ไทม์ไลน์ฉบับย่อ : คดีฆาตกรรมสะท้านโลก ‘สังหารโหดนักข่าวซาอุฯ’

Home / สกู๊ปข่าว / ไทม์ไลน์ฉบับย่อ : คดีฆาตกรรมสะท้านโลก ‘สังหารโหดนักข่าวซาอุฯ’

คดีสังหารโหด ‘จามาล คาช็อกกี’ นักข่าวฝีปากกล้าชาวซาอุดีอาระเบีย ผู้เป็นปรปักษ์ต่อรัฐบาลซาอุฯ

ในหน้าสื่อต่างประเทศ ประเด็นหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลกเป็นอย่างมากในขณะนี้ คือคดีการสังหารนายจามาล คาช็อกกี วัย 59 ปี นักข่าวอิสระชาวซาอุดีอาระเบีย และคอลัมนิสต์ของวอชิงตันโพสต์ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นภายในสถานกงสุลซาอุดีอาระเบีย ประจำนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่า เมื่อเขาเดินเข้าไปภายในสถานที่เกิดเหตุแล้ว จะไม่มีโอกาสได้เดินกลับออกมาอีกเลย โดยลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีดังนี้

จามาล คาช็อกกี
จามาล คาช็อกกี
  • 2 ต.ค. 2561

    นายคาช็อกกี เดินทางมาที่สถานกงสุลซาอุดีอาระเบีย ประจำนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อทำเรื่องเอกสาร รับรองการหย่าจากอดีตภรรยา เพื่อแต่งงานกับนางสาวฮาทิเช เชนกิซ คู่หมั้นหญิงชาวตุรกี วัย 36 ปี และหายสาบสูญไปนับแต่นั้น ส่วนหญิงคู่หมั้น ที่รอผู้ตายอยู่ด้านนอก เห็นว่าผู้ตายหายตัวไปนานถึง 11 ชั่วโมง เธอจึงตัดสินใจแจ้งตำรวจ

    ในวันเดียวกัน มีเครื่องบิน ‘กัลฟ์สตรีม’ 2 ลำ พร้อมชายฉกรรจ์ชาวซาอุฯ 15 คน ร่อนลงจอดที่สนามบินนานาชาติอตาเติร์ก ในเมืองอิสตันบูล ก่อนจะเดินทางถึงสนามบินและเช็คอินเข้าพักในโรงแรม วีนแดม และโมเวนพิค ในเมืองเดียวกัน ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ที่มีรถตู้ขนาดใหญ่แล่นเข้าไปยังบ้านพักของกงสุลใหญ่ ซึ่งระยะเวลาเกิดขึ้นหลังจากนายคาช็อกกีเข้าไปภายในที่เกิดเหตุแล้ว

  • 3 ต.ค. 2561

    นางสาวฮาทิเช กลับมารอคู่หมั้นที่หายตัวไป อยู่ด้านนอกสถานกงสุลที่เดิม ในสถานการณ์ ‘มืด 8 ด้าน’ เพราะไม่มีใครให้สามารถไขปริศนาการหายตัวไปของคาช็อกกีได้ ไม่ว่าจะเป็นสถานกงสุล ตำรวจเมืองอิสตันบูล หรือแม้แต่สถานทูตซาอุฯในกรุงวอชิงตัน สหรัฐฯในวันเดียวกันนี้ หนังสือพิมพ์ซาบาห์ ของรัฐบาลตุรกี รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตุรกีทราบชื่อชายปริศนา จาก 15 คน ที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายคาช็อกกี ทั้งยังตีพิมพ์ชื่อและปีเกิดของทั้ง 15 คน ที่เดินทางมายังสนามบิน อตาเติร์กเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมอีกด้วย

  • 4 ต.ค. 2561

    รัฐบาลซาอุฯ แถลงการณ์ ระบุว่า คาช็อกกีหายตัวไป หลังจากเขาออกจากสถานกงสุลไปแล้ว

  • ในอีกมุมหนึ่ง มีรายงานว่า นายคาช็อกกีถูกนำขึ้นรถตู้คันใหญ่ที่เข้าไปจอดที่บริเวณบ้านพักของกงสุลใหญ่ซาอุฯ และอาจถูกนำตัวขึ้นเครื่องบินส่วนตัว เดินทางกลับกรุงริยาด โดยมีการหยุดแวะในดูไบครั้งหนึ่ง และที่อียิปต์อีกครั้งหนึ่ง
17 ต.ค. 2561 อิสตันบูล ตุรีกี
  • 16 ต.ค. 2561

