สส.-นักการเมืองไทย ทั้งด่า ทั้งต่อย ดุเดือดไม่แพ้ชาติใด

Home / สกู๊ปข่าว / สส.-นักการเมืองไทย ทั้งด่า ทั้งต่อย ดุเดือดไม่แพ้ชาติใด

2657-1-1099568843

พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ส.ว.กรุงเทพฯ VS อดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ส.ว.แม่ฮ่องสอน

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3พ.ย. 2547? กรรมการห้ามทัพ สุชน ชาลีเครือ ประธานวุฒิสภา

ต้นเหตุเกิดจากการที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สว.กำลังอภิปรายรายงานเรื่องคดีที่ตากใบ กระทบชิ่งไปหาพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรที่กำลังเป็นนายกฯในขณะนั้น

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ได้ลุกขึ้นประท้วงขัดว่า นายเจิมศักดิ์ พูดนอกประเด็น พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพจึงลุกขึ้นประท้วงว่าให้นายอดุลย์ ฟังให้จบก่อนแล้วค่อยท้วง

พร้อมกับแขวะว่า ใครที่ทำธุรกิจกับ ขุนส่า จะต้องถูกตรวจสอบ

2657

นายอดลุย์โวยว่าถูกพาดพิงเพราะเป็นสส.ภาคเหนือคิดว่าต้องหมายถึงตัวเองแน่ๆจึง ตะโกนต่อว่า ?ทุเรศ? โดยไม่ได้ผ่านไมค์โครโฟน ทำให้พล.ต.อ.ประทิน ตะโกนตอบโต้ไปว่า “ไอ้หมอนี่ มันพูดคำว่าทุเรศ”

อย่างไรก็ตามในระหว่างที่นายเจิมศักดิ์ กำลังอภิปรายต่อ นายอดุลย์ ได้เดินรี่เข้ามาหาพล.ต.อ.ประทิน พร้อมใช้มือชี้ไปที่พล.ต.อ.ประทิน และเมื่อนายอดุลย์เดินมาใกล้ตัว พล.ต.อ.ประทิน ได้ลุกขึ้น พร้อมใช้มือซ้ายชกไปที่ปากนายอดุลย์ 1 หมัด พร้อมตามด้วยหมัดขวาที่บริเวณหน้าอก และสุดท้ายใช้หมดซ้ายชกสวนกลับไปที่บริเวณคางของนายอดุลย์อีก 1 หมัด

437

“ผมถูกต่อย ปากผมแตกและยังแดงอยู่เลย ผมอยู่สภามา 4 ปีกว่า มีความรักสถาบันไม่เคยทำให้สถาบันเสียหายหรือเสื่อมเสีย ต่อให้มาทำร้ายผมให้สลบและตายตรงนี้ ทำร้ายผมเลย ผมจะไม่ตอบโต้ ผมไม่ต้องการให้สภาเสียหาย ผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะผมไม่มีทีท่าคุกคาม”นายอดุลย์ กล่าว

551000013018601

“สัญชาตญาณ” ก็ต้องป้องกันตัว อายุมากเมื่อภัยมาถึงก็ต้องป้องกันตัว ตนไม่ติดใจไม่ว่าเด็กรุ่นไหนจะทำอะไร พล.ต.อ.ประทินกล่าว

—————————————————————–

karoon

การุณ โหสกุล ส.ส.พรรคพลังประชาชน VS สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

เหตุเกิดเมื่อ 2 เมษายน 2551 กรรมการห้ามทัพ พ.อ.อภิวันท์? วิริยะชัย รองประธานคนที่2 , นายชัย ชิดชอบ ,นายนิพนธ์ บุญญามณี

นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชาชน ได้อภิปรายเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ว่า นักศึกษาที่ไปร่วมนั้นเป็นพวก

ถ่อย นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงว่าให้ถอนคำพูดเพราะในที่นี้หลายคนก็จบมาจากที่นั่น พ.อ.อภิวันท์? วิริยะชัย ประธาน

วินิจฉัยว่า คำว่า ถ่อย ไม่หยาบให้ใช้ได้ แต่สส.พรรคประชาธิปัตย์อีกหลายคนลุกขึ้นประท้วงประธาน โดยนายอรรถวิชช์ บอกว่าถ้าประธานบอกว่าไม่ผิดวันหลังจะใช้คำ

