10 สุดยอด อาชีพเกษตร สร้างรายได้ ปี 2561

Home / 108 อาชีพทำเงิน, สกู๊ปข่าว, เศรษฐกิจ-ธุรกิจ / 10 สุดยอด อาชีพเกษตร สร้างรายได้ ปี 2561

ถึงแม้ว่าในปี 2561 ราคาพืชผลการเกษตรหลายๆ ชนิดจะมีราคาตกต่ำลง แต่ตลอดปีที่ผ่านมาเนื้อหาในหมวด “108 อาชีพทำเงิน” ของ MThai ก็ได้นำเสนอวิถีอาชีพเกษตรมากมายที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้กับเกษตรกร ซึ่งน่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับหลายๆ คนได้เป็นอย่างดี และในด้านหนึ่งยังสะท้อนให้เห็นว่าทางเลือกยังมีอยู่เสมอ

เนื่องในโอกาสบอกลาปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ MThai จึงได้คัดเลือก 10 อาชีพเกษตรทำเงิน ที่โดดเด่น ในปี 2561 มารวบรวมไว้ในที่นี้อีกครั้ัง ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

 

  • สาหร่ายขนนก – สาหร่ายพวงองุ่น ส่งขายรายได้ดี ทำได้สารพัดเมนูสุขภาพ

เกษตรกรจังหวัดตรัง จิรวุฒิ วงศ์เทพวณิชย์ เพาะเลี้ยง ‘สาหร่ายพวงองุ่น’ และ ‘สาหร่ายขนนก’ ส่งขายราคาสูง โดยสาหร่ายขนนกเป็นสาหร่ายพื้นถิ่นทางฝั่งอันดามัน มีในท้องถิ่นจังหวัดตรังอยู่แล้ว นำมาเลี้ยงในกระชังเพื่อง่ายต่อการจำหน่าย ป้อนให้กับลูกค้าได้ทั้งปี ส่วนสาหร่ายพวงองุ่นซื้อพันธุ์มาจากจังหวัดเพชรบุรี นำมาเพาะเลี้ยง ประมาณ 4 เดือน ก็สามารถจำหน่ายได้

สำหรับราคาขาย สาหร่ายพวงองุ่นนั้น ขายส่ง กิโลกรัมละ 200 บาท ราคาท้องตลาด กิโลกรัมละ 350 บาท แบ่งขายเป็นกล่อง 1 ขีด ขีดละ 35 บาท ส่วนสาหร่ายขนนก ขายส่งกิโลกรัมละ 100 บาท ราคาท้องตลาด กิโลกรัมละ 170-200 บาท แบ่งขายเป็นกล่อง กล่องละ 35 บาท เช่นกัน นอกจากขายในจังหวัดตรังแล้ว ยังส่งไปจังหวัดต่างๆ ทางเคอรี่หรือไปรษณีย์ด้วย สร้างรายได้วันละประมาณ 1,000 บาท

อ่านเพิ่มเติม https://news.mthai.com/economy-news/634224.html

 

  • เห็ดถั่งเช่า สมุนไพรสรรพคุณเยอะ กิโลกรัมหลักหมื่น

สุนันทา ลือวนิชวงศ์ เจ้าของ ‘สุนันทาฟาร์ม เห็ดถั่งเช่า‘ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเพาะ ‘เห็ดถั่งเช่าสีทอง’ จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง เป็นอดีตมนุษย์เงินเดือนที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพ จนได้พบกับ ‘เห็ดถั่งเช่า’ จึงเริ่มศึกษา รวมทั้งไปฝึกอบรมกับฟาร์มต่างๆ เมื่อมั่นใจจึงเริ่มติดต่อนำเชื้อเห็ดถั่งเช่าเข้ามาจากเกาหลีใต้ในราคาประมาณ 10,000 บาท ทดลองเพาะจนมีผลผลิตมากขึ้น จึงเริ่มขายทางช่องทางออนไลน์ มีคนสนใจเป็นจำนวนมาก สุดท้ายจึงตัดสินใจลาออกจากงานเพื่อมาทำเห็ดถั่งเช่าเต็มตัว โดยกระบวนการเพาะเห็ดถั่งเช่านั้นรวมแล้วจะใช้เวลาประมาณ 60-70 วัน ราคาปัจจุบันกิโลกรัมละประมาณ 60,000 บาท โดยทางฟาร์มสามารถผลิตได้เดือนละ 10 กิโลกรัม