    หนังสือพิมพ์เยมนี ซาฟัก สื่อกระบอกเสียงของรัฐบาลตุรกีรายงานว่า นายคาช็อกกีถูกทรมานด้วยการตัดนิ้ว ก่อนจะถูกตัดหัวภายในสถานกงสุลแห่งนี้

    ขณะที่นายโมฮัมหมัด อัล-โอไตบี กงสุลใหญ่ซาอุฯ ประจำนครอิสตันบูล ถูกปลดจากตำแหน่ง หลังปรากฏเทปบันทึกเสียงที่ได้จากนาฬิกาแอปเปิลวอตช์ของนายคาช็อกกี มีเสียงนายโอไตบี พูดว่า “เอาไปจัดข้างนอกสิ คุณจะทำให้ผมลำบากแล้วเนี่ย”  และเดินทางออกจากตุรกีกลับไปยังซาอุฯ

  • 17 ต.ค. 2561

    สำนักข่าวต่างประเทศเผย แหล่งข่าวคนหนึ่งระบุว่า นายคาช็อกกีได้ถูกทีมสังหารหั่นเป็นชิ้น ๆ ขณะที่เขายังมีลมหายใจอยู่ โดยผู้ลงมือใช้เวลาในการสังหารเหยื่อเป็นเวลาประมาณ 7 นาที โดยข้อมูลดังกล่าว ได้มาจากเทปบันทึกเสียงที่ได้จากนาฬิกาอัจฉริยะ ซึ่งเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือไอโฟนและบัญชีไอคลาวด์ ของนายคาช็อกกีที่ฝากมือถือไอโฟนไว้กับนางสาวฮาทิเช เชนกิซ คู่หมั้นหญิง วัย 36 ที่ยืนรออยู่ด้านนอกสถานกงสุลนอกจากนี้ยังปรากฏเสียงเสียงของนายคาช็อกกีกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

  • 20 ต.ค.2561

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของซาอุฯ ได้ชี้แจงผ่านทางทวิตเตอร์ ออกมายอมรับว่า นายคาช็อกกีเสียชีวิตแล้วจริง พร้อมระบุสาเหตุการตายว่ามาจากการทะเลาะวิวาท

  • 22 ต.ค. 2561

    นายอาเดล อัล จูเบียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ยอมรับว่าสาเหตุการตายของนายคาช็อกกีคือการฆาตกรรมจริง แต่ปฏิเสธกระแสข่าวลือว่าเจ้าฟ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ เป็นผู้สั่งการให้สังหารนายคาช็อกกี

  • 23 ต.ค. 2561

    นางจีนา ฮาสเพล ผู้อำนวยการซีไอเอของสหรัฐฯ เยือนกรุงอังการา เมืองหลวงตุรกี พร้อมพบหารือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายตุรกีเกี่ยวกับการเสียชีวิตและสูญหายของนายคาช็อกกีขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบรถของสถานกงสุลซาอุดิอาระเบียในตุรกีที่จอดทิ้งไว้ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม

    นายมุสตาฟา อัล-มาดานี หนึ่งในทีมนักฆ่า 15 คน ปลอมตัวเป็นนายคาช็อกกี

    นอกจากนี้วันที่ 23 ต.ค. ยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตุรกีเปิดเผยต่อซีเอ็นเอ็นว่า นายมุสตาฟา อัล-มาดานี หนึ่งในทีมนักฆ่า 15 คนของซาอุดิอาระเบีย ที่มีหน้าตา รูปร่าง และส่วนสูงใกล้เคียงกับนายคาช็อกกี สวมใส่ชุดของนายจามาล คาช็อกกี และสวมแว่นตาดำโดยระบุว่าอาจเป็นการปลอมตัวเป็นผู้ตาย ซึ่งถูกฆ่าตายภายในสถานกงสุล เดินออกทางประตูด้านหลังของสถานกงสุล และปรากฏตัวในกล้องวงจรปิด ขณะที่เดินอยู่ตามสถานที่หลายแห่งในวันเดียวกัน

  • 24 ต.ค. 2561

    นายซาลาห์ คาช็อกกี บุตรชายของ นายจามาล คาช็อกกี พร้อม นายซาห์ล คาช็อกกี น้องชาย เข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ กษัตริย์แห่งซาอุดีอาระเบีย และ มกุฎราชกุมาร โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ที่พระราชวังในกรุงริยาด โดยสื่อทั่วโลกจับจ้องวินาทีที่นายซาลาห์ สบสายตากับมกุฎราชกุมาร ซึ่งเด็กหนุ่มผู้สูญเสียพ่อ มีสายตาที่เศร้าหมองอย่างมาก