นี้บ้าง ที่สุดประธานก็ขอให้ นพ.ประสิทธิ์ ถอนคำพูด

ต่อมา นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูรย์ได้ลุกขึ้นชี้แจง พร้อมกับทิ้งท้ายกลับสส.พลังประชาชนว่า อย่ามากระแหนะกระแหน จะไปนอกห้องก็ได้เลย

หลังจากนั้น เมื่อพักการประชุม ขณะที่นายสมเกียรติเดินออกมาจากห้องประชุม นายการุณ โหสกุลได้ตามากระโดดถีบ จนเซก่อนจะตามต่อยซ้ำอีก จนนายนิพนธ์ บุญ

ญามณี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเข้ามาดึงตัวไว้

ระหว่างนั้น นายชัย ชิดชอบ ก็ได้มาล็อกตัวนายการุณ ไปสงบสติอารณ์

ขณะยื้อหยุดฉุดกระชากอยู่นั้นนายการุณได้ตะโกนด่าทอนายสมเกียรติด้วยคำหยาบคาย

—————————————————————————

1_26

วิศาล ดิลกวณิช นักข่าวและพิธีกรรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ VS? ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2551 กรรมการห้ามทัพ คนที่เห็นเหตุการณ์

20081002195737

ระหว่างดำเนินรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์เรื่องการชิงตำแหน่งผู้ว่ากทม. นายวิศาล ดิลกวณิช มีการโต้เถียงกับ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อย่างดุเดือด โดยนายวิศาล

พยายามยิงคำถามให้ แต่นายชูวิทย์ปฏิเสธที่จะตอบ ซึ่งนายวิศาลก็ไม่ยอมเปลี่ยนประเด็น นายชูวิทย์จึงเรื่งไม่พอใจ เริ่มมีการส่งเสียงตอบโต้ไปมาดังขึ้นๆ จนรายกา

รจบไปเพราะหมดเวลา
หลังจากเลิกรายการขณะที่นายวิศาล ได้หันหลังกลับไปพูดคุยกับ นายชูวิทย์ว่า ” ที่ผมถามคำถามทั้งหมด ผมเป็นกลางน่ะไม่ได้มีเจตนายั่วยุ ” เท่านั้นแหละ นายชูวิทย์ ถึงกับคุมอารมณ์ไม่อยู่ปล่อยหมัดขวาตรงเข้าที่หน้าของนายวิศาล โดยมัดเฉียดออกแก้มด้านซ้าย เข้ากกหูซ้ายของนายวิศาลที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับล้มลงไปกองกับพื้น และไม่ได้ต่อสู้แต่อย่างใด

1_30

” นายวิศาลทำตัวไม่เป็นกลาง เอาเรื่องที่คุยกันก่อนจัดรายการมาพูด ยั่วยุ ผมโมโห ก็เลยซัดมัน “ชูวิทย์กล่าว

551000012697401

ด้าน นายวิศาล หลังจากที่ชกก็เข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้องจัดรายการ และออกมาชี้แจงกับทีมงานว่า “ตนทำไปตามสายงาน ให้ความเป็นกลาง กระจ่างเพื่อประชาชนได้รับรู้ ไม่ได้มีเจตนา ยั่วยุ แต่อย่างใด”
—————————————————————————————-

13

การุณโหสกุล สส.พรรคพลังประชาชน VS รสนา โตสิตระกูล สว.กทม.

เหตุเกิดเมื่อ 28 ตุลาคม 2551 กรรมการห้ามทัพ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา

เรื่องเกิดจาก สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ขออภิปรายในกรณีที่นางรสนา นำสามีเข้ามาในที่ประชุมสภาฯ เมื่อวันที่7ตค. ซึ่งนางสาว

รสนาได้ขอใช้สิทธิ์ชี้แจง ระหว่างนั้นเองก็มีเสียงโห่มาจากฝั่งสส.พรรคพลังประชาชน

นายวรินทร์ เทียมจรัส สว.สรรหา ได้แจ้งต่อประธานว่า มีคนพูดว่า อยากเตะสว. ซึ่งนายชัย ได้บอกว่าคงไม่มีใครพูดแบบนั้น จะขอตรวจสอบภายหลัง นางสาวรสนา จึงฟ้อง

ว่าเป็นความจริง และให้สว.ที่นั่งอยู่บริเวณนั้นเป็นพยาน? นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหาและสว.อีกหลายคนก็ยกมือว่าได้ยินจริง

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ จึงขอให้ประธานตรวจสอบเรื่องนี้เพราะได้ยินว่า นายการุณ โหสกุลเป็นคนพูด แต่เจ้าตัวปฏิเสธและยืนยัน

