เมื่อคนไทยรู้ทันสื่อ จับตา กสทช.พิจารณาบทลงโทษ ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์

Home / สกู๊ปข่าว / เมื่อคนไทยรู้ทันสื่อ จับตา กสทช.พิจารณาบทลงโทษ ไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์

ออกมาแถลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับบริษัท เวิร์คพอยท์ เอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่เผยแพร่การแสดงของผู้เข้าแข่งขัน “สิทธัตถะ เอมเมอรัล” หรือชื่อจริงว่า พงศกร ในรายการไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์ ซีซั่น 3 เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนเกิดเป็นกระแสต่อต้านทางสังคม ที่เห็นได้ชัดเจนคือ การแสดงท่าทีเหยีดหยามศักดิ์ศรีของพิธีกร ที่มีต่อผู้เข้าแข่งขัน ให้คนทั่วประเทศหัวเราะ ขบขัน และการถกเถียงถึงความผิดปกติของ เอมเมอรัล ว่า มีความผิดปกติทางสมองหรือไม่ หรือ การออกอากาศครั้งนี้ เป็นการจงใจเพื่อสร้างกระแสหรือไม่

210

แน่นอนว่า กระแสถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกไซเบอร์ แม้ว่าข่าวข่อง 3 จะงดนำเสนอข่าวประเด็นนี้ ส่วนใหญ่จับจ้องไปถึงเบื้องหลังการทำงานของทีมงานทั้งผู้ผลิต ฝ่ายตัดต่อ โปรดิวเซอร์ ที่ปล่อยให้ภาพดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ราวกับจงใจให้เป็นการประณามหยามเหยียดให้คนดูหัวเราะ และจุดกระแสขึ้นมา การแสดงออกของผู้ตัดสินก็ผิดต่างไปจากวิสัยปกติ คือ เดินออกจากห้องส่ง ราวกับพระเอกที่รับไม่ได้กับสิ่งที่เห็น แต่ทางรายการเองกลับนำภาพดังกล่าวมาเผยแพร่ทั่วประเทศ

รายการไทยแลนด์ ก็อต ทาเลนต์จึงถูกโจมตีอย่างหนัก ถึงคุณธรรมจริยธรรมของสื่อ ที่ปีก่อนเอาสาวเปลือยออกมาวาดรูปจนถูกด่ากันทั่วประเทศ แถมสื่อนอกยังรายงานข่าวฉาวไปทั่วโลก มาถึงปีนี้ที่เพิ่งจะเริ่มรายการซีซั่น 3 เครือข่ายครอบครัว เครือข่ายครอบครัวเฝ้าระวังและสร้างสรรค์สื่อ และเครือข่ายสื่อเพื่อเด็ก ถึงกับต้องร้องต่อทาง กสทช.พิจารณา ว่าผู้เข้าแข่งขันมีความผิดปกติทางสมองจริงหรือไม่ และหากมีความผิดปกติจริงให้เอาผิดกับทางช่อง 3 และบริษัท  เวิร์คพอยท์ รวมไปถึงลงโทษถอดใบอนุญาต

โดยมีการเสนอต่อทางคณะกรรมการ(บอร์ด) กสทในวันนี้ (10 มิ.ย.) หาข้อสรุปและบทลงโทษว่า เข้าข่าย ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์พ.ศ.2551  ห้ามมิให้ออกอากาศรายการที่มีเนื้อหา สาระ ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หากตัดสินว่าผิด ก็นับว่าเป็นครั้งที่ 2 ที่สื่อรายนี้สมควรพิจารณาเรื่องการผลิตเนื้อหาสื่อให้เหมาะสมกับประเพณี วัฒนธรรมไทย แม้ว่าทางรายการจะออกจดหมายชี้แจง ว่ามีการตรวจสอบเอกสารและคุณสมบัติ เข้าสู่ขั้นตอนการแข่งขันตามปกติ และยังได้รับการยืนยันจากผู้เป็นมารดาของสิทธัตถะด้วยว่าลูกตนเองเป็นคนปกติทั่วไป ไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไรทั้งสิ้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะดูหมิ่นหรือลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ดังมีผู้กล่าวหาแต่อย่างใด

hgjthryr

แต่แล้ว ความจริงก็เปิดเผยอีก เมื่อสำนักข่าวอิศรา ได้สอบถามความจริงกับผู้เป็นแม่ว่า “ทีมงานผู้หญิง 3 คนจากเวิร์คพ้อยท์มาที่บ้าน ก่อนจะพูดในทำนองขอร้องว่า อย่าไปเอาเรื่องเขา เราเห็นว่าพูดจาดีก็เลยยกโทษให้ เขาให้แม่ยอมรับว่าลูกชายเป็นปกติ แม่ก็เลยเออออตามเขา เขาเลยลงข่าวว่าลูกชายเราปกติ” จึงเป็นหลักฐานสำคัญว่า แท้จริงแล้วทีมงานพยายามลบความผิดด้วยการชี้แจงแถลงไขด้วยข้อความที่สละสลวย

บทเรียนครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ผู้รับสื่อในปัจจุบัน มีพลังในการโต้ตอบ และตรวจสอบสื่อได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสื่ออินเตอร์เน็ตที่มีความรวดเร็ว เผยความจริงกันโดยทันที นอกจากจะเป็นสาวเปลือยเต้าวาดรูปที่มีการแฉว่า ถูกจ้างให้ขึ้นมาแสดงสร้างกระแสแล้ว รายการอื่นๆ อย่างเช่น คนอวดผี ก็มีการแฉเรื่องการจัดฉาก ผู้ผลิตสื่อเองจึงต้องมีความจริงใจในการนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในทางที่สร้างสรรค์  เพราะมิเช่นนั้น ก็จะถูกโจมตีในด้านลบ จนฝ่ายประชาสัมพันธ์ต้องออกชี้แจง แก้ข่าวอยู่เรื่อยมา

ต้องติดตามดูว่า คณะกรรมการ(บอร์ด) กสท และกสทช.จะพิจารณาบทลงโทษอย่างไรบ้าง ซึ่งถือว่าจะเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินกรณีอื่นๆด้วย

MThai News