    ในวันเดียวกันหน่วยข่าวกรองตุรกีได้แบ่งปันข้อมูลหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดีนายจามาล คาช็อกกี

    ขณะที่ประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป แอร์โดอัน ของตุรกี กล่าวต่อรัฐสภาว่า คดี ฆาตกรรมนายจามาล คาช็อกกี มีการวางแผนล่วงหน้าหลายวันก่อนเกิดเหตุรัฐบาลสหรัฐและอังกฤษเพิกถอนวีซาผู้ต้องสงสัยชาวซาอุดีอาระเบียที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าจามัล คาช็อกกี

    โดนัลด์ ทรัมป์
    โดนัลด์ ทรัมป์

     

  • 25 ต.ค. 2561

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาลซาอุดีอาระเบีย รับผิดชอบคดีฆาตกรรมนายคาช็อกกี ทั้งยังชี้ว่า เรื่องนี้คือการปิดบังอำพรางคดีครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์

    เจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ประกาศว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมนายจามาล คาช็อกกี จะต้องถูกนำตัวมารับโทษกลุ่มผู้ชุมนุมติดป้ายประท้วง เรียกร้องความยุตธรรมให้นายคาช็อกกี นอกสถานทูตซาอุดิอาราเบีย ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

    องค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์ วอตช์ เผยว่านายซาลาห์ คาช็อกกี ลูกชายของนายจามาล คาช็อกกีและสมาชิกครอบครัว เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาทันที หลังจากคำสั่งห้ามออกนอกประเทศของทางการยกเลิก

  • 26 ต.ค. 2561 

    อัยการซาอุดิอาระเบียอ้างข้อมูลจากทีมสืบสวนร่วม เผยเหตุฆาตกรรมนายคาช็อกกีมีการไตร่ตรองไว้ก่อน ด้านตุรกียืนยันไม่นำเรื่องนี้ยื่นฟ้องศาลระหว่างประเทศ

  • 27 ต.ค. 2561นางสาวฮาทิเช เชนกิซ คู่หมั้นของนายจามาล คาช็อกกี เผยว่าเธอปฎิเสธคำเชิญไปยังทำเนียบขาวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยกล่าวหาว่าเขาไม่มีความจริงใจต่อการสืบสวนคดีสังหาร เธอคิดว่าการเชิญครั้งนี้มีเป้ามายเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้แก่ตัวเขาเอง
  • 30 ต.ค. 2561รัฐบาลซาอุดีอาระเบียส่งชีคห์ ซาอุด อัล-โมเจป เจ้าหน้าที่อัยการเดินทางเข้านครอิสตันบูลของตุรกี เพื่อประสานงานกับทางการตุรกีสืบสวนสอบสวนกรณีการตายของนายจามาล คาช็อกกี

เปิดประวัติคาช็อกกี นักข่าวฝีปากกล้า ผู้ท้าทายอำนาจรัฐฯ

คาช็อกกี นักข่าวอาวุโส ผู้ที่รายงานเหตุการณ์โลก ที่สำคัญต่าง ๆ มากมายหนึ่งในนั้นคือการสัมภาษณ์โอซามา บิน ลาเดน หัวหน้าเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ที่คนทั่วโลกคุ้นชื่อเป็นอย่างดี ซึ่งสาเหตุที่ทำให้นายคาช็อกกีทราบข้อมูลลับ ๆ มากมายจากนายบิน ลาเดน เพราะเขาและนายบินลาเดน เป็นเพื่อนสนิทกัน

นอกจากนี้ภูมิหลังคาช็อกกีทำงานเป็นที่ปรึกษาให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาอุฯ กระทั่งหลุดพ้นตำแหน่งคนใกล้ชิดของรัฐบาล ซึ่งทำให้เขา ผันตัวไปเขียนคอลัมน์วิจารณ์รัฐบาลซาอุฯ แบบดุเด็ดเผ็ดมัน

เมื่อปีที่แล้ว คาช็อกกี ขอลี้ภัยพาตัวเองไปอยู่ในสหรัฐฯ เพราะกลัวถูกจับกุมในการกวาดล้าง ผู้มีความคิดเห็นต่อต้านเจ้าชายโมฮัมเหม็ด มกุฏราชกุมารผู้สืบสันตติวงศ์ต่อจากกษัตริย์ซัลมาน พระราชบิดา ซึ่งขณะนี้พระองค์เป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศก็ว่าได้