ว่าไม่ได้พูด

นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.แม่ฮ่องสอน พรรคพลังประชาชน ต้องการลุกขึ้นมาช่วยนายการุณ แต่ดันบอกว่าได้ยินนายการุณเป็นคนพูดจริง และอ้างว่าคงไม่ได้หมาย

ความอย่างนั้น คิดว่าน่าจะพูดเล่นมากกว่า? เรื่องนี้กว่าจะจบได้ ทั้งสองฝ่ายก็ประท้วงกันไปมาอยู่นาน

—————————————————————————————

20090211143230546147

เอกพจน์ ปานแย้ม อดีตส.ส.พรรคชาติไทย VS ธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีตำบลบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี

10 กพ. 2552 กรรมการห้ามทัพ สุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ส.ส.ปทุมธานี

นายบรรหาร ศิลปอาชาอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เดินทางไปตรวจสนามกีฬาของจังหวัดปทุมธานี แต่สนามกีฬายังไม่เสร็จดี มีนํ้าท่วมขัง เพราะนายธวัชชัยอ้างว่าถูก

ตัดงบประมาณ จาก 63 ล้านบาท เหลือ 18 ล้านบาท โดยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะการที่นายสุรพงษ์ สส.ปทุมธานี พี่ชายของตนเองย้ายจากพรรคชาติไทยที่ถูกยุบ ไปอยู่

พรรคเพื่อไทย และได้เข้าไปพูดคุยกับนายบรรหารเพื่อของบฯเพิ่ม แต่นายบรรหารบอกว่าเรื่องนี้ให้คุยกับนายเอกพจน์ที่เป็นคนขออนุมัติงบพร้อมกับนายสุรพงษ์

“ในเมื่องบฯ คุณขอมาทำไม่ปล่อยให้ตัดงบประมาณไปเหลือแค่นี้ ในเมื่อคุณเป็นส.ส.น่าจะของบฯ ตัวนี้มาพัฒนาจังหวัดดีกว่า จากนั้นมีการต่อว่าอีกหลายอย่าง นายธวัชชัยกล่าว

ทำให้นายเอกพจน์ กระโดดต่อยเข้าใบหน้า จึงได้ยกข้อมือขึ้นรับจึงถูกนาฬิกากระแทกเข้าที่ปากจนปากแตก”
เรื่องจึงไปลงเอยที่สน.เมื่อนายธวัชชัยเข้าแจ้งความ และขอให้นายเอกพจน์มาขอโทษ

————————————————————————————————-

1237468225m

สุรเชษฐ์ ไชยโกศล ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย VS รณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 มี.ค.2552? กรรมการห้ามทัพ ชัย ชิดชอบ

ระหว่างการอภิปรายเกี่ยวข้องกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะกับนโยบายด้านกระทรวงศึกษาธิการ โดยสุนัย? จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยที่

พยายามกระทบกระเทียบว่านายอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นนายกฯตัวจริง ผ่านทางน.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการเชิงว่าเป็นตัวแทนของ

ใครหรือเปล่าถึงได้เป็นรมต. สร้างความไม่พอใจให้กับสส.ฝ่ายรัฐบาลที่พากันยกมือประท้วงว่า กำลังอภิปรายนอกประเด็นและพาดพิงถึงบุคคล

ที่3

จากนั้นมีส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลคนหนึ่งลุกขึ้นประท้วง คือ นายรณฤทธิชัย คานเขต ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน ลุกขึ้นประท้วงนายสุนัยว่า ?เรารู้แนวทางกันและกัน ขอให้สุนัยเลิกพูดวกไปวนมา ขอให้เข้าประเด็นดีกว่า?

ปรากฏว่า นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงบ้าง โดยถามประธานสภา ว่า นายรณฤทธิชัย ใช้สิทธิ์อะไรในการประท้วง ถ้าจะใช้สิทธิ์รัฐมนตรี ขอให้รอปรับครม.รอบหน้า

รณฤทธิชัย โต้ว่า จะเป็นรอบนี้เลย

pl1

จากนั้นนายสุรเชษฐ์ที่นั่งอยู่ติดกับมุมของสื่อมวลชนได้กล่าวสวนนายรณฤทธิชัย ขึ้นว่า ?ค_ย? พร้อมทั้งชูนิ้วกลางให้

8d8bi7bjiaeb8bkg7cice

จนทำให้นายรณฤทธิชัย ถึงกับบอกว่า ?เมื่อกี้พูดว่าอะไรวะ เฮ๊ย ค_ยเลยหรอ? แล้วด่ากลับพร้อมกับชูนิ้วกลางคืน