อ่านเพิ่มเติม https://news.mthai.com/economy-news/627627.html

 

  • เพาะเลี้ยง ด้วงสาคู ส่งขายทั่วประเทศ สร้างรายได้ต่อเดือนเกือบ 1 แสนบาท

ทิติยา คำเถื่อน เจ้าของ ‘ด้วงสาคูฟาร์มมาดี‘ จังเพชรบุรี เดิมทำธุรกิจร้านหมูกระทะในกรุงเทพฯ จนได้มาศึกษาและสนใจ ‘ด้วงสาคู‘ เพราะเป็นคนที่ชอบการรับประทานแมลงอยู่แล้ว กระทั่งตัดสินใจซื้อพ่อแม่พันธุ์มาประมาณ 50 คู่ นำมาเลี้ยงที่บ้านในจังหวัดนนทบุรี เริ่มขายช่องทางออนไลน์ เมื่อลูกค้าขยายตัว จึงตัดสินใจย้ายแหล่งผลิตมาที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อขยายพื้นที่เลี้ยงและต่อยอดธุรกิจ

ราคาขายด้วงสาคูจะแบ่งเป็น 2 แบบ คือขายเป็นตัวสดๆ กิโลกรัมละ 250 บาท และแบบแช่ฟรีซ สามารถอยู่ได้ 7-8 เดือน ราคา 350 บาท ต่อ 1 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังสามารถขายพ่อแม่พันธุ์ได้อีกด้วย โดยจะส่งขายเป็นชุดเลี้ยงประกอบด้วย พ่อแม่พันธุ์ 10 ตัว อาหาร 3 กิโลกรัม พร้อมคู่มือการเลี้ยง ขายในราคาพร้อมส่ง 400 บาท ปัจจุบันทางฟาร์มของทิติยามีชุดเลี้ยงอยู่ประมาณ 500 ชุด สามารถผลิตตัวหนอนได้มากกว่า 300 กิโลกรัมต่อเดือน ส่งขายทั่วประเทศ สร้างรายได้เกือบแสนบาทต่อเดือน

อ่านเพิ่มเติม https://news.mthai.com/economy-news/640441.html

 

  • เสี่ยงแต่รายได้สูง ตัดรังต่อหัวเสือ ขายตัวอ่อน รายได้ 40,000-50,000 บาท

กลุ่มเลี้ยงต่อหัวเสือ ต.เขาไพร อ.รัษฎา จ.ตรัง เลี้ยงต่อหัวเสียมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว ปัจจุบันมีทั้งหมด 50 รัง โดยเริ่มจากตามหารังต่อเล็กๆ นำมาแขวน มีการจัดเตรียมพื้นที่ป้องกันแดดกันฝนไว้เรียบร้อย รังต่อที่มีขนาดเล็กจะค่อยๆ ขยายรังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การให้อาหารตัวต่อจะนิยมใช้น้ำหวานเป็นหลัก และนำเศษเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ตั๊กแตน ตามวิธีภูมิปัญญาชาวบ้าน

วิธีการเข้าไปเก็บรังต่อค่อนข้างเสี่ยงมาก จึงต้องเตรียมความพร้อมในการกันพื้นที่ไม่ให้บุคคลภายนอกเข้ามา และเตรียมชุดที่ป้องกันเป็นอย่างดี การเก็บรังต่อในแต่ละครั้งจะได้ปริมาณ 2-3 กิโลกรัม โดยเก็บเฉพาะตัวอ่อนที่มีอายุประมาณ 3-4 เดือน ราคาขายตัวอ่อนอยู่ที่กิโลกรัมละ 700 บาท และส่งไปขายยังต่างจังหวัด เช่น อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และกรุงเทพมหานครฯ รายได้ในการเก็บตัวอ่อนในแต่ละครั้งประมาณ 40,000-50,000 บาท

อ่านเพิ่มเติม https://news.mthai.com/economy-news/682520.html

 

