่ือหวังจะเป็นทางลัดง่ายๆ ในการครองใจประชาชน!!!

โดย Mthai news

ภายใต้กระแสการเมืองร้อนแรง สภาพการกินอยู่ใช้สอยแบบเงินไหลผ่านทางเดียว