ตีแผ่ความเชื่อ บูชาซากศพ จากไสยศาสตร์ สู่ตลาดมืด

Home / สกู๊ปข่าว / ตีแผ่ความเชื่อ บูชาซากศพ จากไสยศาสตร์ สู่ตลาดมืด

ตีแผ่ความเชื่อ บูชาซากศพ จากไสยศาสตร์ สู่ตลาดมืด 

ทำเอาผงะไปตามๆกัน เมื่อเจ้าหน้าที่รับส่งสินค้าระหว่างประเทศ บริษัท ดีเอชแอล เอ็กซเรย์กล่องพัสดุ บรรจุชิ้นส่วนมนุษย์ แบ่งแยกย่อยออกเป็น 5 กล่องแช่ฟอมาลีน เตรียมส่งออกไปยัง เนวด้า ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา จนกระทั่งความแดงว่า ชิ้นส่วนเหล่านี้หลุดมาจากพิพิธภัณฑ์ในศิริราช โดยมาจากส่วนจัดแสดงกลางในตึกอดุลยเดชวิกรม ชั้น 2 และจากภาควิชากายวิภาค 2 ชิ้น และนิติเวช 3 ชิ้น

579671-01
(ภาพประกอบข่าว)

เกิดข้อฉงนสงสัย เหตุใด จึงมีการลักลอบซื้อขาย ส่งออกชิ้นส่วนมนุษย์ จากการตรวจสอบพบว่า ชิ้นส่วนมนุษย์ มีการลงยันต์แบบโบราณ เชื่อกันว่าตรงส่วนที่เป็นยันต์จะเอาไปทำพิธีซื้อขายในราคาแพง ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ชาวต่างชาติเริ่มให้ความสนใจ สะสมเครื่องรางของขลัง ตั้งแต่พระเครื่อง ตะกรุด ปลัดขิก วัตถุโบราณ

โดยเชื่อว่า ป้องกันภัยอันตรายได้ เสริมเสน่ห์บารมี เมตตามหานิยม ทำมาค้าขายขึ้น หลายคนจึงเสาะแสวงหาไว้พกติดตัว ยิ่งเครื่องรางของขลังที่ทำมาจากอวัยวะมนุษย์ ยิ่งทำให้มีอิทธิ์ฤทธิ์แแรงกล้า จนกลายเป็นตลาดมืดซื้อขายกัน

อย่างไรก็ดี การซื้อขายชิ้นส่วนมนุษย์ ถือเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย นับเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 150 ป.พ.พ. แม้อวัยวะมนุษย์จะเป็นทรัพย์เพราะเป็นวัตถุมีรูปร่าง ซึ่งอาจมีราคาและถือเอาได้ตามความในมาตรา 137, 138 ป.พ.พ. แต่อวัยวะไม่อาจเป็นสินค้าในสัญญาซื้อขายเพื่อให้มีผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของได้

และไม่อาจโอนให้แก่กันโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น อวัยวะมนุษย์จึงเป็นทรัพย์นอกพาณิชย์ตามมาตรา 143 ป.พ.พ. กล่าวคือไม่สามารถนำอวัยวะมาซื้อขายกันได้ในระบบการค้าพาณิชยกรรม

579660-01

ส่วนใหญ่ที่นิยม จะเป็นซากทารกที่ทำเป็นกุมารทอง เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 เกิดกรณีเช่นเกียวกันกับการจับกุมนายโจว ฮอง ฮุน ชายชาวไต้หวัน พร้อมของกลางซากทารกปลุกเสก 6 ซาก ที่ผ่านพิธีกรรมการทำกุมารทอง

ภายในโรงแรมย่านเยาวราช สารภาพรับซากกุมารทองไปขายต่อ ที่ประเทศไต้หวัน เพราะมีกลุ่มคนที่มีความเชื่อว่า ซากทารกหรือกุมารทองเหล่านี้จะสามารถเสริมดวง ความร่ำรวย และลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกมีเงิน ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ดารา รวมไปถึงนักการเมือง

จริงหรือ ที่เลี้ยงกุมารทองแล้วจะโชคดี มีลาภมา ต้องเรียกว่าเป็นความเชื่อและวิจารณญารส่วนบุคคลเช่นกัน ที่ผ่านมา คนไทยมักจะได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับกุมารทองบ่อยครั้ง ตามตำนานเล่าขานว่า วิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่า ตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะไปนำพาวิญญาณเด็ก นั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก

โดยจะต้องนำมาประกอบพิธีกรรมซึ่งจะทำในเวลากลางคืน นำศพทารกไปเผาหรือย่างไฟให้แห้ง ลงรักปิดทองให้ทั่วทั้งตัวเลี้ยงเอาไว้ เหมือนลูก และต้องให้ข้าวน้ำเซ่นสรวงและต้องเรียกให้กินข้าว หากเลี้ยงดี ก็จะเกิดผลดีกับตัว

ส่วนกรณีของชาวชาวมะกันขโมยชิ้นส่วนมนุษย์นั้น ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่า ชาวต่างชาตินั้นจะนำชิ้นส่วนเหล่านี้ไปทำอะไรกันแน่  การจับกุมตัวก็ทำได้แค่ออกหมายจับ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปล่อยตัวกลับไป ในที่สุดแล้วนักท่องเที่ยวทั้งสองคนได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว

เครื่องรางของขลังทั้งหลาย เป็นเพียงความเชื่อ สุดท้ายแล้วชีวิตจะดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการกระทำของตัวเราเอง ที่จะเลือกดำเนินไปอย่างไร แน่นอนว่าหากจิตใจดี ประพฤติดี สุดท้ายผลดีย่อมเกิดให้เห็นได้ไม่ช้าก็เร็ว

MThai News

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
579671-01
สยอง! พบศพทารก-แผ่นหลังลงยันต์ ในกล่องพัสดุเล็งส่งไปอเมริกา