บันทึกประวัติศาสตร์ ‘พาหมูป่ากลับบ้าน’ ปิดฉากภารกิจกู้ชีพ 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง

Home / สกู๊ปข่าว / บันทึกประวัติศาสตร์ ‘พาหมูป่ากลับบ้าน’ ปิดฉากภารกิจกู้ชีพ 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง

บันทึกประวัติศาสตร์ ‘พาหมูป่ากลับบ้าน’ ปิดฉากภารกิจกู้ชีพ 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

เรียกว่าเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลกกับปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ขณะเข้าไปท่องเที่ยว และเกิดน้ำป่าไหลหลากปิดทางเข้า-ออก ของปากถ้ำ เป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์

นับเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่จัดว่ายากที่สุดที่เคยมีมา ซึ่งงานนี้ได้รวมผู้มีความสามารถแต่ละอาชีพทั่วทุกมุมโลกมาร่วมค้นหาเด็กๆ จนสามารถนำหมูป่าทั้ง 13 คน ออกมาได้อย่างปลอดภัย และประสบความสำเร็จในที่สุด

MThai News จึงขอร่วมบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งนี้ โดยการลำดับเหตุการณ์ของเรื่องราวย้อนไปให้วันที่ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ หายไปในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จนถึงนาทีที่หมูป่า ทั้ง 13 คน ออกมาได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางรอยยิ้มแสดงความยินดีจากผู้คนทั่วโลกที่ติดตาม #คนแปลกหน้าที่อยากเจอที่สุด

ทีมหมูป่าอะคาเดมี่

ย้อนกลับไปวันที่ 23 มิถุนายน 2561 ทีมฟุตบอล “หมูป่าอะคาเดมี่แม่สาย” ได้เดินทางมาฝึกซ้อมฟุตบอล ที่ สนามบ้านจ้อง ตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ก่อนที่ นายเอกพล จันทรวงค์ หรือ โค้ชเอก วัย 25 ปี ผู้ฝึกสอน พร้อมนักเตะเยาวชน ตั้งแต่อายุ 11–16 ปี รวม 13 ชีวิต จะพากันขี่จักรยานเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แต่ปรากฏว่า ได้เกิดฝนตกหนัก ทำให้ระดับน้ำในถ้ำเพิ่มสูงขึ้น เป็นเหตุให้ทั้งหมดติดอยู่ภายใน จนกระทั่งมีการระดมกำลังเข้าค้นหา

โดยได้มีการแต่งตั้ง นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในขณะนั้นเป็น ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน พร้อมด้วยสรรพกำลังจากหน่วยงานต่างๆ และความช่วยเหลือจากนานาชาติ ที่ทยอยเข้ามาสมทบปฏิบัติการช่วยเหลือครั้งนี้

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร

ทั้งนี้ จุดแรกบริเวณ ปากถ้ำ ได้พบรถจักรยานของเด็กๆ จอดทิ้งไว้ และเมื่อเดินต่อเข้าไปข้างในได้เจอเข้ากับกระเป๋าและรองเท้า ยิ่งเชื่อได้ว่าน้องๆ ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง แต่พอผ่านจุดนี้เข้าไปก็พบกับอุปสรรคที่เรียกว่า น้ำ ซึ่งเริ่มท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ การค้นหาจึงต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากนักดำน้ำได้ลองสำรวจดูแล้วแต่ข้างในมืดมาก ไร้แสงสว่าง ทำให้ไม่สามารถไปต่อได้

แต่ด้วยปฏิบัติการนี้มีชีวิตของเด็กๆ ทั้ง 13 คน เป็นเดิมพัน ทำให้ทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อ จึงมีการขอกำลังสมทบจาก หน่วยซีล นักทำลายใต้น้ำจู่โจม เข้ามาช่วยค้นหา ซึ่งหลังจากนี้ฝนได้เริ่มตกหนักลงมาทุกวัน ทำให้การทำงานยากลำบากมากยิ่งขึ้น แม้หน่วยซีลจะสามารถขุดลอดจุดที่น้ำสูงที่สุดเข้าไปได้ จนถึงจุดที่คาดว่าน้องๆ จะอยู่ แต่สุดท้ายก็ไม่พบ

หน่วยซีล นักทำลายใต้น้ำจู่โจม

เมื่อจุดที่คาดว่าเด็กๆ ได้หนีน้ำไปอยู่ตรงนั้น ไม่แป็นอย่างที่คิด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องออกมาวางแผนใหม่ โดยขอข้อมูลจากนักภูมิศาสตร์และนักสำรวจถ้ำ ที่เคยเข้าไปสำรวจถ้ำหลวงแห่งนี้ ซึ่งเจอจุดที่เรียกว่า หาดพัทยาบีช ซึ่งคาดว่า น้องๆ น่าจะเดินหนีน้ำเข้าไป เพราะเป็นอีกเนินที่สามารถหลบพักได้ จึงเริ่มปฏิบัติการค้นหาต่อ แข่งกับฝนที่ตกลงมาตลอดเวลา โดยมีอาสาสมัครมากมายนำเครื่องสูบน้ำเข้ามาช่วยระบายลงในไร่นาของชาวบ้านที่เต็มใจยอมให้ท่วม เพื่อ 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ด้านใน

นอกจากนี้ ยังมีทีมสำรวจปล่องผาหมี อีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยนำ 13 ชีวิต ออกมาจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ที่พยายามเดินหาโพรงซึ่งคาดว่าจะเชื่อมกับหาดพัทยาบีช งานนี้มีทั้ง ผบ.ตร และ รองผบ.ตร. ลงพื้นที่สำรวจเอง โดยทุกฝ่ายได้ช่วยกันทุกวิธีทาง ทั้งนี้มีเจ้าหน้าที่จากหลายประเทศเข้าร่วมการค้นหาไม่ว่าจะป็น ทีมกู้ภัยลาว กู้ภัยเมียนมาร์ นักดำน้ำระดับโลกชาวอังกฤษ ออสเตรเลีย สวีเดน และอีกมากมาย ซึ่งทุกคนมาด้วยใจ