  • เห็ดมิลค์กี้ เพาะง่ายรายได้ดี

ณัฐพงษ์ ราชเดิม เจ้าของฟาร์มเห็ดอารมณ์ดีมิลค์กี้ตรัง เพาะเห็ดมิลค์กี้สำเร็จเป็นเจ้าแรกในจังหวัดตรัง โดยได้นำก้อนเชื้อเห็ดมิลค์กี้มาทดลองเพาะ กว่าจะสำเร็จต้องลองผิดลองถูกอยู่หลายครั้ง ปัจจุบันเพาะเห็ดมิลค์กี้ส่งไปขายในหลายจังหวัด เช่น ในตัวเมืองตรัง ภูเก็ต พังงา กรุงเทพฯ

จุดเด่นของเห็ดชนิดนี้เป็นเห็ดดอกใหญ่สีขาว เนื้อแน่น มีใยอาหารสูง เก็บได้นานกว่าเห็ดนางฟ้า มีรสชาติคล้ายเนื้อไก่ผสมเนื้อหมึก การดูแลเห็ดชนิดนี้ไม่ยุ่งยาก รดน้ำให้เห็ดมิ้ลค์กี้วันละ 2 ครั้ง สถานที่เพาะเห็ดจะต้องอยู่ในสภาพอากาศชื้นและอุณหภูมิค่อนข้างอบอ้าว แต่ไม่ร้อนจนเกินไป และต้องสะอาด การเก็บเห็ดมิลค์กี้จะเก็บตั้งแต่อายุประมาณ 10-12 วัน สัปดาห์หนึ่งจะเก็บได้ถึง 10 กิโลกรัม ขายในราคากิโลกรัมละ 400 บาท หรือขายเป็นขีด ขีดละ 40 บาท

อ่านเพิ่มเติม https://news.mthai.com/economy-news/occupation/679878.html

 

  • ผักเชียงดา พืชเศรษฐกิจเชียงใหม่ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ

ที่หมู่บ้านป่าสักน้อย ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ กลุ่มเกษตรกรหันมาปลูกผักเชียงดากันทั้งหมู่บ้าน ทั้งยังต่อยอดจากผักสด แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายครบวงจร โสร์ตยา บัวชุม อายุ 42 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า แต่ละปีในช่วงที่ว่างเว้นจากการปลูกข้าวจะมีการปลูกพืชเสริมสร้างรายได้ กระทั่ง 3 ปีก่อน ได้รับการส่งเสริมจากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ นำผักเชียงดามาปลูก ปรากฏว่าปลูกได้ดี ช่วงแรกเก็บยอดผักสดขาย กิโลกรัมละ 50 บาท และตอนกิ่งขายละ 35 บาท ทำให้พบว่าผักเชียงดาเป็นที่ต้องการของตลาด ปลูกเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย ทำให้ต้องเพิ่มพื้นที่ปลูก จนปัจจุบันมีอยู่กว่า 5,000 ต้น

อ่านเพิ่มเติม https://news.mthai.com/economy-news/657731.html

 

  • มะยงชิด ผลไม้รสเลิศ หนึ่งปีออกผลแค่ครั้งเดียว

เฉลิม พึ่งสาระ หรือ ‘ผู้ใหญ่ตู่’ เจ้าของ ‘สวนผู้ใหญ่ตู่’ ตำบลบางเลน จ.นนทบุรี เป็นสวนทุเรียนนนท์ ในโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์สวนทุเรียนนนทบุรีอย่างยั่งยืน ประจำปี 2560 แต่มีการปลูกต้น ‘มะยงชิด’ รอบคันสวนกว่า 40 ต้น ในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ 3 งาน ผู้ใหญ่ตู่บอกว่า ต้นมะยงชิดนั้น เป็นต้นไม้ที่ทนต่อทุกสภาพอากาศ จึงไม่ต้องบำรุงมาก ช่วงกุมภาพันธ์จะเริ่มมีช่อดอกและออกเป็นลูก ระวังเรื่องเพลี้ยไฟและแมลงวันทอง จากนั้นก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ซึ่งต้องให้สุกคาต้นสีเหลืองอมส้ม ลูกมะยงชิดจะมีขนาดใหญ่กว่าไข่เป็ดเล็กน้อย โดยจากเริ่มลงปลูกจะใช้เวลาประมาณ 3 ปีจึงให้ผลผลิตได้

