เปิดโฉมสตรีคนแรกผู้สยบ ‘นักรบเซนทิเนล’ ชนเผ่าโบราณที่มีนิสัยสุดดุร้าย

Home / สกู๊ปข่าว / เปิดโฉมสตรีคนแรกผู้สยบ ‘นักรบเซนทิเนล’ ชนเผ่าโบราณที่มีนิสัยสุดดุร้าย
  • สตรีชาวอินเดีย บุคคลแรกที่สามารถเชื่อมสัมพันธ์กับชาวเซนทิเนลได้

หลังจากมีข่าวการเสียชีวิตของ จอห์น อัลเลน โช ชายชาวชาวอเมริกันวัย 27 ปี ที่พยายามเดินทางเข้าไปในเกาะเซนทิเนล ซึ่งเป็นชนเผ่าโบราณ ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกมานาน 60,000 ปี เนื่องจากเขาพยายามเดินทางเข้าไปเผยแพร่ศาสนา แต่ด้วยสาเหตุที่ชาวเซนทิเนลมีนิสัยดุร้าย และไม่เปิดรับการติดต่อสื่อสารจากคนภายนอก จึงทำให้เขาถูกนักรบในชนเผ่า สังหารด้วยการยิงธนูใส่จนตาย และถูกลากศพไปฝังไว้ในชายหาด

แม้ขณะนี้ทางการจะยังไม่สามารถนำตัวชายชาวอเมริกันรายนี้ออกมาจากเกาะเซนทิเนลได้ แต่ข่าวการเสียชีวิตของเขา ปลุกกระแสความสนใจจากทั่วโลก ถึงวิถีชีวิตของชาวเซนทิเนลอีกครั้ง ทั้งชาวเซนทิเนล ที่ยังคงใช้วิถีชีวิตแบบโบราณ สวนกระแสความเจริญก้าวหน้าของโลกปัจจุบัน นอกจากนี้เกาะเซนทิเนลยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากประเทศไทยอีกด้วย

Sudipto Sengupta / probashionline.com

นอกจากการใช้ชีวิตในวิถีโบราณแล้ว บนเกาะเซนทิเนล ยังมีเหล่านักรบชาวเซนทิเนลที่มีนิสัยดุร้าย และต่อต้าน รุนแรงต่อแขกไม่ได้รับเชิญที่บุกรุกเข้ามาบนเกาะ ด้วยการใช้กำลัง เช่นการยิงธนูใส่ผู้บุกรุกแบบไม่เลือกหน้า และยังแสดงออกต่อผู้รุกรานโดยการแสดงสัญลักษณ์ด้วยการหันหลังให้ และนั่งยอง ๆ เหมือนกับกำลังขับถ่ายในบางครั้ง

ที่ผ่านมาจะเคยมีกลุ่มคนหลายกลุ่ม ที่พยายามเดินทางเข้าไปผูกสัมพันธ์กับชาวเซนทิเนล แต่น้อยคนนัก ที่จะสามารถสื่อสารกับกลุ่มคนเหล่านี้ได้ เนื่องจากชาวเซนทิเนลใช้ภาษาเฉพาะ ที่ยังไม่มีคนภายนอกทราบถึงความหมาย ดังนั้น การติดต่อการชาวเซลทิเนลส่วนใหญ่จึง ‘ล้มเหลว’

กระนั้นเอง ด้วยลักษณะพื้นฐานของชาวเซนทิเนลที่มีนิสัยดุร้าย และต่อต้านคนแปลกหน้าจากต่างถิ่น คงจะไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่ จะหลีกเลี่ยงการเข้าไปเสียงอันตรายบนเกาะเซนทิเนล แต่ทว่ายังมีบุคคลที่กล้าหาญ พยายามเข้าไปผูกสัมพันธ์กับคนเหล่านี้ เพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษา

