สื่อมวลชนกับบทเรียนจากข่าวช่วยเหลือทีมหมูป่า 13 ชีวิตออกจาก ‘ถ้ำหลวง’

Home / สกู๊ปข่าว / สื่อมวลชนกับบทเรียนจากข่าวช่วยเหลือทีมหมูป่า 13 ชีวิตออกจาก ‘ถ้ำหลวง’

สื่อมวลชนกับบทเรียนจากข่าวช่วยเหลือทีมหมูป่า 13 ชีวิตออกจาก ‘ถ้ำหลวง’ ถึงเวลาทบทวนบทบาทหน้าที่ให้ถูกต้องแล้วหรือยัง?

กลายเป็นปรากฎการณ์ที่ได้รับความสนใจจากสื่อทั้งไทยและทั่วโลก ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับกรณีเด็กๆ นักฟุตบอลและโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิต เข้าไปติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ล่าสุดสำเร็จแล้วสำหรับภารกิจ “พาหมูป่ากลับบ้าน” นับเป็นเวลา 18 วัน ที่การรอคอยพาทั้ง 13 ชีวิตออกมาอย่างปลอดภัยได้สิ้นสุดลง

แน่นอนว่าประเด็นดังกล่าวที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลก สื่อมวลชนที่นำเสนอความคืบหน้าของเหตุการณ์ก็ถูกจับตามองมากขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะยุคโซเชียลที่ทุกคนสามารถรับสื่อได้อย่างรวดเร็ว ความไวของข่าว จึงกลายเป็นสิ่งที่สื่อทุกสำนักต่างแข่งขันช่วงชิงกัน จนทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ง่ายขึ้น ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ เรียกได้ว่า ‘ข่าวถ้ำหลวง’ เป็นกระแสมีผลต่อสื่อมวลชนอย่างมาก

ทีมหมูป่าอะคาเดมี

จากเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ดังกล่าวกลายเป็นบทเรียนสำคัญให้กับสื่อไทย เมื่อสื่อหลายสำนักถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานที่ถูกเพ่งเล็งจากภาคประชาชนที่ติดตามข่าวสาร อาทิ การเข้าไปในพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในถ้ำ โดรนที่บินขณะเฮลิคอปเตอร์เจ้าหน้าที่กำลังขนย้ายหมูป่า รวมไปถึงคำถามสัมภาษณ์ที่เป็นประเด็นที่อ่อนไหวต่อแหล่งข่าว หรือแม้กระทั่งเปรียบเทียบการทำงานของสื่อไทยกับสื่อต่างชาติ

ล่าสุดวันนี้(11 ก.ค.) สมาคมนักข่าวฯ ได้มีการจัดงานเสวนา ’ถอดบทเรียนการทำข่าวถ้ำหลวง’ ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยเสวนาดังกล่าวหลักๆ มุ่งเน้นให้สื่อมวลชนทบทวนการทำงานที่ถูกทั้งคำชื่นชมและท้วงติงเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวใหญ่ที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกอย่างกรณีนำเสนอข่าว 13 ชีวิตติดอยู่ในถ้ำหลวง

นายวสันต์ ภัยหลักลี้ ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เผยว่า ตนรู้สึกดีใจมากสำหรับความสำเร็จของเจ้าหน้าที่ที่ให้ความช่วยเหลือ 13 ชีวิตออกจากถ้ำหลวง เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีและได้รับความชื่นชมจากทั่วโลก มีนักข่าวมากกว่าพันคนลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์หน้าถ้ำ รวมทั้งนักข่าวเองได้บทเรียนมากมายจากการทำงานนี้ ทั้งคำชมและวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขถือเป็นบทเรียนที่สื่อต้องนำมาเป็นมาตรฐานในการทำงานต่อไป

นางสาวธิดารัตน์ เมืองจันทร์ ผู้สื่อข่าวภาคสนามเกาะติดสถานการณ์ถ้ำหลวง ไทยรัฐออนไลน์ เผยถึงบทเรียนจากการนำเสนอข่าวครั้งนี้ ระบุว่า การทำข่าว 13 ชีวิตเป็นความท้าทายที่ต้องระมัดระวังมากขึ้น ทั้งในแง่ของสิทธิและความยากลำบากของการทำงาน ตนจึงต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมเสมอในภาวะความกดดันที่ต้องหาข่าวมารายงานตลอดเวลา รวมทั้งคำนึงถึงความถูกต้อง ครบถ้วน รอบด้าน ส่วนเรื่องการจัดระเบียบสื่อหน้าถ้ำนั้น ตนเห็นด้วยและพร้อมปฏิบัติตามเจ้าหน้าที่ เพราะหากเป็นช่วงที่สอบถามสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่เอง ข้อมูลจะมีความคลาดเคลื่อนสูงกว่ารอแถลงการณ์ที่มีความถูกต้องที่สุด

ทั้งนี้ ถือเป็นสิ่งที่ดีมากที่ประชาชนได้สะท้อนมุมมองและให้ความสนใจเกี่ยวกับการทำข่าวที่ไม่มีความละเมิดสิทธิและมองในแง่ความถูกต้องมากขึ้น ยุคปัจจุบันเรียกได้ว่า “ความถูกต้องสำคัญกว่าความเร็ว ความเคารพสิทธิสำคัญกว่าละเมิด” โดยจะเห็นได้ว่าข่าวถ้ำหลวงสื่อโซเชียลเป็นช่องทางที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกรับและคาดหวังข่าวที่ถูกต้องมากกว่าความรวดเร็ว รวมทั้งประชาชนมีทางเลือกรับสื่อมากขึ้น ถึงเวลาแล้วที่สื่อมวลชนต้องตระหนักถึงจรรยาบรรณและความถูกต้องในการทำงานในอนาคต