ย้อนดูราคายาง รัฐบาลไหน ใครให้เท่าไหร่ อย่างไร?

Home / การค้าการลงทุน, ตลาดหุ้น, สกู๊ปข่าว, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / ย้อนดูราคายาง รัฐบาลไหน ใครให้เท่าไหร่ อย่างไร?

รวมราคายาง 14 ปีย้อนหลังตั้งแต่รัฐบาลนายชวน ผ่านทักษิณ, อภิสิทธิ์, ยิ่งลักษณ์ จนมาถึงรัฐบาล ‘ประยุทธ์‘ ในปัจจุบัน ใครให้เท่าไหร่ สถานการณ์เป็นอย่างไร

จากปัญหาราคายางพาราตกต่ำในปัจจุบัน จนทำให้เกษตรกรชาวสวนยางออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลผลักดันราคายางให้อย่างน้อยอยู่ในระดับ 80 บาทต่อกิโลกรัม จากปัจจุบันที่ต่ำจนเกือบจะ 3 กิโลฯ 100 บาท

ยางพารา, ราคายางพารา, ราคายางพาราตกต่ำ, ชาวสวนยาง, ข่าวเศรษฐกิจ

คำถามที่ทุกคนต่างโยนกันไปกันมาคงไม่พ้นคำว่า ‘ทำไมถึงรับซื้อในราคา 80 บาทไม่ได้?’, ‘รัฐบาลรับซื้อไว้ก่อนไม่ได้หรือ ค่อยหาตลาดเพื่อส่งออก?’

หรือแม้กระทั่งคำถามง่าย ๆ ที่ตอบยากซะเหลือเกินอย่างเช่น ‘จริง ๆ แล้วราคายางพาราควรจะเป็นเท่าไหร่?’ ซึ่งการตอบคำถามทุกคำถามให้ถูกต้องด้วยคำตอบเดียวจึงเป็นไปไม่ได้

ดังนั้น MThai News จึงรวบรวมข้อมูลที่จะช่วยให้ทุกคนที่ติดตามข่าว หรือแม้กระทั่งเกษตรกรชาวสวนยางเอง สามารถตอบคำถามให้กับตัวเองในใจ ก่อนจะรำลึกความหลังกันว่า

จริง ๆ แล้วราคายางที่ผ่านมาเป็นอย่างไร แต่ละรัฐบาลมีนโยบายแบบไหน ราคาเท่าไหร่ และที่สำคัญการออกมาเรียกร้องราคายางทั้งในปัจจุบัน และอดีตเป็นการเรียกร้องเพื่อปากท้องจริงหรือไม่?

ราคาน้ำยางพาราในปัจจุบันอยู่ที่ราว 38-40 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าเป็นราคาที่ต่ำที่สุดในรอบหลายปี แต่ทุกอย่างย่อมมีเหตุและผลเสมอ การที่ราคายางในปัจจุบันตกต่ำนั้น

เป็นผลมาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงโดยเฉพาะประเทศที่มีอุตสาหกรรมที่ใช้ยางจำนวนมากอย่าง ‘จีน’ ยังไม่เท่านั้นครับ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า

ยางพารา, ราคายางพารา, ราคายางพาราตกต่ำ, ชาวสวนยาง

 

ในปัจจุบันอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ใช้ยางนั้น มีการใช้ยางอยู่ 2 ประเภทคือยางธรรมชาติ (ยางพารา) และยางสังเคราะห์ที่ได้มาจากการกลั่นน้ำมัน และปิโตรเคมี

ซึ่งยางสังเคราะห์นั้นมีราคาที่ถูกกว่ายางพารา และยังปรับตัวตามราคาน้ำมันในตลาดโลกอีกด้วย นั่นหมายความว่าราคายางสังเคราะห์ในปัจจุบันจะต้องต่ำลงตามราคาน้ำมันแน่นอน

และนั่นก็เป็นอีกแรงกดดันหนึ่งที่สำคัญที่ทำให้ราคายางพาราในตลาดโลกก็ตกต่ำไปด้วย ที่สำคัญอัตราแลกเปลี่ยนก็มีความสำคัญมาก ๆ โดยเมื่อค่าเงินเยนแข็งค่า จะทำให้ราคาขายยางในตลาดล่วงหน้า TOCOM ที่ญี่ปุ่นปรับตัวลดลง

และเมื่อเราทราบถึงปัจจัยสำคัญ ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคายางกันแล้วก็พอจะหาคำตอบให้กับตัวเองกันได้นะครับว่าราคายางควรเป็นอย่างไร แต่ไม่ว่าราคายางจะเป็นอย่างไร มาตรการดูแลจากรัฐบาลก็เป็นส่วนที่สำคัญ