แล้วทั้งสองฝ่ายปรี่เข้าหากัน แต่ก็ถูกเพื่อนส.ส.ห้ามไว้ ซึ่งนายสุรเชษฐ์ไม่ยอมหยุดและยังได้ท้านายรณฤทธิชัย ว่า ?เฮ๊ย น้องไปเจอกันนอกห้อง? รวมทั้งยังได้ชูนิ้วกลางแสดงความท้าทายอีกรอบ

ส่วนนายรณฤทธิชัย ก็ทำท่าจะถอดเสื้อสูทเพื่อออกไปตามคำท้าของนายสุรเชษฐ์ แต่ขณะนั้นส.ส.หลาย พรรคได้เข้ามาห้ามปราม

ระหว่างนั้นนายชัย ชิดชอบก็พยายามห้ามปราม โดยขอให้ทุกคนนั่งลง พร้อมทั้งกล่าวยํ้าว่า ที่นี่สภาไทย

จาก นั้นนายสุรเชษฐ์ก็เดินออกจากห้องประชุมไป แต่นายรณฤทธิชัยไม่ได้เดินออกไปและยังนั่งอยู่กับที่เฉยๆ โดยมีนายนที สุทินเผือก(กรุง ศิริไล) ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย นั่งประกบให้นายรณฤทธิชัยใจเย็น เพราะเคยเป็นเพื่อนร่วมวงการบันเทิงด้วยกันมา

นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาที่ห้ามยังไงก็ไม่มีใครฟังจึงขอให้นายสุนัย หยุดการอภิปราย และขอว่า อย่าให้เกิดแบบนี้ขึ้นอีก

————————————————————————————————-

สมคิด บาลไธสง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย VS อภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์

เหตุเกิดเมื่อ 14 พค. 2552 กรรมการห้ามทัพ ชัย ชิดชอบ

ในการประชุมสภาฯวันที่ 14 พค. นายสมคิด บาลไธสง ได้ลุกขึ้นขอให้ประธานตรวจสอบการตอกบัตรของสส. เพราะเห็นว่ามีการเสียบบัตรแทนกัน ซึ่งนายชัยแจงว่าจะ

ทำการตรวจสอบขอให้นายสมคิดนั่งลง แต่นายสมคิดไม่เชื่อ และได้เดินเข้าไปตรวจสอบการตอกบัตรของสส.ประชาธิปัตย์ ทำให้สส.บางคนไม่พอใจ จนเริ่มมีปากเสียง

กัน นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ลุกขึ้นตะโกนด่า ?ไอ้เ_ย? และกวักมือเรียกให้นายสมคิด

สมคิดก็เดินปรี่เข้ามาหาพร้อมใช้คำพูดหยาบคายด่าตอบโต้กันไปมาลั่นห้องประชุม ขณะนั้นเองนายอภิชาติ สุภาแพ่ง ได้ตรงเข้าไปหานายสมคิดพร้อมสาวหมัดและเท้าไปในอากาศ แต่ถูกสส.ของทั้งสองพรรคกันไว้

ว่ากันว่าระหว่างเกิดเหตุิ นายชัย ชิดชอบได้กล่าวห้ามปรามตลอดเวลา แต่ไม่มีสส.คนไหนเชื่อฟังเลย

somkidbang1

?มึงมานี่? ก็จึงได้เดินเข้าไป เพราะไม่กลัวคำขู่ พอเข้าไปใกล้ ส.ส.คนดังกล่าวก็ได้ตะโกนด่าว่า ?ไอ้__ กูอดทนกับมึงมานานแล้ว? ตนจึงสวนกลับไปว่า ?กูนึกว่ามึงเป็นคน มึงเป็น__เหมือนกูเหรอ? จากนั้น ส.ส.คนดังกล่าวได้พยายามปรี่เข้ามาเพื่อจะชก แต่สมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ดึงไว้

นายมคิดชี้แจงหลังเกิดเรื่อง

arpichad1

?มึงออกมาเจอกับกูข้างนอกดีกว่า? จากนั้นก็พูดด่าคนอื่นอีกหลายคำ และจากที่ตกอยู่เหตุการณ์ได้กลิ่นเหล้าจากตัวนายสมคิดด้วย

สส.พรรคประชาธิปัตย์ชี้แจงหลังเกิดเรื่อง


เรียบเรียงโดย ซูเปอร์โนว่า

Mthainews