โดยก่อนหน้านี้ที่เขาจะขอลี้ภัยนั้น ทางการซาอุฯ เคยสั่งให้เขาเลิกทวิตข้อความที่จะส่งผลเสียต่อรัฐบาล เมื่อย้ายถิ่นฐาน เขาได้เขียนบทความลงในคอลัมน์รายเดือนหนังสือพิมพ์ ‘วอชิงตัน โพสต์’ โดยยังคงเนื้อหาวิจารณ์นโยบายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งราชวงศ์ซาอุฯ

เปิดปมสังหาร ‘กระบอกเสียง’ ผู้เป็น ‘เสี้ยนหนาม’ คนสำคัญ

  1. เขาเป็นผู้ที่รู้ข้อมูล และเรื่องราวของรัฐบาลซาอุฯ กับกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ในการลงมือก่อวินาศกรรม 9/11 ในสหรัฐ
  2. คาช็อกกี ผู้มีความกล้าหาญ ท้าทายอำนาจของรัฐบาลซาอุ ด้วยการวิจารณ์รัฐบาลซาอุฯ และนโยบายของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บ่อยครั้ง
  3. นายคาช็อกกีได้รับสถานะพลเมือง และกลายเป็นทรัพย์สินของสหรัฐไปแล้ว ทั้งยังตั้งพรรคการเมืองใหม่ในสหรัฐ เรียกว่า พรรคประชาธิปไตยเพื่อโลกอาหรับ ดังนั้นรัฐบาลซาอุฯ เกรงกลัวว่าจะถูกนายคาช็อกกี เปิดโปงความลับที่ปิดซ่อนไว้
  4. คาช็อกกี ปฏิเสธข้อเสนอ จากรัฐบาลซาอุ ให้เดินทางกลับไปเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาล ทั้งที่เจ้าหน้าที่ระดับสูง หลายคน ยื่นข้อเสนอให้ความคุ้มครองความปลอดภัยของเขา จึงทำให้ฝั่งซาอุฯ เสียหน้า

ผลกระทบต่อซาอุดิอาระเบีย….

คดีการตายของนายคาช็อกกี กลายเป็นคดีใหญ่ระดับโลก เนื่องจากมีมูลเหตหลายอย่างบ่งชี้ว่า ซาอุฯอยู่เบื้องหลังการตายของนายคาช็อกกี เพราะนานาประเทศ เริ่มออกมากดดันให้ซาอุดีอาระเบีย สอบสวนคดีดังกล่าวอย่างละเอียดและโปร่งใส

คดีนี้สร้างความไม่พอใจให้หลายประเทศ จนนำมาสู่การคว่ำบาตรซาอุฯ จนกลายเป็นความหวาดหวั่นว่าประเด็นนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลกหรือไม่ เนื่องจากซาอุฯ เป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่รายหนึ่ง ขณะที่ซาอุฯ ยืนยันว่าจะไม่ใช้น้ำมันเป็นเครื่องมือตอบโต้ชาติอื่น

เรเจป ไตยิป เอร์โดอาน ประธานาธิบดี แห่งตุรกี
เรเจป ไตยิป เอร์โดอาน

ผลกระทบต่อต่อ ‘ตุรกี’ ประเทศที่เกิดเหตุ…

ตุรกีต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการสืบสวนสอบสวนคดีการตายของนายคาช็อกกี โดยรัฐบาลตุรกีเปิดหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความเชื่อและความจริง โดยตุรกีเผยแพร่ภาพลำดับเหตุการณ์จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อปะติดปะต่อเหตุการณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การไขปริศนาการตายของนายคาช็อกกี

สหรัฐฯในนามของผู้คุ้มครองผู้ตาย

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ พยายามกดดันซาอุดีอาระเบีย ต่อสายตรงไปถึงสมเด็จพระราชาธิบดี ซัลมาน บิน อับดุลลาชิช อัล ซา อุด เพื่อหารือประเด็นดังกล่าว ทั้งยังส่งนายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐไปเข้าพบมกุฎราชกุมารซัลมาน โดยสหรัฐขู่ว่าจะลงโทษอย่างรุนแรง หากซาอุฯ สั่งฆ่านายคาช็อกกีจริง

เห็นได้ว่า การตายของนายคาช็อกกี ไม่ใช่คดีฆาตกรรมธรรมดาทั่วไป หากแต่ยังโยงใยไปถึงเหตุการณ์สำคัญในอดีตมากมาย เพราะเมื่อสืบค้นดูแล้ว ในขณะนี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น ที่เป็นบุคคลภายนอกราชวงศ์ ที่รู้ความลับสุดยอดของรัฐบาลซาอุฯ และการตายของเขาได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในระดับโลก โดยท้ายที่สุด เป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาว่า คดีนี้จะจบลงเช่นใด….