ชาวเซนทิเนล
ชาวเซนทิเนล

ในประวัติศาสตร์พบว่า ยังมีสตรีคนหนึ่ง ที่สามารถติดต่อกับชาวเซนทิเนลได้นั่นก็คือ ดร. Madhumala Chattopadhyay สตรีชาวอินเดีย นักมานุษยวิทยา และนักวิจัย ที่เคยร่วมงานวิจัยกับ Anthropological Survey of India ซึ่งได้ใช้เวลา 6 ปีในการค้นคว้าหาข้อมูล เกี่ยวกับชนเผ่าดั้งเดิมของหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ ปัจจุบันเธอทำงานในระบบราชการส่วนกลางระดับกลางของรัฐบาลกลางในกรุงนิวเดลี

  • จุดเริ่มต้นภารกิจติดต่อสื่อสารชาวเซนทิเนลที่เต็มไปด้วยอันตราย

วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2534 ผู้บริหารอันดามันนิโคบาร์ได้ลงเรือทอดสมอจุดเชื่อมต่อจากอัลเลนไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะนอร์ทเซนทิเนล โดยการมาถึงครั้งนี้เพื่อติดต่อ สื่อสารกับชนเผ่าโบราณเป็นหลัก ซึ่ง Madhumala เป็นหนึ่งในทีมสำรวจที่เดินทางด้วยเรือเล็ก ๆ ไปยังเกาะเซนทิเนลในครั้งนี้

ในวันปฏิบัติภารกิจ ช่วงเช้าทีมนักสำรวจ ได้พบกับชาวนักรบชาวเซนทิเนล ที่ปรากฏตัวพร้อมอาวุธ จากนั้นทีมนักสำรวจได้ลอยลูกมะพร้าวที่เตรียมมาผูกสัมพันธ์ลงในน้ำ เมื่อชาวเซนทิเนลเห็นเช่นนั้น จึงเกิดภาพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนคือ พวกเขาพากันวิ่งเข้ามาเก็บลูกมะพร้าวที่กลุ่มนักสำรวจนำมามอบให้ โดยชนเผ่าโบราณมีท่าทีที่เป็นมิตร

ขณะที่ทีมสำรวจไปลอยลูกมะพร้าวไปให้กลุ่มชนเผ่าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแม้ชาวเซนทิเนลจะรับมะพร้าวไว้ด้วยท่าทีที่เป็นมิตร แต่เด็กและผู้หญิงในเผ่า ยังคงรักษาระยะห่างจากเรือของผู้มาเยือนโดยยังคงยืนอยู่บนฝั่ง

Madhumala ส่งมะพร้าวให้ชาวชนเผ่าเซนทิเนล | Sudipto Sengupta / probashionline.com

ภารกิจการเชื่อมสัมพันธ์กับชาวเซนทิเนลยังไม่สิ้นสุด เมื่อช่วงบ่าย ทีมวิจัยได้เดินทางกลับมาที่เรือใหญ่ และขนมะพร้าวไปให้ชาวเซนทิเนลมากกว่าเดิม เมื่อถึงฝั่งชนเผ่ามีท่าทีที่เป็นมิตรและร้องตะโกนเรียก และทำท่าทางให้ผู้มาเยือน โยนลูกมะพร้าวไปให้พวกเขาอีก ทั้งชาวเซนทิเนลบางราย ได้ปีนขึ้นไปบนเรือ เพื่อหยิบมะพร้าวด้วยตัวเอง

ภารกิจครั้งนี้ มีช่วงตอนหนึ่งที่เป็นการสร้างประวัติศาสตร์มานุษยวิทยา เมื่อ Madhumala ตัดสินใจกระโดดลงจากเรือ ไปในน้ำทะเล ซึ่งมีความลึกเท่าเข่า ก่อนจะยื่นลูกมะพร้าวลูกหนึ่งให้ชายชาวเซนทิเนล โดยที่อีกฝ่ายก็รับลูกมะพร้าวไปแต่โดยดี

หลังจากนั้นในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ปีเดียวกัน Madhumala กลับมาที่เกาะเซนทิเนลอีกครั้ง หลังจากการติดต่อกันในครั้งแรก ซึ่งชาวเซนทิเนลให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ทั้งยังมีความกระตือรือร้น ที่จะรับมะพร้าวจากคณะนักสำรวจอีกครั้ง

 

