ดร.เซปิง ไชยศาส์น ศัลยกรรม เซปิง เฟซออฟ เฟซออฟ โครงการเฟซออฟ

ทำความรู้จัก ‘โครงการเฟซออฟ’ ศัลกรรมย้อนวัยของ ‘ดร.เซปิง ไชยศาส์น’

Home / สกู๊ปข่าว / ทำความรู้จัก ‘โครงการเฟซออฟ’ ศัลกรรมย้อนวัยของ ‘ดร.เซปิง ไชยศาส์น’

กลับมาเป็นประเด็นในสังคมอีกครั้ง สำหรับ ดร.เซปิง ไชยศาส์น เจ้าของ ‘โครงการเฟซออฟ’ ภายหลังเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2562 พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ รองผอ.ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตำแหน่งในขณะนั้น)

ได้แถลงจับกุม น.ส.เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการเฟซออฟ และนายบทมากร วัฒนะนนท์ เจ้าของบัญชีโครงการเฟซออฟ ผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

ต้นสายปลายเหตุในการแถลงจับกุมครั้งนี้ ?

ย้อนกลับไปวันที่ 22 มีนาคม 2562 ได้มีกลุ่มผู้เสียหายจำนวน 7 คน เดินทางมาร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โดยกลุ่มผู้เสียหายระบุว่า ได้รับข้อมูลการศัลยกรรมจากทางสื่อทีวีผ่านรายการหนึ่ง โดยเนื้อหาที่ออกอากาศเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมของนายสุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ในโครงการเฟซออฟ บายด็อกเตอร์เซปิง

นอกจากนี้ยังได้รับชมผ่านช่องทางยูทูป ในช่อง ด็อกเตอร์เซปิง ซึ่งเป็นการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมในโครงการเฟซออฟ ด้วยเช่นกัน โดยจากการนำเสนอดังกล่าว ดร.เซปิง ได้โฆษณาว่าเรียนจบระดับปริญญาเอก และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำศัลยกรรม พร้อมระบุด้วยว่าสามารถทำศัลยกรรมได้ดีที่สุด อาทิ ใบหน้าบวมขึ้นเพียง 10% ไม่ทำให้เกิดแผลเป็น ไม่มีรอยช้ำและทำให้อ่อนเยาว์ลง 10-20 ปี

โดยมีข้อเสนอลดราคาค่าบริการให้ถูกลง กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อจึงชำระค่ามัดจำในการจองคิววันผ่าตัด โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ชื่อบัญชีโครงการเฟซออฟ โดยมีนายบทมากร วัฒนะนนท์ เป็นเจ้าของบัญชี

โครงการเฟซออฟ ได้นัดผู้เสียหายไปพบที่บ้านเลขที่ 124 / 3 โซน N หมู่บ้านมณียาเพอร์เฟคมาสเตอร์พีซ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ. นนทบุรี และได้พบกับ ดร.เซปิง ก่อนจะมีการตรวจใบหน้าพร้อมแจ้งกับผู้เสียหายว่าต้องทำศัลยกรรมใบหน้าอย่างไรบ้าง หลังจากนั้นมีการเซ็นเอกสารและมีการแจ้งยอดการทำศัลยกรรม นอกจากนี้ยังมีการให้ผ่อนชำระได้ กลุ่มผู้เสียหายจึงยอมเข้าร่วมในโครงการเฟซออฟ

