แฉ! สารพัดกลโกงเลือกตั้ง จับตาเหนือ อีสาน เงินผีเริ่มสะพัด

Home / สกู๊ปข่าว, สกู๊ปเลือกตั้ง / แฉ! สารพัดกลโกงเลือกตั้ง จับตาเหนือ อีสาน เงินผีเริ่มสะพัด

แฉ! สารพัดกลโกงเลือกตั้ง จับตาเหนือ อีสาน เงินผีเริ่มสะพัด

การเลือกตั้งเวียนมาคราใด สิ่งหนึ่งที่มาคู่กัน ก็คือการใช้สารพัดวิธีในการซื้อสิทธิ โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือ และภาคอีสาน ที่หัวคะแนน มีการนำวิธีต่างๆเข้ามาใช้อย่างแยบยลกว่าในอดีต เพื่อเลี่ยงความผิดทางกฎหมาย ทั้งในรูปแบบเงิน และสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภค

แม้ว่ากกต.จะออกมากวดขัน เข้มงวดในการจัดการเลือกตั้งแบบโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพียงใด แต่อย่างไรเสีย หากใครรู้ตัวว่า เป็นรองทางการเมือง ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็จะเอาด้วยกล  ซึ่งในอดีตนั้นจะมีหัวคะแนน เดินสายแจกเงินพร้อมบัตรแนะนำตัวผู้สมัครก่อนการเลือกตั้ง โดยรับเงินมาจากนายจ้าง จัดทำบัญชีรายชื่อขึ้นมา(เพื่อขอเบิกเงิน) ผู้จดรายชื่อจะได้ค่าดำเนินการส่วนหนึ่งไป เรียกได้ว่า ขอกันแบบดื้อๆอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัว  หรือที่เคยใช้กันก็คือ กว้านซื้อบัตรประชาชาชน ที่เป็นฐานเสียงของฝั่งตรงข้าม ไม่ให้ไปลงคะแนนเสียงให้ฝ่ายตรงข้าม

นอกจากนี้ อาจจะมีการพากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และลูกบ้านไปเที่ยวต่างจังหวัด โดยจะจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่ารถ ค่าอาหาร บัตรเติมเงิน เพื่อเลี่ยงกฎหมาย  และทำเป็นกระบวนการ โดยผู้สมัครไม่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง หรือการจ่ายค่าแรงงาน แจกสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ให้กับกองทุนหมู่บ้าน เป็นการมัดจำครึ่งหนึ่ง แล้วที่เหลือจะตามมา เป็นสัญญาใจ และหากชนะการเลือกตั้งอาจได้รับเงินเพิ่มเป็นสองเด้ง

การเปลี่ยนมานับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่จะบอกได้ว่า ฐานเสียงของหัวคะแนนเข้าตามเป้าหรือไม่เพียงใด เป็นเหตุทำให้กลวิธีการโกงย้อนกลับมาเป็นการโกงแบบพื้นฐานอีกครั้ง…

และหากหน่วยเลือกตั้ง มีการรู้เห็นเป็นใจ ตรวจหลักฐานไม่เข้มงวด การเวียนเทียน โดยใช้บัตรประชาชนของคนที่ไม่ได้เลือกตั้ง มาสวมสิทธิลงเลือกตั้งแทนวนซ้ำไปเรื่อยๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการโกงการเลือกตั้ง ที่น่าเป็นห่วงคือการซื้อเสียงเจ้าหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งแบบยกหน่วย อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการโกงเต็มรูปแบบ

และต้องจับตาในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม ที่มีการเปิดบัญชี แปลกๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รอการโอนเงินในช่วงเวลาที่เหมาะสม

ในขณะเดียวกัน กลวิธีใส่ร้ายคู่แข่ง ยังเป็นทางเลือกหนึ่งหากทราบว่า คะแนนเสียงสู้ไม่ไหว โดยมีการแนบบัตรแนะนำตัวผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามกับธนบัตรไว้ รอให้กกต.มาพบ พร้อมดำเนินการจับปรับทุจริตก็มีให้เห็น

คงต้องดูกันต่อไปว่า การสืบสวนการทุจริตของ กกต.จะมีประสิทธิภาพมากเพียงใด  ตามที่ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ขู่เอาไว้ว่า “แม้ไม่สามารถแจกใบแดงได้ก่อนเลือกตั้ง แต่เราก็ยังมีระยะเวลาก่อนประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 30 วันหลังวันเลือกตั้งได้ ”

แต่กกต.ทั้ง 4 คนพร้อมใจกันบินออกไปนอกประเทศ ทำให้การพิจารณาและออกใบแดงหรือใบเหลืองก่อนเลือกตั้งเป็นไปไม่ได้

ทว่า ไม่ว่าจะมีกลโกงในรูปแบบไหน ประชาชน คือส่วนสำคัญที่จะเลือกที่จะ “ไม่เลือก” “ไม่กา”ไม่นำพาคนโกง เข้าสภามาบริหารบ้านเมือง หากไม่เป็นเช่นนั้น คงถึงคราที่ประเทศย่อยยับ คนโกงเต็มบ้าน เต็มเมืองกลับสู่ยุคมืดกันอีกหน…

