ชักยังไงค่าแรงขั้นต่ำ 300 ทั้งแผ่นดิน นโยบายขายยิ้ม รอวันเป็นจริง?

Home / สกู๊ปข่าว, สกู๊ปเลือกตั้ง / ชักยังไงค่าแรงขั้นต่ำ 300 ทั้งแผ่นดิน นโยบายขายยิ้ม รอวันเป็นจริง?

ชักยังไงค่าแรงขั้นต่ำ 300 ทั้งแผ่นดิน นโยบายขายยิ้ม รอวันเป็นจริง?

Mthai news: ประกาศมาเนิ่นนานทุกเวทีปราศรัย กับการชูนโยบายหาเสียง ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำผู้ใช้แรงงาน 300 บาท กันหมดทั้งประเทศ ของพรรคเพื่อไทย ที่แกนนำพรรคหลายคนมั่นใจจะสามารถทำเรื่องนี้ให้เป็นจริงได้อย่างไม่อยากเย็น โดยผู้ใหญ่ในพรรคหลายคนพูดถึงวิธีการและรูปแบบขั้นตอนการขึ้นค่าจ้าง

แหล่ะล่าสุดก็ปรับท่าทีนโยบายปรับขึ้นค่าแรงวันละ 300 บาท อาจมีการเปลี่ยนแปลง เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันว่า จะทำเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ภูเก็ตเป็นจังหวัดนำร่องก่อน ขณะที่ต่างจังหวัดจะได้ลดหลั่นกันไป

แต่นั่นถือเป็นการตบเท้ากันขนานใหญ่ ที่ผู้ประกอบการออกมาฟันธงว่าจะเกิดปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน ไม่เว้นแม้กระทั่งบรรดาหอการค้าจังหวัดในหลายจังหวัด รวมทั้งล่าสุดไม่กี่ชั่วโมงมานี้ ที่ประชุมสภาอุตสาหกรรมมีมติแถลงการณ์ไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดผลกระทบแน่ ถึงแม้จะลดภาษีนิติบุคคล

นั่นจึงทำให้บรรดาหอการค้าแต่ละจังหวัดที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ อาทิเช่น ประธานหอการค้าภูเก็ต ประธานสภาอุตสาหกรรมสมุทรสาคร ประธานสภาอุตสาหกรรมปทุมธานี  มีความเห็นสอดคล้องกันว่า แนวคิดนี้จะกระทบกับผู้ประกอบการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม นอกจากนี้ยังจะส่งผลให้เกิดการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานจากจังหวัดที่ไม่มีการปรับขึ้นค่าจ้างอย่างมหาศาล

อีกทั้งยังรวมไปถึงในส่วนของแรงงานต่างชาติ ซึ่งการปรับขึ้นค่าแรงในทันทีทันใด ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวได้ทัน และเกิดคำถามว่าหากเลือกเพียงสองพื้นที่แล้วจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งมีการหาเสียงไว้จะทำอย่างไร เพราะในการหาเสียงนั้นอ้างว่าจะทำทั่วประเทศ

ขณะที่การปรับขึ้นเพียง 2 พื้นที่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หากจะปรับขึ้นจริง อาจจะปรับขึ้นในลักษณะของขั้นบันได้ เริ่มต้นจากการปรับค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดที่อยู่ประมาณ 100 บาทเศษ ให้เป็น 200 บาท จากนั้นก็ค่อยๆ ทยอยปรับเป็น 250 บาท จนถึง 300 บาท

อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญไม่ควรที่จะปรับค่าแรงในจังหวัดที่มีค่าแรงสูงอยู่แล้วเป็นลำดับแรก แต่ควรจะปรับฐานค่าแรงของจังหวัดที่ค่าแรงยังต่ำอยู่ให้ใกล้เคียงหรือเท่ากับจังหวัดที่มีค่าแรงที่สูงอยู่แล้ว เพราะหากไปปรับจังหวัดที่มีค่าแรงสูงอยู่แล้วเพิ่มขึ้นอีก ก็จะทำให้ช่องห่างของค่าแรงแต่ละจังหวัดมีเพิ่มมากขึ้น และการจะปรับให้ใกล้เคียงกันในอนาคตก็จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่งขึ้น

จึงถือเป็นโจทย์ที่ใหญ่หลวงสำหรับรัฐบาลเพื่อไทย ว่าจะดำเนินการอย่างไรแน่???

หากทำตามการหาเสียงที่ได้ลั่นวาจาไว้ ไม่ทำตามไตรภาคีของอุตสาหกรรม รวมทั้งผู้ประกอบการโรงงานแล้ว เชื่อว่าเงินเฟ้อที่คนไทยรออยู่ คงเห็นได้อีกไม่นาน แต่หากมองในมุมกลับถ้าภาคอุตสาหกรรมไม่เห็นด้วยแล้ว รัฐบาลเพื่อไทยอาจคงต้องควักเงินคงคลังหรือภาษีประชาชนทั่วไปมาอุดหนุนเงินในส่วนนี้ เชกเช่นการรับภาระครึ่งต่อครึ่งระหว่างเอกชนและของรัฐบาลนั่นเอง  ….

Mthainews

Pic: Bangkokscoop.com

เกาะติดทุกข่าวเด่น ประเด็นร้อน ในรอบวันกับ Mthainews บน facebook คลิ๊กเลย