ยางพารา, ราคายางพารา, ราคายางพาราตกต่ำ, ชาวสวนยาง

 

-เริ่มต้นกันที่รัฐบาลนายกฯชวน หลีกภัย นายกฯขวัญใจคนใต้ ปีพศ. 2544 ราคายางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ 20-25 บาท ซึ่งเป็นอีกช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำเป็นอย่างมาก

จนนายชวนเองถึงกับออกปากว่า ‘ให้โค่นต้นยางทิ้งซะ แล้วหันมาปลูกจำปาดะกันแทน’ ตอนนั้นเกษตรกรชาวสวนยางก็ต้องก้มหน้ารับกับราคาที่เป็นอยู่ โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้

-ต่อมาในสมัยรัฐบาลนายกฯทักษิณ ได้มีการทำ MOU กับ ประเทศผู้ผลิตที่บาหลี เจรจาความร่วมมือด้านยางพาราระหว่างประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

จนส่งผลให้ราคายางพาราพุ่งขึ้นแตะที่ระดับ 100 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งมีปัจจัยจากความต้องการในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นด้วย

ยางพารา, ราคายางพารา, ราคายางพาราตกต่ำ, ชาวสวนยาง

 

-จนมาถึงในสมัยรัฐบาลนายกฯอภิสิทธิ์ ราคายางพาราค่อนข้างมีความผันผวนสูง จากราคา 100 บาทต่อกิโลกรัม ร่วงลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดราว 36 บาทต่อกิโลกรัม จากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

ก่อนที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นไปอีกครั้งในช่วงปลาย ๆ รัฐบาลจนราคาพุ่งขึ้นไปแตะสูงสุดเกือบ 120 บาทจ่อกิโลกรัม

-และมาในสมัยรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ ในช่วงแรกราคาขายางอยู่ในขาขึ้นพุ่งขึ้นไปสูงถึงระดับ 180 บาทต่อกิโลกรัม ก่อนที่จะโดนพิษเศรษฐกิจ และปัญหาการเมือง

ประกอบกับเป็นช่วงที่ค่าเงินคอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงที่สุด ทำให้กระชากราคายางให้ค่อย ๆ ตกต่ำลงมาเรื่อย ๆ จนมาอยู่ในระดับ 80 บาทต่อกิโลกรัม จนทำให้มีการประท้วง เรียกร้องราคายางที่ 120 บาทต่อกิโลกรัม

-ปัจจุบันในสมัยรัฐบาลนายกฯประยุทธ์ ราคาคาร่วงลงมาอย่างต่อเนื่องจนเกือบจะถึงจุดต่ำสุดที่ 3 กิโล 100 บาท ซึ่งปัจจัยที่กดดันก็มาจากปัญหาของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง

ยางพารา, ราคายางพารา, ราคายางพาราตกต่ำ, ชาวสวนยาง

 

รวมถึงราคาน้ำมันที่ตกลงฮวบฮาบอีกด้วย จนเกษตรกรชาวสวนยางหลายรายถึงกับน้ำตาตก เมื่อรัฐบาลประกาศชัดเจนว่าราคายางที่ 80 บาทต่กิโลกรัมนั้น ‘เป็นไปไม่ได้’ และรัฐบาลจะไม่ยอมควักเงินซื้อไว้ก่อนแน่นอน…

และนี่คือเส้นทางราคายางพารา ที่ปนไปทั้งรอยยิ้ม และคราบน้ำตาของเกษตรกรชาวสวนยาง ที่เมื่อมีปัญหาก็พยายามเรียกร้องความช่วยเหลือจากรัฐ ทั้งได้บ้างไม่ได้บ้าง

แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ แต่ยังคงไม่สามารถหาคำตอบได้คือ ความจริงแล้วราคายางที่เรียกร้องในแต่ละครั้งค่อนข้างต่างกัน ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นการเรียกร้องเพื่อต้นทุนจริง ๆ หรือหวังประโยชน์อื่นใดหรือไม่

แต่อย่างไรก็ตามวอนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกส่วนช่วยกันเข้ามาดูแลราคายางอย่างเต็มความสามารถ เพื่อไม่ให้เกษตรกรชาวสวนยางในกว่า 50 จังหวัด หรือกว่า 2 ล้านคนต้องเดือดร้อนไปมากกว่านี้

ยางพารา, ราคายางพารา, ราคายางพาราตกต่ำ, ชาวสวนยาง

 

 

MThai News