Mthai news

เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย

แฉ! สารพัดกลโกงเลือกตั้ง จับตา เหนือ อีสาน เงินผีเริ่มสะพัด 

การเลือกตั้งเวียนมาคราใด สิ่งหนึ่งที่มาคู่กัน ก็คือการใช้สารพัดวิธีในการซื้อสิทธิ ขายเสียงโดยเฉพาะใน

เขตภาคเหนือ และภาคอีสาน ที่หัวคะแนน มีการนำวิธีต่างๆเข้ามาใช้อย่างแยบยลกว่าในอดีต เพื่อเลี่ยงความ

ผิดทางกฎหมาย ทั้งในรูปแบบเงิน และสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคบริโภค

แม้ว่ากกต.จะออกมากวดขัน เข้มงวดในการจัดการเลือกตั้งแบบโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพียงใด แต่อย่าง

ไรเสีย หากใครรู้ตัวว่า เป็นรองทางการเมือง ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็จะเอาด้วยกล  ซึ่งในอดีตนั้นจะมีหัวคะแนน เดิน

สายแจกเงินพร้อมบัตรแนะนำตัวผู้สมัครก่อนการเลือกตั้ง โดยรับเงินมาจากนายจ้าง จัดทำบัญชีรายชื่อขึ้น

มา(เพื่อขอเบิกเงิน) ผู้จดรายชื่อจะได้ค่าดำเนินการส่วนหนึ่งไป  เรียกได้ว่า ขอกันแบบดื้อๆอาศัยความ

สัมพันธ์ส่วนตัว  หรือที่เคยใช้กันก็คือ กว้านซื้อบัตรประชาชาชน ที่เป็นฐานเสียงของฝั่งตรงข้าม ไม่ให้ไปลง

คะแนนเสียงให้ฝ่ายตรงข้าม

นอกจากนี้ อาจจะมีการพากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และลูกบ้านไปเที่ยวต่างจังหวัด โดยจะจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่ารถ ค่า

อาหาร บัตรเติมเงิน เพื่อเลี่ยงกฎหมาย  และทำเป็นกระบวนการ โดยผู้สมัครไม่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมโดยตรง

หรือการจ่ายค่าแรงงาน แจกสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ให้กับกองทุนหมู่บ้าน เป็นการมัดจำครึ่งหนึ่ง แล้วที่เหลือ

จะตามมา เป็นสัญญาใจ และหากชนะการเลือกตั้งอาจได้รับเงินเพิ่มเป็นสองเด้ง

การเปลี่ยนมานับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง เป็นสิ่งที่จะบอกได้ว่า ฐานเสียงของหัวคะแนนเข้าตามเป้าหรือไม่

เพียงใด เป็นเหตุทำให้กลวิธีการโกวย้อนกลับมาเป็นการโกงแบบพื้นฐานอีกครั้ง…

และหากหน่วยเลือกตั้ง มีการรู้เห็นเป็นใจ ตรวจหลักฐานไม่เข้มงวด การเวียนเทียน โดยใช้บัตรประชาชน

ของคนที่ไม่ได้เลือกตั้ง มาสวมสิทธิลงเลือกตั้งแทนวนซ้ำไปเรื่อยๆ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการโกงการเลือกตั้ง ที่

น่าเป็นห่วงคือการซื้อเสียงเจ้าหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งแบบยกหน่วย อำนวยความสะดวกในการปฏิบัติการ

โกงเต็มรูปแบบ

ต้องจับตาในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม ที่มีการเปิดบัญชี แปลกๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รอการโอนเงินในช่วง

เวลาที่เหมาะสม

ในขณะเดียวกัน กลวิธีใส่ร้ายคู่แข่ง ยังเป็นทางเลือกหนึ่งหากทราบว่า คะแนนเสียงสู้ไม่ไหว โดยมีการแนบ

บัตรแนะนำตัวผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามกับธนบัตรไว้ รอให้กกต.มาพบ พร้อมดำเนินการจับปรับทุจริตก็มีให้เห็น

คงต้องดูกันต่อไปว่า การสืบสวนการทุจริตของ กกต.จะมีประสิทธิภาพมากเพียงใด  ตามที่ นายอภิชาต สุขัค

คานนท์ ประธาน กกต.ขู่เอาไว้ว่า “แม้ไม่สามารถแจกใบแดงได้ก่อนเลือกตั้ง แต่เราก็ยังมีระยะเวลาก่อน

ประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 30 วันหลังวันเลือกตั้งได้ “อีกทั้ง กกต.ทั้ง 4 คนพร้อมใจกันบินออกไปนอกประเทศ ทำให้การพิจารณาและออกใบแดงหรือใบเหลืองก่อนเลือกตั้งเป็นไปไม่ได้

ทว่า ไม่ว่าจะมีกลโกงในรูปแบบไหน ประชาชน คือส่วนสำคัญที่จะเลือกที่จะ “ไม่เลือก” “ไม่กา”ไม่นำคนโกง เข้าสภามาบริหารบ้านเมืองจน หากไม่เป็นเช่นนั้น คงถึงคราที่ประเทศย่อยยับ คนโกงเต็มบ้าน เต็มเมืองกันไปหมด