อ่านเพิ่มเติม https://news.mthai.com/economy-news/618129.html

 

  • เคพกูสเบอร์รี่ พืชเสริมทางเลือก ราคาดี สรรพคุณเพียบ

โครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูก ‘เคพกูสเบอร์รี่’ เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด และจำหน่ายได้ในราคาสูง ประกอบกับเป็นพืชอายุสั้น จึงทำรายได้รวดเร็ว ทำให้เริ่มมีผู้สนใจปลูกกันเป็นจำนวนมาก นางสั่ว แซ่กู เกษตรที่ปลูกเคพกูสเบอร์รี่ ระบุว่า ตนเองปลูกเคพกูสเบอร์รี่ประมาณ 400 ต้น ใช้ระยะเวลาในการปลูก 2 เดือนครึ่ง จึงสามารถเก็บผลผลิตได้ และจำหน่ายให้กับโครงการหลวง ราคากิโลกรัมละ 80-100 บาท สำหรับไซส์ เกรด A โดยในแต่ละรอบการผลิตสามารถจำหน่ายได้ประมาณ 1 แสนกว่าบาทเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม https://news.mthai.com/economy-news/609580.html

 

  • ชาวนาหันปลูกอินทผาลัม พืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ ทำเงินปีละกว่า 1 ล้าน

สวนอินทผลัมวัฒนะโชติ ของ ไพรัช วัฒนะเขตการ ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านวังน้ำขาว ต.วังตะเคียน อ.หนองมะโมง จ.ชัยนาท เดิมทีไพรัชมีอาชีพทำนาปลูกข้าว แต่เมื่อขาดทุนจากราคาข้าวที่ตกต่ำเมื่อ 4 ปีก่อน จึงศึกษาหาข้อมูลและตัดสินใจซื้อพันธุ์อินทผลัมมาทดลองปลูก การปลูกอินทผลัมนั้นคล้ายการปลูกพืชสวนทั่วไป ระยะเวลาการปลูกตั้งแต่นำต้นพันธุ์ลงแปลงจนถึงออกผลรุ่นแรก ใช้เวลาประมาณ 30 เดือน หรือ 2 ปีครึ่ง แต่จะเริ่มเก็บผลได้เต็มที่ในปีที่ 3  ซึ่งสวนของไพรัชเองก็อยู่ในระยะปีที่ 3 ผลผลิตต่อต้นคาดไว้ประมาณ 80-100 ก.ก. โดยราคาขายผลสดในปัจจุบันอยู่ที่ 450-800 บาท ตามความสวยของพวง ดังนั้นเฉลี่ยรายได้จะอยู่ที่ 40,000-45,000 บาท ต่อต้นต่อปี ซึ่งสวนของไพรัชปลูกไว้ทั้งหมด 40 ต้น คาดว่าจะทำเงินได้ไม่ต่ำกว่า 1,600,000 บาทในปีนี้

อ่านเพิ่มเติม https://news.mthai.com/economy-news/659904.html

 

  • เกษตรกรเมืองตรังปลูก บัตเตอร์นัท สำเร็จเป็นรายแรกในภาคใต้

สุทิน กายะชาติ ผู้ดูแลสวนหยงสตาร์การ์เด้นท์ ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เคยเป็นเกษตรกรผู้ปลูกองุ่นขายได้เป็นรายแรกในภาคใต้ ระหว่างองุ่นออกลูกได้นำเข้าเมล็ดพันธุ์ ‘บัตเตอร์นัท’ หรือฟักทองเมืองหนาวจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มาทดลองปลูก และเก็บขายได้สำเร็จเป็นรายแรกใน จ.ตรัง ราคากิโลกรัมละ 60 บาท ซึ่งหาซื้อไม่ได้ทั่วไป ลูกค้าต้องสั่งจองทางออนไลน์ เนื้อบัตเตอร์นัทเหมือนกับเนื้อฟักทอง แต่ละเอียดกว่า เมล็ดจะไปกองอยู่ในวงกลมซึ่งอยู่ส่วนท้ายของลูก รสชาติหวานหอมและอร่อย นำไปต้มยำทำแกงได้เหมือนฟักทองทั่วไป

อ่านเพิ่มเติม  https://news.mthai.com/economy-news/662648.html