เคล็ดไม่ลับ 3 ขั้นตอน เดินลุยน้ำปลอดภัย ไร้โรคระบาด

Home / สกู๊ปข่าว / เคล็ดไม่ลับ 3 ขั้นตอน เดินลุยน้ำปลอดภัย ไร้โรคระบาด

กระทรวงสาธารณสุข ออกมาเตือนประชาชนถึงเรื่องการเตรียมตัวรับมือและป้องกันโรคระบาดที่มากับหน้าฝนนี้

ในช่วงสภาพอากาศแปรปรวน และเกิดพายุฝนพัดถล่มทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย นำมาสู่การเกิดน้ำท่วมขัง จนบ้างครั้งทำให้ผู้เดินเท้าต้องเดินลุยน้ำเพื่อการสัญจร  ทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงได้มีการแนะนำเคล็ดลับวิธีการ การเดินลุยน้ำเมื่อจำเป็น เพื่อลดการเหยียบย่ำสิ่งสกปรกอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคระบาด  ดังนี้

  1.  “เตรียมรองเท้า”  ใส่รองเท้าบูทได้จะดีมาก หากไม่มีก็ต้องใส่รองเท้า ที่พร้อมลุยน้ำแห้งง่าย หรือเตรียมรองเท้าสำรองในที่ทำงาน
  2. “ห้ามเดินเท้าเปล่า” เสี่ยงเดินเหยียบของมีคม , เสียงเจอสัตว์มีพิษ , เสียงแผลติดเชื้อ
  3. “เตรียมน้ำสะอาดไว้ล้างเท้า”  ล้างได้เร็วที่สุดยิ่งดี เพราะน้ำที่เราลุยนั้นมีสารพัดเชื้อโรค

พักหลังนี้เราจะเห็นผู้เชี่ยวชาญมากมาย ออกมาให้ข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับโรคระบาด ที่แพร่เชื้ออย่างรวดเร็วในช่วงหน้าฝน จึงอยากเตือนให้ ปชช.ระมัดระวัง 3 โรคยอดนิยมนี้ เพื่อดูแลตัวเองและบุคคลภายในครอบครัวให้ห่างไกลโรคภัย อันได้แก่

1.โรคไข้เลือดออก  จากข้อมูลในปี 2559 พบผู้ป่วย 57,425 ราย เสียชีวิต 55 ราย  และในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมามีผู้ป่วยน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยในภาพรวมลดลงเมื่อเทียบกับปี 2558  และพบว่าผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็กโต อายุ 7–14 ปี  สำหรับการพยากรณ์โรค ปี 2560 คาดว่าจะมีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ตลอดทั้งปีประมาณ 37,500 ราย ส่วนการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง โดยวิเคราะห์จากพื้นที่ที่ระบาดซ้ำซากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าจะมีพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดสูง ใน 36 จังหวัดทั่วประเทศ  ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมกันประกาศสงครามกับยุงลายทั้งประเทศโดยทำอย่างจริงจังให้เป็นวิถีชีวิต ด้วยการร่วมกันกำจัดยุงลายตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ 1.เก็บบ้าน 2.เก็บขยะ และ 3.เก็บน้ำ เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา

2.โรคฉี่หนู จากข้อมูลปี 2559 เชื้อโรคดังกล่าวจะปนเปื้อนอยู่ตามน้ำ ดินที่เปียกชื้น หรือพืช ผัก เชื้อสามารถไชเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนังตามรอยแผลและรอยขีดข่วน และเยื่อบุของปาก ตา จมูก นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถไชเข้าทางผิวหนังปกติที่อ่อนนุ่มเนื่องจากแช่น้ำอยู่นาน คนมักติดเชื้อโดยอ้อมขณะย่ำดินโคลน แช่น้ำท่วมหรือว่ายน้ำ หรืออาจติดโรคโดยตรงจากการสัมผัสเชื้อในปัสสาวะสัตว์หรือเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ

3.โรคมือ เท้า ปาก  จากข้อมูลในปี 2559 พบผู้ป่วย 75,796 ราย เสียชีวิต 3 ราย โดยผู้เสียชีวิตเป็นเด็กเล็กอายุ 9 เดือน–5 ปี  ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก พบบ่อยในช่วงฤดูฝน และพบเป็นการระบาดแบบปีเว้นปี   การพยากรณ์โรค ปี 2560 จึงคาดว่าจะมีผู้ป่วยประมาณ 42,000 ราย ซึ่งโรคนี้ติดต่อโดยการสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย น้ำในตุ่มพอง และอุจจาระของผู้ป่วย ส่วนวิธีป้องกันคือรักษาความสะอาดร่างกาย หมั่นล้างมือบ่อยๆ และไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน หากมีเด็กในสถานศึกษาป่วยโรคมือ เท้า ปาก ต้องแยกเด็กป่วยออก ให้ผู้ปกครองรับกลับบ้าน และพักอยู่บ้านจนกว่าจะหายเป็นปกติ

ทั้งนี้กรมควบคุมโรคย้ำ  “ช่วงหน้าฝนนี้ ให้ประชาชน ร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย เพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก” 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สสส. , กระทรวงสาธารณสุข