รวม 10 อันดับ ที่สุดของข่าวเศรษฐกิจใน ปี 2559

Home / สกู๊ปข่าว / รวม 10 อันดับ ที่สุดของข่าวเศรษฐกิจใน ปี 2559

สถานการณ์โดยรวมของเศรษฐกิจในปี 2559 ถือว่ายังต้องเผชิญกับมรสุมบ้างในบางเรื่อง โดยมีกระแสข่าวต่างๆ เกิดขึ้นอย่างมากมายตลอดทั้งปี ซึ่ง MThai News ได้รวบรวม 10 อันดับข่าวที่ทุกคนอาจคาดไม่ถึงในแวดวงเศรษฐกิจ มาย้อนให้ได้รับชมกันอีกครั้ง

เริ่มต้นที่ อันดับ 1. ทีวีดิจิทัล กับความล้มเหลวของ กสทช.

เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ที่มีการประมูลใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับโทรทัศน์ระบบดิจิทัล แต่ดูเหมือนธุรกิจทีวีดิจิทัลจะล้มลุกคลุกคลานเป็นอย่างมาก เมื่อผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนที่สูง จนบางรายถึงกับขาดทุนอย่างมหาศาล ปัญหาจึงตกมาที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องดังกล่าวอย่างไร

ขณะที่ นายพิชัย อุตมาภินันท์ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. (กปต.) เปิดเผยว่า “การดำเนินงานในเรื่องทีวีดิจิทัลของ กสทช. พบปัญหามากมาย ถือเป็นการทำงานที่ขาดประสิทธิภาพ ไร้ความรอบคอบ” โดยปัญหาต่างๆเกิดจากความไม่พร้อมทั้งปริมาณและคุณภาพของโครงข่าย รวมถึงขาดประสิทธิภาพในการทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนถ่ายไปสู่ระบบทีวีดิจิทัล  (อ่านข่าวต่อ >>>)


ต่อมา อันดับ 2. วอยซ์ ทีวี ประกาศปลดพนักงาน

ดูเหมือนปัญหาการแข่งขันอย่างดุเดือดของธุรกิจทีวีดิจิทัลจะบานปลาย เมื่อ นายพยุงศักดิ์ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง นโยบายการปรับโครงสร้างองค์กร โดยประกาศปรับลดพนักงานลงจำนวน 57 อัตรา และอ้างว่าเป็นการเพื่อให้องค์กรมีขนาดที่เหมาะสมต่อการทำงานท่ามกลางการแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิทัลที่รุนแรง  (อ่านข่าวต่อ >>>)


ขณะที่ อันดับ 3. ช็อกวงการ ! แกรมมี่ ประกาศปลดพนักงานในธุรกิจเพลง

ถือว่าเป็นเรื่องที่ช็อกวงการเป็นอย่างมาก เมื่อค่ายเพลงยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ออกมาประกาศถึงการปรับรูปแบบการทำงานของกลุ่มธุรกิจเพลง โดยการปลดพนักงานระดับปฏิบัติการในธุรกิจเพลง ดิจิทัล คอนเทนท์ และ Back office 10% หรือ ประมาณ 80 คน จากทั้งหมด 800 คน ซึ่งบริษัทมีการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานตามอายุการทำงาน บวกค่าเลิกจ้างหรือค่าเสียขวัญอีก 3 เดือน และ มีผลทันที

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ได้มีการปรับโครงสร้างองค์กร และปลดพนักงานมาตลอดตั้งแต่ปี 2553 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยจะมุ่งเน้นไปที่การดำเนินงานของทีวีดิจิทัลของแกรมมี่ทั้ง 2 ช่อง เป็นหลัก เนื่องจากพบว่ามีรายได้เติบโตกว่าเท่าตัว (อ่านต่อ >>>)


อันดับ 4. ไม่รอด ! Ensogo เว็บดีลยอดนิยมประกาศปิดกิจการ

เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อ Ensogo เว็บไซต์ขายดีลชื่อดัง ประกาศปิดกิจการแบบสายฟ้าแลบทั่วทั้งอาเซียน โดยให้เหตุผลว่าเพื่อรักษาเงินทุนของบริษัทไว้สำหรับโอกาสในการระดมทุนครั้งใหม่ต่อไป ทั้งนี้ ทำเอาลูกค้าที่ซื้อดีลไป รวมถึงร้านค้าที่ลงดีลไว้กับ Ensogo ต่างสับสนวุ่นวายเป็นอย่างมาก จนไปรวมตัวกันทำเพจ รวมผู้ได้รับผลกระทบensogo เพื่อร่วมกันพูดคุยหาทางออก ขณะที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคแนะผู้เสียหายรวมตัวเรียกร้องมายัง สคบ. เพื่อดำเนินคดีฟ้องร้องต่อบริษัท Ensogo  (อ่านต่อ >>>)