ซึ่งนัดผ่าตัดที่โรงพยาบาลศัลยกรรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยลาดพร้าว 94 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ แต่ภายหลังการผ่าตัดทำศัลยกรรมกลับไม่เป็นไปตามที่โฆษณาไว้ ซึ่งบางรายมีอาการหน้าบวมและปวดแผลผ่าตัด หรือมีอาการอาการชาบริเวณศีรษะ หลังหายจากอาการบวมปรากฎว่าใบหน้ายังมีริ้วรอย ไม่ดูอ่อนเยาว์อย่างที่โฆษณาไว้ ซึ่งบางรายสูญเงินไปกว่า 6 แสนบาท หลังทำศัลยกรรมไป 3 เดือน พบว่าสภาพใบหน้ากลับแย่ลงจนรับไม่ได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดนนทบุรี ศาลได้อนุมัติหมายจับที่จ.108/ 2562 และจ.109 / 2562 ลงวันที่ 1 เมษายน 2562 จึงได้ขอหมายค้นบ้านเลขที่ 124 / 3 โซน N หมู่บ้านมณียาเพอร์เฟคมาสเตอร์พีซ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ. นนทบุรี ดร.เซปิง ไชยศาส์น และนายบทมากร วัฒนะนนท์ ผู้ต้องหาตามหมายจับและเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาและนำส่ง สภ.บางศรีเมือง เพื่อดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เบื้องต้นเจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ

ดร.เซปิง ไชยศาส์น เจ้าของ ‘โครงการเฟซออฟ’ คือใคร ?

จากข้อมูลของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า ดร.เซปิง ไชยศาส์น ได้มีการเปลี่ยนชื่อมาหลายครั้ง จากชื่อเดิมคือ น.ส.จินดา อินทร์ชุเดช ต่อมาเมื่อปี 2541 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น น.ส.ณัฎฐธิดา หลังจากนั้นปี 2547 เปลี่ยนชื่อเป็น น.ส.ณัชชากร ปี 2550 เปลี่ยนชื่อเป็น น.ส.อมริสา ปี 2551 เปลี่ยนชื่อเป็น น.ส.ณัฐรดา และในปี 2552 ได้ทำการเปลี่ยนชื่อและนามสกุล เป็น น.ส.เซปิง ไชยศาสน์ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายประจวบ ไชยสาส์น นักการเมืองชื่อดังแต่อย่างใด

ประวัติด้านการศึกษา ดร.เซปิง ไชยศาส์น ศึกษาจบระดับปริญญาตรี ในปี 2552 จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณะวิทยาการจัดการ ปี 2554 ศึกษาจบระดับปริญญาโท Golf Management (MBA) และในปี 2558 ศึกษาจบระดับปริญญาเอก บริหารธุรกิจ (DBA)

‘โครงการเฟซออฟ’ บายด็อกเตอร์เซปิง

ดร.เซปิง ไชยสาส์น เจ้าของโครงการเฟซออฟในชื่อ “Face Off ผ่าแหลก ศัลยกรรม 10 อย่าง บนใบหน้ากระชากความแก่จาก 60 ให้เหลือ 35 Dr.Xeping” โดยให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะมีความรู้เรื่องศัลยกรรม หรือ ผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรม โดยทำใหม่ หรือแก้ไขที่เคยผิดพลาดจากเจ้าอื่น

และเป็นกระแสฮือฮาอย่างมาก โดยเมื่อปี 2559 นายสุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องลูกทั่งชื่อดัง เผยโฉมหน้าครั้งแรกหลังทำ Face Off (เฟซออฟ) ซึ่งได้ตัดสินใจทุ่มเงินเพื่อเข้าร่วมโครงการดังกล่าวในการเปลี่ยนใบหน้าใหม่ให้กลับมาเป็นหนุ่มวัย 30-40 ปี

ซึ่งจากข้อมูลทางการแพทย์พบว่าการทำ Face Off  ต้องเป็นการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงรูปหน้าจากเดิมแบบสิ้นเชิง หรือเป็นการทำศัลยกรรมแบบเปลี่ยมโฉมหน้าไปเลย ซึ่งจะมีการผ่าตัดหลายครั้งและหลายขั้นตอน และมักใช่ในกรณีของบุคคลที่มีปัญหาหรือการหนีคดี

