เปลี่ยนฉากประวัติศาสตร์การเมืองไทย หนีวังวน ?ยุบสภา-เลือกตั้งใหม่?!!

Home / สกู๊ปข่าว / เปลี่ยนฉากประวัติศาสตร์การเมืองไทย หนีวังวน ?ยุบสภา-เลือกตั้งใหม่?!!

ในที่สุดสถานการณ์การเมืองก็มาถึงขั้นตอนการเรียกร้องให้มีการยุบสภา-เลือกตั้งใหม่..อีกครั้ง..จนได้!!

มองย้อน กลับไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้ สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นวนไปเวียนมา นับตั้งแต่ก่อนการรัฐประหาร ในช่วงที่มีการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่ม พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย…

จากผลพวง ครั้งนั้นทำให้มีการเลือกตั้งและได้นายกรัฐมนตรี เพิ่มเติมจาก ?พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร? มาเป็น ?สมัคร สุนทรเวช? และ ?สมชาย วงศ์สวัสดิ์?

แต่เมื่อการเคลื่อนไหวกดดันเกิดผล ในที่สุดก็ได้รัฐบาลต่างขั้วมีผู้นำคนใหม่ชื่อ ?อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ?

นั่นเองเป็นที่มาของการกรอเทปเพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหว ทางการเมืองอีกระลอก

ทว่าได้ มีการเปลี่ยนตัวผู้ที่มารับบทฝ่ายบริหารและฝ่ายขับไล่ มาเป็นกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ หรือ ?กลุ่มคน เสื้อแดง?

ภาพการ สร้างความเดือดร้อนให้กับกลุ่มคนที่ไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วย ย่อมเกิดขึ้น ตามแต่สภาพและศักยภาพของการชุมนุมแต่ละสี แต่ก็ยังคงนับเป็นการเคลื่อนไหวในรูปแบบเดียวกัน มีกระทำการใดๆ ก็ตามเพื่อให้เกิดความสนใจในวงกว้างจากสาธารณชนทั้งในไทยและต่างประเทศ เหมือนๆ กัน

อีกทั้ง ภาพการสร้างสถานการณ์โดยระเบิดหรือความรุนแรงก็มีให้เห็นเหมือน กัน อาจต่างกันบ้างก็ตรงปริมาณมากน้อย…

เชื่อว่า ในหลายต่อหลายครั้ง ประชาชนจะสามารถเดาได้เลยว่า เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ เดี๋ยวก็จะมีเหตุเช่นนั้น และผลก็จะเป็นอย่างนี้ อย่างนั้น ตามมา เป็นต้น

ซึ่งหาก จะเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจน ระหว่างรัฐบาลชุดปัจจุบัน กับรัฐบาลชุดพลังประชาชนในอดีต คงจะเห็นเด่นชัดในเรื่อง ?ข่าวลอบสังหารผู้นำประเทศ?

หรือแม้ กระทั่งการอยู่ไม่ติดที่ของคนเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็น ?อภิสิทธิ์? หรือ ?ทักษิณ? หรือ ?สมัคร? หรือ ?สมชาย? ต่างก็มีช่วงเวลาที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดจากสถานการณ์การเมือง ไม่ได้นั่งติดที่เพื่อบัญชาการงานบ้านเมืองอย่างสบายใจได้เท่าไร นัก

?การที่ผู้ ชุมนุมอ้างถึงความไม่ชอบธรรมของที่มาของรัฐบาล ก็ไปเกี่ยวข้องกับกติกา เพราะว่าเขาหาว่ารัฐบาลนี้มาโดยไม่ชอบ ที่จริงรัฐบาลนี้มาโดยกติกาเดียว กับรัฐบาลท่านนายกฯ สมัคร ท่านนายกฯ สมชาย เพียงแต่ว่าพรรคการเมืองที่ได้เสียง อันดับหนึ่งมาทุจริตการเลือกตั้ง ถูกยุบ แล้วเขาไม่ยอมรับอันนี้ ถามว่าถ้าใช้กติกาเดิมไม่แก้ไขเลย กลับไปเลือกตั้งเกิดคนชนะ ทุจริตเลือกตั้ง ถูกยุบพรรคอีกจะมาประท้วงกันอย่างนี้อีกหรือไม่ เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นประเด็นที่มาเกี่ยวข้องกันว่าทำไมต้องคุยเรื่อง การแก้รัฐธรรมนูญและยุบสภา?

จากบทให้ สัมภาษณ์ผ่านรายการเชื่อมั่นประเทศไทยฯ ของนายกฯ อภิสิทธิ์ ย้ำชัดว่าตัวเองก็มีที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ต่างจากรัฐบาลชุดพลังประชาชน เพียงแต่ว่าอาจเป็นตัวสำรองที่ได้ โอกาสขึ้นมาแทนตัวจริง

ดังนั้น ..จากประวัติศาสตร์การดำเนินการของรัฐบาล ทักษิณ-สมัคร-สมชาย ที่มีต่อ ข้อเรียกร้องทางการเมืองของกลุ่มคนเสื้อเหลือง คือการปฏิเสธที่จะยุบสภาและเลือกตั้งใหม่

แต่กับ ท่าทีล่าสุดของ ?นายกฯ อภิสิทธิ์? ที่ออกมาเผยขั้นการเตรียมความ พร้อมในการเลือกตั้ง…โดยเฉพาะการประมาณผลลัพธ์หากมีการเลือก ตั้งใหม่จริง โดยเชื่อมั่นว่า ?ประชาธิปัตย์? จะไม่หลุดออกจากวงโคจรไปอีก

?ผมอยากจะ เรียน ว่าผมเป็นนักการเมืองมา ลงเลือกตั้ง มา 7 ครั้ง เวลามีกิจกรรมอะไรต่างๆ แบบนี้ก็ไม่รู้สึกอะไรแปลกใจอะไร และโดยสภาพข้อเท็จจริงเราก็ไม่ลืมในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง พรรคที่แทบไม่มีที่นั่งหรือมีที่นั่งน้อย เขาก็ได้คะแนนเสียงอยู่ประมาณ ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 35 หรือเกือบจะถึงร้อยละ 40 เพราะฉะนั้นเขาก็มีผู้สนับสนุนบางที่เราก็ไปเข้าใจภาพรวมบอกอ๋อ กรุงเทพประชาธิปัตย์มี ส.ส. 30 จาก 36 – 37 คน แปลว่าอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่มีผู้สนับสนุน ไม่ใช่ เช่นเดียวกันตนมี ส.ส.อยู่ภาคเหนือในโซนสูงสุด 4 คนก็จริงแต่คะแนนเสียงผมเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ เหมือนกัน เพราะฉะนั้นทุกคนก็มีเสียงสนับสนุนกันทั้งนั้น ไม่ได้มีอะไรน่าแปลก?

เช่นนี้ แล้ว ถ้าหากอยากให้ประวัติศาสตร์การเมืองไทยไม่ซ้ำรอยกับยุคของ พลังประชาชน

?อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ? อาจเลือกเล่นบทที่ต่างไปจากอดีตนายกฯ ?ทักษิณ-สมัคร-สมชาย?!!

โดยทีมข่าว Mthai