หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่..พระเอก หรือ ผู้ร้าย ในสายตารัฐบาล!?!

Home / สกู๊ปข่าว / หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่..พระเอก หรือ ผู้ร้าย ในสายตารัฐบาล!?!

คงไม่มีครั้งไหนที่กระทรวงสาธารณสุขจะตื่นตัวเรื่องมาตรการป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้เท่ากับครั้งนี้อีกแล้ว…

จำได้ว่า ในช่วงที่มีการระบาดแรกๆ ของโรคร้ายพันธุ์ใหม่นี้ กระแสการ ?ปิดข่าว? ของกระทรวงสาธารณสุข ตกเป็นประเด็นหนึ่งที่ถูกต่อว่าโจมตี

แต่มา คราวนี้ กับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่เกิดขึ้นแล้วกับชายชาวเสื้อแดง…

หลาย หน่วยงานเร่งออกมาเผยแพร่ข่าวการระบาดครั้งนี้ ด้วยคงเป็นห่วงว่าจะเกิดการ กระจายตัวของเชื้อไปมากกว่าที่เป็นอยู่

ทุกหน่วย งานต่างออกมาประชาสัมพันธ์ ร่วมเฝ้าระวังอย่างแข็งขัน ภายใต้ขอบเขตที่รับผิดชอบ

ไม่เว้น แม้กระทั่งหน่วยทหาร โดยคำสั่งของ ?พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา? ผู้บัญชาการทหารบก

ได้สั่ง การให้มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่รพ.พระมงกุฎเกล้าฯ นำหน้ากากอนามัยมาแจกผู้สื่อข่าว ณ แหล่งสมาคมนายทหารฯ กรมทหารราบที่ 11 รอ.

บรรดานัก ข่าวเองก็ให้ความสนใจป้องกัน หลังทราบข่าวว่ามีผู้สื่อข่าวหญิงคน หนึ่งซึ่งได้รับเชื้อนี้เข้าไปด้วยแล้ว..

อย่างไร ก็ดีตามการเปิดเผยของเจ้ากระทรวงสาธารณสุข ?จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์? ระบุว่า

?แม้ไข้ หวัดใหญ่ 2009 จะกลับมาระบาดอีกครั้ง แต่ไม่ได้ห้ามไม่ให้คนเสื้อแดงมา ชุมนุม เพียงแต่สถานที่มีคนมาอยู่จำนวนมากก็มีความเสี่ยงแพร่ระบาด สูง จึงอยากให้แกนนำคนเสื้อแดงช่วยเฝ้าระวังด้วย เพราะที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อจากการชุมนุม 2 ราย เป็นเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าว แต่ขณะนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว

นอกจาก นี้ยังอยากให้ผู้ชุมนุม ระมัดระวังโรคหน้าร้อน ซึ่งได้แก่โรงท้องร่วงและทางเดินอาหาร ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ มอบยาจำนวน 5,000 ชุดให้แก่ผู้ชุมนุมไปแล้ว เพราะไม่อยากให้เกิดการแพร่ระบาด?

แน่นอนว่า หลายคนมองการเผยแพร่ข่าวนี้เป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่ง ในการสกัดกั้นการมาร่วมชุมนุมของใครหลายๆ คน ที่อาจเกิดอาการกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้อย่าง ?เชื้อโรค? ซึ่งจะว่าไปแล้ว ประเด็นเรื่องเชื้อโรคได้ถูกขยาย ความตั้งแต่วันที่มีการเจาะเลือดของกลุ่มผู้ชุมนุม เรื่อยมาถึงมาตรการเทเลือดนั่นเอง

แต่ เทคนิคนี้คงไม่อาจใช้ได้หากไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อจริง..!!

พร้อมกัน นี้ สธ. ยังได้ให้ข้อมูลการแพร่ระบาดชัดเจน โดยเฉพาะยอดคนตายที่เพิ่มขึ้น 1 รายที่โรงพยาบาลสายบุรี จ.ปัตตานี รวมยอดผู้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ทั้งหมดก็ 219 ราย

โดยสรุป แล้ว..ไม่ว่ารัฐบาลจะรู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์แพร่ระบาดที่ เกิขดึ้นในกลุ่มผู้ชุมนุมก็ตาม

ใจความ หลักที่เนื้อข่าวนี้เผยแพร่ให้รู้ น่าจะเป็นประเด็นการแพร่ระบาด อย่างต่อเนื่องของโรคนี้ในเมืองไทย ซึ่งมันจะยังไม่หมดไป

เพราะว่า ?เชื้อโรค? ไม่ได้จำกัดการแพร่ระบาดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ถนนราชดำเนินหรือบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ แต่ทุกคนทั้งที่เป็นกลุ่มเสี่ยงมาก และเสี่ยงน้อย ต่างก็มีสิทธิ์เผชิญโรคได้หากยังขาดการเฝ้าระวังที่ดีพอ!!!

โดยทีมข่าว Mthai