  • คำสั่งจากรัฐประกาศให้ ‘เซนทิเนล’ เป็นพื้นที่หวงห้าม

หลังจากมีการเดินทางเข้าไปสำรวจยังเกาะเซนทิเนล รัฐบาลอินเดียตันสินใจ ประกาศให้เกาะเซนทิเนลเป็นเขตหวงห้ามในรัศมีรอบเกาะเป็นระยะ 3 ไมล์ ไม่ให้มีการติดต่อกับชาวเซนทิเนล ไม่เว้นแม้จะทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษา พร้อมทั้งให้เหตุผลที่ว่า ทางการกลัวว่าคนภายนอกจะนำโรคระบาดไปแพร่ให้แก่กลุ่มคนในชนเผ่า เพราะจะทำให้ชาวเซนทิเนลเสียชีวิตทั้งหมดได้ไม่ยาก เพราะชาวเซนทิเนล อาศัยอยู่ตามวิถีชีวิตในแบบเดิม ๆ จึงไม่มีภูมิคุ้มกันโรคดังเช่นคนทั่ว ๆ ไป

Madhumala Chattopadhyay อุ้มเด็กในเผ่าจาราวา
  • สตรีผู้สยบนักรบชาวเซนทิเนลให้วางอาวุธ เคยพิชิตชนเผ่าที่เข้าถึงยากมาแล้วครั้งหนึ่ง

นอกจากความสนใจในชนเผ่าเซนทิเนลแล้ว Madhumala ยังมีความสนใจในชนเผ่าอื่น ๆ อาทิ เช่น ชนเผ่าจาราวา และชนเผ่าในหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์ ประวัติการศึกษาของ Madhumala เธอได้เรียนจบสาขามานุษยวิทยาจาก University of Calcutta จากนั้นเธอได้ขอทุนการศึกษาระดับปริญญาเอก ในด้านการสำรวจทางมานุษยวิทยาของอินเดียเพื่อทำวิจัยภาคสนามเกี่ยวกับชนเผ่าในหมู่เกาะอันดามันและนิโคบาร์

ก่อนหน้านี้ในปี 2534 Madhumalaได้เข้าไปเชื่อมความสัมพันธ์กับชนเผ่าจาราวาที่อาศัยอยู่ในหมู่เกาะอันดามัน ในเขตปกครองของประเทศอินเดีย ที่ยังคงวิถีชีวิตอันล้าหลัง ร่วมนักสำรวจทีมงานจาก The Anthropological Survey of India  โดยนักสำรวจจะใช้ผลมะพร้าวไปมอบให้ชาวจาราวาเป็นการเชื่อมสัมพันธ์

Madhumala Chattopadhyay และเด็กสาวในชนเผ่าจาราวา

ถือได้ว่า Madhumala เป็นผู้หญิงคนแรกที่เข้าไปติดต่อสื่อสารกับชาวจาราวา ซึ่งเธอใช้ความเป็นผู้หญิง เพื่อผูกสัมพันธ์กับสตรีในเผ่า โดยเมื่อชาวจาราวาเห็นว่า มีสตรีอยู่ในคณะสำรวจ ก็ยินยอมให้พวกเขา นำเรือขึ้นฝั่งแต่โดยดี จากนั้นมีสตรีชาวจาราวาคนหนึ่งปีนขึ้นไปบนเรือคณะสำรวจ และไปนั่งข้าง ๆ Madhumala โดยสตรีชนเผ่ามีท่าทีที่เป็นมิตรต่อเธออย่างมาก เธอได้รับความไว้ใจจากคนในกลุ่มจาราวา ถึงขั้นให้เธออุ้มเด็กเล็ก ๆ คนหนึ่ง

ความสามารถของ Madhumala เข้าตาทำให้มหาวิทยาลัยแห่งคอร์เนลล์และมหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนีย เสนอตำแหน่งงานวิจัยให้แก่เธอ แต่เธอไม่สามารถรับโอกาสนั้นได้เพราะติดภาระทางครอบครัว โดยในปัจจุบันเธอรับหน้าที่เป็นนักวิจัยอาวุโสให้รัฐบาลอินเดีย

ขอบคุณเนื้อหาจาก  www.probashionline.com