อันดับ 5. โตโยต้า ค่ายรถดัง เปิดโครงการสมัครใจลาออก

จากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ชะลอตัว และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทำให้ โตโยต้า บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ค่ายยักษ์ ต้องเปิดโครงการสมัครใจลาออก โดยให้ลูกจ้างเหมาค่าแรงสมัครใจลาออก ด้วยการเปิดรับสมัครเข้าโครงการเป็นเวลา 1 อาทิตย์ ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินพิเศษและค่าชดเชยให้ตามอายุงาน พร้อมค่าจ้าง และค่าบอกกล่าวล่วงหน้า

ทั้งนี้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังคงชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ บริษัทฯ ต้องปรับลดกำลังการผลิตลง และมีพนักงานเกินความจำเป็นในการผลิต รวมทั้งต้องปรับลดจำนวนชั่วโมงการทำงานล่วงเวลา ทำให้รายได้รวมต่อเดือนของพนักงานลดลง (อ่านต่อ >>>)


อันดับ 6. ราคายางต่ำสุดในรอบ 100 ปี 

ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่สั่นคลอน และราคาน้ำมันดิบตกต่ำ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคายางพาราลงดิ่งเป็นประวัติการณ์ โดย นายบุญส่ง นับทอง นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ ราคายางพาราตกต่ำหนักสุดในรอบ 100 ปี ทำให้ชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อน จึงเรียกร้องไปยังรัฐบาล ให้ช่วยเร่งหามาตรการหยุดการไหลของราคาไม่ให้ตกต่ำ พร้อมกับเรียกประชุมผู้ผลิตยางในกลุ่มอาเซียน และเร่งการจ่ายเงินชดเชยไร่ละ 1,500 บาท ให้ทั่วถึง  (อ่านต่อ >>>)


สำหรับอันดับ 7. ขาดทุนหนัก! Yahoo ประกาศปลดพนักงาน

ปี 2559 ถือเป็นปีที่บริษัทต่างๆ มีนโยบายการปรับโครงสร้างองค์กร โดยการประกาศปลดพนักงานเพื่อหวังลดต้นทุนที่สูง และ Yahoo เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีการใช้นโยบายดังกล่าว ซึ่งได้ประกาศปลดพนักงานออกร้อยละ 15 ซึ่งจะทำให้พนักงานของ Yahoo ลดลงเหลือประมาณ 9,000 คน เพื่อปรับโครงสร้างองค์กร และลดค่าใช้จ่ายตามแผนการทำธุรกิจใหม่ที่ผู้บริหารตั้งเป้าว่าจะต้องนำเว็บไซต์ Yahoo กลับมาทำกำไรให้ได้อีกครั้งหนึ่ง หลังจากปีที่แล้ว บริษัทรายงานว่ามีผลประกอบการขาดทุนกว่า 4,300 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 150,000 ล้านบาท (อ่านต่อ >>>)


อันดับ 8. ปี 2559 ทีโอที มีโอกาสขาดทุนถึง 11,000 ล้าน

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา TOT และ CAT มีกำไรลดลงจนเข้าสู่ภาวะขาดทุนต่อเนื่อง และในปี 2559 ทางด้านผู้บริหารของ TOT คาดว่า บริษัทจะขาดทุนถึง 11,000 ล้านบาท เนื่องจากอุตสาหกรรมของทั้ง 2 บริษัทมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงต้องมีมีการปรับโครงสร้างเพื่อให้บริษัทสามารถอยู่รอดได้ เนื่องจากขณะนี้ พบว่า TOT มีการถือครองเงินสดอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท มีพนักงาน 15,000 คน ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะสามารถนำมาจ่ายเงินเดือนพนักงาน ได้เพียง 20 เดือนเท่านั้น  (อ่านต่อ >>>)


อันดับ 9. ผันผวนหนัก! ราคาทองในประเทศปรับราคาขึ้น-ลงถึง 31 ครั้งใน 1 วัน

จากกรณีที่ผลการลงประชามติของชาวอังกฤษโหวตให้ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ประชาชนหันมาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยอย่างทองคำ ทั้งนี้ ส่งผลให้ราคาทองในประเทศ ตลอดทั้งวันมีความผันผวนเป็นอย่างมาก โดยมีการปรับราคาถึง 31 ครั้ง และในระหว่างวันราคาซื้อขายเพิ่มขึ้นไปสูงสุดที่ 1,350 บาท  (อ่านต่อ >>>)


สุดท้าย อันดับ 10. หุ้นไทยวิกฤต! ดิ่งเหวเกือบ 100 จุด

ในวันพุธที่ 12 ตุลาคม 2559 เป็นวันที่หุ้นไทยโดนถล่มขายอย่างหนัก โดยดัชนีมีการปรับตัวร่วงลงมาอย่างต่อเนื่องจากวันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2559 โดยเปิดตลาดภาคบ่ายติดลบมากกว่า 90 จุด ซึ่งทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องประกาศว่า หากหุ้นยังลดลงต่อเนื่องถึง 10% จะใช้มาตรการหยุดการซื้อ-ขายชั่วคราว

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่ามาจากปัจจัยลบที่เข้ามากดดันตลาดหุ้นรอบด้านโดยเฉพาะปัจจัยภายในประเทศที่สร้างความกังวลใจให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก