เฮือกสุดท้ายรัฐบาล จัดชุดใหญ่ ลด แลก แจก แหลก!!

Home / สกู๊ปข่าว / เฮือกสุดท้ายรัฐบาล จัดชุดใหญ่ ลด แลก แจก แหลก!!

เฮือกสุดท้ายรัฐบาล จัดชุดใหญ่ ลด แลก แจก แหลก!!

แหล่ะสิ่งที่คนส่วนใหญ่รู้สึกมึนงง กับหลายกรณีที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ อาทิเช่น เรื่องน้ำมันปาล์มที่ขาดตลาด รวมไปถึงน้ำตาลทรายที่อาจมีปัญหาในเร็ววัน แต่รัฐบาลก็ดันกลับเร่งดำเนินการเรื่องอื่นที่คิดว่าสำคัญกว่าเพียงเพื่อ สร้างผลงานหวังรอการยุบสภาเลือกตั้งใหม่หรือไม่

ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัด ณ ตอนนี้ ก็ต้องมองไปทางด้านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ที่ได้เร่งสนองนโยบายให้รัฐบาล เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนของผู้มีอาชีพอิสระด้วยการเปิดให้บริการสินเชื่อสู้อาชีพไทยเข้มแข็งซึ่งประกอบด้วย สินเชื่อวินเข้มแข็ง สินเชื่อแม่ค้าเข้มแข็ง วงเงินโครงการรวมทั้งสิ้น 600 ล้านบาท

โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้ขับขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย วัตถุประสงค์เพื่อให้ซื้อมอเตอร์ไซด์รับจ้างเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน สำหรับหาบเร่แผงลอย ก็เพื่อขยาย ปรับปรุง หรือเปิดร้านใหม่ ในจุดผ่อนผันที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นประเภทสินเชื่อเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา ระยะเวลากู้ สูงสุดไม่เกิน 5 ปีวงเงินสินเชื่อต่อราย 30,000 – 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี และลดต้นลดดอก

ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่สามารถยื่นขอกู้เงินจากโครงการดังกล่าวได้จะต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลากู้ไม่เกิน 65 ปี เป็นผู้ได้รับสิทธิตรงจากหน่วยงานราชการไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ใช้ บุคคลค้ำประกัน 1 คน โดยข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทเอกชน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่มีรายได้ประจำรวมเฉลี่ยต่อเดือนไม่น้อยกว่า 10% ของวงเงินกู้

แต่กระนั้น อีกไม่กี่วันนี้ รัฐบาลก็จะเร่งดำเนินการหาช่องทางในการ เพิ่มราคาประกันราคาข้าว ทั้งที่อัตราข้าวยังคงทรงตัวในเวลานี้ แต่หากมองในอนาคตราคาข้าวอาจผันผวนได้ จึงอาจเป็นไปได้ว่าต้องเตรียมแผนรับมือ แต่หากมองในมุมกลับแล้ว ทุกแผนงานที่เร่งออกมาในช่วงนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเร่งหาเสียงนั่นเอง

ซึ่งขณะเดียวกัน ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์อย่าง นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ก็ได้ออกมากำหนดนโยบายของพรรค หากมีการยุบสภาขึ้นมาจริงว่า จะปรับรายได้คนไทยทุกคน ลดช่องว่างคนรวยคนจนโดยเร่งด่วน ควรลดบทบาทของรัฐให้น้อยสุด รัฐช่วยเอกชนเต็มกำลัง

ขณะเดียวกัน การเพิ่มค่าแรงกับลดค่าใช้จ่ายนายจ้างควรจะทำไปพร้อมกัน ปรับโครงสร้างภาษี จัดลำดับการใช้งบประมาณให้สนับสนุนการหารายได้ของประเทศ เกษตร ท่องเที่ยว ลดภาระนายจ้างเพื่อนายจ้างจะได้จ่ายค่าแรงเพิ่ม ไม่ควบคุมราคาสินค้า แต่ให้เกิดการแข่งขันจริง ใครมีอำนาจเหนือตลาดต้องจัดการ ทั้งด้านบริหารและแก้กฎหมายให้มีการลงโทษอย่างเข้มงวด ต้องลดค่าขนส่งทางราง ทางน้ำ ปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นธรรม ลดค่าโกง รัฐต้องโปร่งใสให้มากที่สุด

ประชาชนอย่างเรา ๆ คงต้องฟังหู ไว้หูดูเอาว่า นับจาก 2 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่รัฐบาลได้ทำ กับอนาคตที่จะทำนั้น จะทำให้อย่างเรา ๆ กลับมามีความสุขได้หรือไม่