สำหรับในประเทศไทยพบว่ายังไม่มีแพทย์เสริมความงามรับทำให้เคสของ Face Off เนื่องจากอาจเข้าข่ายกระทำผิดจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งการใช้คำว่า Face Off มาใช้ในการโฆษณาชวนเชื่ออาจเป็นการกระทำเพื่อหวังผลประโยชน์เพิ่มทางธุรกิจ

แต่ในกรณีของนายสุรชัย สมบัติเจริญ เป็นเพียงการทำศัลยกรรมทั่วไปเท่านั้น อาทิ การดึงหน้า การปลูกผม ซึ่งไม่ใช่การทำ Face Off แต่อย่างใด ทั้งนี้การโฆษณาดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการด้านศัลยกรรมได้

กระทั่งทางสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ ดร.เซปิง ในข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน หลังนำข้อมูลอันเป็นเท็จไปโฆษณาตามโซเชียลมีเดีย ทำให้บุคคลากรทางการแพทย์ศัลยกรรมไทยได้รับความเสียหาย

นอกจากนี้ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้มีมติให้สถานพยาบาลที่ทำการศัลยกรรมนายสุรชัย มีผิดตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 และประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 11 พ.ศ.2546 ซึ่งมีความผิดฐานมีส่วนรู้เห็นและยินยอมให้โฆษณาโครงการเฟซออฟ ของ ดร.เซปิง ไชยศาส์น ที่มีข้อความอวดอ้างเกินจริง

เซปิง เฟซออฟ ยันไม่ได้โกงใคร!!

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของ ดร.เซปิง ประธานโครงการเฟซออฟ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมได้ที่บ้านพัก ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 62 ดร.เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการเฟซออฟ พร้อมด้วย ดร.จำนงค์ ไชยมงคล ทนายความ ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีถูกกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน

โดย ดร.เซปิง ระบุว่าโครงการดังกล่าวเป็นการให้คำปรึกษาด้านการทำศัลยกรรม หลังจากให้คำปรึกษาจะแนะนำให้ทำศัลยกรรมกับโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานทุกคน และยืนยันว่าตนไม่ได้มีส่วนได้เสียกับทางโรงพยาบาล และเน้นย้ำกับผู้ที่มาปรึกษาตลอดว่าตนเป็นเพียงที่ปรึกษาและไม่ใช่ ‘แพทย์‘ แต่อย่างใด

ส่วนประเด็นที่มีผู้เสียหายออกมาระบุว่า เข้าร่วมโครงการแล้ว หลังทำศัลยกรรมกลับไม่ได้อย่างที่โฆษณาไว้ ประเด็นนี้ ดร.เซปิง เผยว่า ความสวยไม่อาจหาข้อยุติในแต่ละบุคคล การทำศัลยกรรมของโครงการ คือการทำให้ทุกคนดูดี และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ที่สำคัญภายหลังทำศัลยกรรมต้องดูแลตัวเองเรื่องสุขภาพด้วยเช่นกัน ส่วนกรณีที่มีการบอกว่าทำศัลยกรรมแล้วมีอาการเจ็บ ชา ตนคิดว่าแต่ละคนปัญหาไม่เหมือนกัน จึงต้องให้ทางโรงพยาบาลที่เป็นกลางตรวจพิสูจน์

อย่างไรก็ตามในเคสล่าสุดของ ‘โครงการเฟซออฟ‘ ของ ‘ดร.เซปิง ไชยศาส์น‘ ที่มีผู้เสียหายมาร้องเรียน จนกระทั่งมีการจับกุมเกิดขึ้น โดยขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในลำดับถัดไป ทั้งนี้ก็อยากฝากถึงผู้ที่คิดจะทำศัลยกรรมตกแต่งไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ร่างกาย ควรศึกษาข้อมูลก่อนทำอย่างละเอียด ทั้งแนวทางการผ่าตัด สถานพยาบาล แพทย์ผู้ผ่าตัด ต้องมีมาตรฐาน และมีใบประกอบการเฉพาะทางอย่างถูกต้องตามกฎหมาย