ล่าโลมา ประเพณีญี่ปุ่น ที่ทั่วโลกคัดค้าน

Home / สกู๊ปข่าว / ล่าโลมา ประเพณีญี่ปุ่น ที่ทั่วโลกคัดค้าน

ฉากน้ำทะเลเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานในภาพยนตร์สาตรคดี’ The Cove’  ที่ออกฉายเมื่อปี 2552  ตีแผ่เรื่องราวการล่าโลมาจำนวนมาก โดยการต้อนมารวมกัน ก่อนจะใช้เหล็กแหลมแทงให้ตายอย่างทรมาน ของเมืองไทจิ จังหวัดวากายามะ ประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นภาพแสนโหดร้ายที่ทำให้ภาพยนตร์สาคดีเรื่องนี้ได้รับรางวัลออสการ์ไปครอง ทั้งยังเป็นการกระตุ้นความให้คนทั่วโลก โดยเฉพาะนักอนุรักษ์และคนดังออกต่อต้านการล่าโลมากันอย่างจริงจังมากขึ้น

ล่าโลมา,ญีปุ่่น,คัดค้าน

สำหรับประเพณีการล่าโลมาเพื่อนำมาเป็นอาหารนั้น แรกเริ่มนั้นมีอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น กระทั่งปัจจุบันนี้เหลือเพียงที่เมืองไทจิ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ถือเป็นอาชีพหลักและประเพณีที่สืบทอดต่อกันมาแบบรุ่นต่อรุ่น เนื่องจากในแหล่งอื่นๆโลมาเหลือน้อยมากหรือไม่เหลือเลย ส่วนฤดูกาลล่าโลมาจะเริ่มต้นล่าโลมากันตั้งแต่เดือนตุลาคม กระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์ โลมาเริ่มลดลง ชาวประมงก็จะหันมาล่าวาฬขนาดเล็กแทน

ด้วยการล่าอย่างต่อเนื่องนี้เอง เมื่อปลายปีที่แล้ว (2013) องค์การตรวจสอบเพื่อสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ซึ่งเป็นกลุ่มรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมของอังกฤษ เปิดเผยผลสำรวจพื้นที่ทะเลโดยรอบประเทศญี่ปุ่นว่า บรรดา วาฬ โลมา และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กกว่าโลมาและวาฬที่เรียกว่า พอร์พอยส์ หลายๆ ชนิดลดจำนวนลงจนเหลือน้อยมาก

ล่าโลมา,ญีปุ่่น,คัดค้าน

โลมาแถบ (Striped Dolphin) คือโลมาที่เป็นหลักในอุตสาหกรรมประมงของญี่ปุ่น บางพื้นที่ไม่มีเหลือแล้ว และกลายเป็นสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์ไปจากทะเลญี่ปุ่นโดยถาวร

ในแง่ ระบบนิเวศ โลมาและวาฬ เป็นผู้บริโภคระดับบนในห่วงโซ่อาหาร ช่วยสร้างสมดุลย์ ให้กับระบบนิเวศในทะเล ช่วยควบคุมประชากรปลา ทั้ง ยังช่วยกำจัดปลาที่อ่อนแอ ไม่แข็งแรง มิให้มีโอกาสกระจายพันธุ์ต่อไปได้

หรือจะเป็นผลกระทบต่อมนุษย์โดยตรง นั่นคือสารปรอทและตะกั่วที่อยู่ในเนื้อโลมา มีรายงานระบุว่าชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในชุมชนที่กินเนื้อโลมา มีระดับของสารปรอทสูงกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่าตัว

ล่าโลมา,ญีปุ่่น,คัดค้าน

ความสูญเสียยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นส่งผลให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องออกมาเดินหน้าคัดค้านการล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมใต้ทะเล โดยเฉพาะโลมา โดยยกเอาปัจจัยต่างๆมาสนับสนุนการเลิกล่าโลมา ทั้งจำนวนที่ลดลงและผลต่อระบบนิเวศ หรือกระทั่งผลเสียจากสารปรอทต่อร่างกายมนุษย์ที่บริโภคโลมามากเกินไป

