สรุปสถานการณ์น้ำในไทย ตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันนี้!

Home / ข่าวทั่วไป, สกู๊ปข่าว / สรุปสถานการณ์น้ำในไทย ตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันนี้!

สรุปสถานการณ์น้ำในประเทศ ตั้งแต่ต้นปี ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2559

หลายคนคงจะคุ้นชินกับข่าวฝนตก น้ำท่วมมาโดยตลอด ตั้งแต่ต้นปี ทำเอาเกษตรกร และประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เสี่ยงต่างอกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน จนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีข่าวฝนตกอย่างต่อเนื่อง แม้จะกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วก็ตาม

ทีมข่าว MThai  ขอนำข้อมูลสถานการณ์น้ำมาให้ได้ทราบกัน ซึ่งคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช) ได้สรุปสถานการณ์น้ำในประเทศตั้งแต่ต้นปี ถึงวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยปริมาณฝนสะสมทำให้มีน้ำรวม 1,585.3 มม. มากกว่าค่าเฉลี่ย 93.5 มม. (6%)

ภาพประกอบข่าว

โดยแบ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำเก็บกัก 50,445 ล้าน ลบ.ม. (71%) มากกว่าปีที่แล้ว 9,442 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 13 ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีปริมาณน้ำเก็บกัก 3,625 ล้าน ลบ.ม. มากกว่าปีที่แล้ว 20% คิดเป็นจำนวน 900 ล้าน ลบ.ม.

พื้นที่ที่ต้องให้ความสนใจเรื่องน้ำ

พื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน จำนวน 22 จังหวัด 124 อำเภอ 786 ตำบล 5,408 หมู่บ้าน ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร พระนครศรีอยุธยา ตาก บึงกาฬ สกลนคร ระนอง บุรีรัมย์ อ่างทอง สระบุรี สุราษฎร์ธานี กาฬสินธุ์ สิงห์บุรี ลพบุรี เพชรบุรี ร้อยเอ็ด และขอนแก่น

น้ำท่วม 7 จังหวัด ได้แก่ หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย ชัยภูมิ นครราชสีมา สุพรรณบุรี ราชบุรี

น้ำหลาก 1 จังหวัด คือ พัทลุง

สถานะน้ำในแม่น้ำสายสำคัญสายหลัก

ที่อยู่ในสภาวะน้ำปกติ ได้แก่ แม่น้ำวังที่ จ.ตาก แม่น้ำน่าน ที่ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ แม่น้ำมูลที่ จ.อุบลราชธานี แม่น้ำตาปี และแม่น้ำโกลก

ที่น้ำน้อย ได้แก่ แม่น้ำปิง ที่ จ.เชียงใหม่ จ.กำแพงเพชร และ อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ แม่น้ำยม ที่ จ.แพร่ แม่น้ำน่าน ที่ จ.น่าน และพิษณุโลก คลองพระสทึง แม่น้ำบางปะกง คลองท่าตะเภา

ที่น้ำมาก ได้แก่ แม่น้ำมูล ที่ จ.บุรีรัมย์ และศรีสะเกษ

พื้นที่ที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษในช่วงนี้ เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก

ช่วงวันนี้ (16 พ.ย.) – 17 พ.ย. ภาคเหนือและภาพตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนหนักบางแห่ง เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย

ช่วงวันที่ 18-22 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนเพิ่มขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะยังคงมีฝนต่อเนื่อง เพราะบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง และจะมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้

 

MThai News