เวลาผ่านไปร่วม 1 สัปดาห์ ฝนที่ตกลงมาได้เพิ่มปริมาณน้ำภายในถ้ำให้สูงขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงทำการค้นหากันอย่างสุดความสามารถ เร่งสูบน้ำออกจนสามารถเข้าไปถึง หาดพัทยาบีช แต่กลับพบว่า น้ำได้ท่วมจุดดังกล่าวไปแล้ว และไม่พบเด็กๆ ทั้ง 13 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เดินต่อเข้าไปอีกเพื่อวางแนวเชือกไว้สำหรับชุดหลังเข้ามาค้นหา ปรากฏว่า เมื่อเงยหน้าขึ้นมาจากน้ำได้พบน้องๆ นั่งรวมตัวกันอยู่ตรงจุดที่เรียกว่า เนินนมสาว ในสภาพอ่อนเพลีย

2 กรกฎาคม 2561 เวลาประมาณ 21.40 น. นับเป็นข่าวดีเมื่อ นักดำน้ำระดับโลกชาวอังกฤษ ได้ออกมาแจ้งว่า พบทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ทั้ง 13 ชีวิต แล้ว ก่อนมีการปล่อยคลิปวินาทีที่พบเด็กๆ ซึ่งมีการสื่อสารกันเป็นภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ ใจความหลักคือ หิว หิวมาก วันนี้วันอะไร จะกลับมาช่วยเมื่อไหร่ และที่สำคัญคือ คำขอบคุณ ที่จริงใจของน้องๆ โดยหลังจากนั้นได้ทำการส่งหน่วยซีลและแพทย์เข้าฟื้นฟูร่างกาย พร้อมฝึกดำน้ำเป็นลำดับ เพื่อเตรียมตัวลุยอุปสรรคออกจากถ้ำหลวง

จ่าเอกสมาน กุนัน ฮีโร่ผู้เสียสละ

ทุกอย่างยังไม่จบ การพบทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ทั้ง 13 ชีวิต เป็นเหมือนหนังที่ฉายไปได้เพียงครึ่งเรื่องเท่านั้น ตอนจบที่แท้จริงจะเกิดขึ้นหลังจากพาน้องๆ ออกมาได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องปฏิบัติภารกิจต่อไป แต่แล้วความสูญเสียที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อ จ่าเอกสมาน กุนัน หรือ จ่าแซม นักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ วัย 38 ปี ได้เสียชีวิตจากอาการหมดสติ เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561 ระหว่างดำน้ำลำเลียงขวดอากาศจากโถง 3 ไปยังจุดต่างๆ สร้างความเสียใจให้แก่คนไทยทั้งประเทศเป็นอย่างมาก และนับเป็นฮีโร่ผู้เสียสละในภารกิจนี้

และวันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง 8 กรกฎาคม 2561 เมื่อ ศอร. แถลงเริ่มปฏิบัตภารกิจ “พาหมูป่ากลับบ้าน” ชุดแรก 4 ชีวิต ท่ามกลางการลุ้นระทึกเอาใจช่วยของญาติพี่น้อง รวมทั้งชาวไทยและผู้ติดตามข่าวทั่วโลก

จนกระทั่งเวลา 17.40 น. หมูป่า ตัวที่ 1 ได้ออกจากถ้ำสำเร็จ ตามด้วยหมูป่า ตัวที่ 2 ในเวลา 17.50 น. หมูป่า ตัวที่ 3 เวลา 19.40 น. และหมูป่า ตัวที่ 4 เวลา 19.50 น. พร้อมนำทั้งหมดส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้อย่างปลอดภัย ถือเป็น 15 วัน แห่งการรอคอยของใครหลายๆ คน

9 กรกฎาคม 2561 ภารกิจ “พาหมูป่ากลับบ้าน” ยังคงเดินหน้าพาชุดที่สองออกจากถ้ำ โดยเวลา 16.45 น. หมูป่า ตัวที่ 5 ได้ออกจากถ้ำสำเร็จ ตามด้วยหมูป่า ตัวที่ 6 ในเวลา 18.20 น. หมูป่า ตัวที่ 7 เวลา 18.30 น. และหมูป่า ตัวที่ 8 เวลา 18.59 น. พร้อมนำทั้งหมดส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้อย่างปลอดภัยทุกคน

จบภารกิจ 10 กรกฎาคม 2561 เจ้าหน้าที่เดินหน้าพาชุดสุดท้ายออกจากถ้ำได้สำเร็จ โดยเวลา 16.12 น. หมู่ป่า ตัวที่ 9 ได้ออกจากถ้ำ ตามด้วยหมูป่า ตัวที่ 10 ในเวลา 16.33 น. หมูป่า ตัวที่ 11 เวลา 17.13 น. หมูป่า ตัวที่ 12 เวลา 18.20 น. และสุดท้าย 20.08 น. โค้ชเอก หมูป่า ตัวที่ 13

สิ้นสุด 17 วัน แห่งการรอคอย นับเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ทำให้เราได้เห็นภาพความรัก ความสามัคคี  ของคนในชาติ ทั้งนี้ MThai ขอเป็นตัวแทนกราบขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานทั้งไทยและต่างชาติ ในการเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหา ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ 13 ชีวิต ติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในครั้งนี้