กลุ่มนักอนุรักษ์ Sea Shepherd ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด มีการนำกล้องไปแอบถ่ายทำจนได้ภาพโลมาจมูกขวด กำลังดิ้นรนหลบหนีออกจากตาข่าย การแอบนำผ้ามากั้นแล้วฆ่าโลมาก็เป็นภาพที่ทางกลุ่ม Sea Shepherd สามารถบันทึกไว้ได้เช่นกัน

ขณะที่แคโรไลน์ เคนเนดี้  เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำญี่ปุ่นได้รับคำเชิญจากเจ้าหน้าที่ประมงของญี่ปุ่น เพื่อไปชมกรรมวิธีการล่าโลมา เพื่อยืนยันว่าการล่าโลมาของเมืองไทจินั้นไม่ได้โหดร้ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ ทั้งยังต้องการให้ทูตสาวเห็นว่า การล่าโลมานั้นเป็นอาชีพหลักที่ช่วยให้เศรษฐกิจท้องถิ่นดีมากเพียงใด เนื่องจากเคนเนดี้ได้โพสต์ข้อความต่อต้านประเพณีการล่าโลมาผ่านทวิตเตอร์ของตนเอง

เช่นเดียวกับนางโยโกะ โอโนะ นักร้องชาวญี่ปุ่น ภรรยาของจอห์น เลนนอน นักร้องดังวงเดอะ บีทเทิลส์ ก็ออกจดหมายเปิดผนึกถึงชาวบ้านหมู่บ้านไทจิว่า การล่าโลมาซและนำมาเป็นอาหาร ทำลายชื่อเสียงของญี่ปุ่นที่สั่งสมมานาน และอาจส่งผลกระทบในอนาคต เพราะประเทศมหาอำนาจที่จ้องมองจะลดความสำคัญของญี่ปุ่นลง

ล่าโลมา,ญีปุ่่น,คัดค้าน

กระนั้นนายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเพณีการล่าโลมาว่ากลายเป็นสิ่งที่ฝังลึกจนกลายเป็นวัฒนธรรมของชาวไทจิไปแล้ว อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ชาวประมงเหล่านั้นมีรายได้ เพราะไม่ใช่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่

นอกจากนี้ยังมีการชี้แจงถึงการฆ่าโลมาที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยว่า เพื่อให้โลมาทรมานน้อยลงและไม่มีเลือดไหลนองเหมือนดังใน ภาพยนตร์สาตรคดี’ The Cove’ ชาวประมงได้เปลี่ยนวิธีการฆ่ามาเป็นการตัดไขสันหลังที่จะทำให้โลมาตายทันที

ล่าโลมา,ญีปุ่่น,คัดค้าน

ความโหดร้ายยังไม่จบแค่การล่าโลมา เพราะล่าสุดมีข่าวเมืองไทจิเตรียมเปิดซาฟารีรองรับทัวร์ นายมาซากิ วาซาดะ เจ้าหน้าที่เมืองไทจิทางตะวันออกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น แถลงว่า เมืองชาวประมงแห่งนี้มีแผนจะสร้างอุทยานทางน้ำ เนื้อที่ราว 170 ไร่ ภายใน 5 ปี ที่อ่าวฮาตาคีจิริ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ล่องเรือชมโลมาและวาฬในท้องทะเล พร้อมกับลิ้มรสอันโอชะของโลมาและวาฬ

หากการล่าโลมาคืออาชีพที่หล่อเลี่ยงชาวประมง เสริมสร้างเศษฐกิจของเมืองก็นับว่าน่าเห็นใจชาวประมงไม่น้อย ถ้าจะไม่สามารถประกอบอาชีพหาเลี้ยงครอบครัวได้ แต่การอยู่กับธรรมชาติอย่างไม่เบียดเบียนน่าจะเป็นทางออกในระยะยาวที่นั่งยืนต่อชาวประมงมากกว่า หากการล่าอย่างเอาเป็นเอาตายยังคงดำเนินไป รับรองได้ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าชาวประมงก็ต้องหันไปทำอาชีพอื่นเพราะโลมาสูญพันธ์ไปนั่นเอง

MThai News