สู้ หรือ หนี ? ยิ่งลักษณ์ โดนคดี หรือจะตามรอยพี่ชาย

Home / คอลัมนิสต์, สกู๊ปข่าว / สู้ หรือ หนี ? ยิ่งลักษณ์ โดนคดี หรือจะตามรอยพี่ชาย

เมื่ออำนาจเปลี่ยน เวียนมาปกครองด้วยระบอบทหาร ชื่อของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็กลายเป็นเพียง “อดีต” นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทยโดยทันที การยุบสภา ก้าวออกมาจากตำแหน่ง  ยังไม่ใช่บทสรุปในบทบาททางการเมือง แต่ถูกพ่วงคดีโครงการรับจำนำข้าวติดตัว ที่วันนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะออกหัวออกก้อย

ยิ่งลักษณ์ โดนคดี หรือจะตามรอยพี่ชาย
ยิ่งลักษณ์ โดนคดี หรือจะตามรอยพี่ชาย

ความเชื่อมั่นในโครงการจำนำข้าว ที่ผ่านมา เจ้าตัวนั่งยัน นอนยัน ว่าโครงการรับจำนำข้าว ประเทศไทยได้ประโยชน์ มากกว่าเงินที่ใช้ในโครงการ โดยไม่มีเหตุจำเป็นที่จะยกเลิกโครงการนี้  สุดท้าย อสส.สั่งฟ้อง ในคดีอาญา แม้จะไม่เป็นน่าพอใจสำหรับฝ่ายคนเสื้อแดง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่พลิกโผตะลึงงัน เพราะคาดกันอยู่แล้วว่า จะเป็นไปในทิศทางใด

การที่ถูกอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีโกงจำนำข้าว คาดว่าจะฟ้องได้ภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ เรื่องนี้ จะอยู่ หรือ หนี ตามรอยพี่ชาย กลายเป็นเรื่องที่น่าจับตา เพราะแม้กระทั่งจะเดินเหิน ไปมายังบ้านเกิดที่จ.เชียงใหม่ ก็ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากฝ่ายทหาร ถึงขนาดส่งเจ้าหน้าที่ดูแลทุกฝีก้าว พร้อมตั้งด่านตรวจรถด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

อย่างไรก็ดี เมื่ออัยการสูงสุดยังไม่ได้ส่งฟ้อง น.ส. ยิ่งลักษณ์ ก็เป็นเพียงผู้ต้องหา มีการถกเถียงกันว่า เหตุใด คสช. จึงไม่อนุญาตให้บินออกนอกประเทศ  หลังจากที่ได้ทำเรื่องขอเดินทางไปฮ่องกง ในวันที่ 8 ก.พ. 58 ที่ผ่านมา เหตุผลของ คสช. บอกชัดว่า เป็นอำนาจกฎอัยการศึกที่ได้ประกาศออกไป  ใครจะบินออกนอกประเทศก็ต้องเข้ามารายงานตัว หรือหากขืนไฟเขียวให้ออกนอกประเทศ หลายคนหวั่นว่า อาจจะเล่นตุกติก ตามไปอยู่กับทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นได้

และหลังจากนี้ เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตกเป็นจำเลยตามคำฟ้องของอัยการที่จะระบุความผิดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์กระความผิดในคดีรับจำนำข้าว ฐานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต จนศาลฎีกาฯประทับรับฟ้องแล้ว  การขอออกนอกประเทศ ก็ต้องไปยื่นเรื่องขอต่อศาลฎีกาฯ ไม่ทายก็ตอบถูกว่า คงจะเป็นเรื่องยากหากศาลฎีกาฯ จะปล่อยโบยบินหนีไป

จะอยู่สู้คดี หรือจะหนีไม่ยอมรับคำตัดสิน วันนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องยอมรับชะตากรรม ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลบริหารประเทศ ก่อนจะปิดฉากทางการเมืองด้วยคำตัดสินตามกระบวนการยุติธรรม

มาถึงตรงนี้ ฝ่ายเพื่อไทยเองตั้งข้อสังเกตว่า มีการพยายามเอาผิดคนในตระกูลชินวัตร ไหนจะ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ สั่งสลายการชุมนุมปี 2551  ซึ่งจะมีการนัดฟังคำสั่ง 24 กุมภาพันธ์ นี้ ส่วนคดีสั่งสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ในสมัยรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับไม่มีความคืบหน้า

อย่างไรก็ตาม โอกาสที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะชนะคดีหรือไม่ ต้องรอดูการสู้คดีตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม กว่าคดีจะขึ้นไปชั้นศาล อาจจะยังคงต้องใช้เวลา วันนี้  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังคงใช้ชีวิตปกติ ยืนยันจะไม่หนี เพราะหากทำเช่นนั้น ก็เหมือนกับหนีความผิด ยอมรับไปโดยปริยาย และจะกลายเป็นอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ ให้กล่าวขวัญถึงแบบซ้ำรอยเดิม

เพชรพิริยะ

MThai News