ข่าวสดวันนี้ ป.ป.ช. สมาคมพนักงานสอบสวน

สพส.เห็นแย้ง ป.ป.ช.กรณีจะส่งมอบสำนวนคดี 1.5 หมื่นคดีให้ พงส.สตช.สอบสวน

Home / สกู๊ปข่าว / สพส.เห็นแย้ง ป.ป.ช.กรณีจะส่งมอบสำนวนคดี 1.5 หมื่นคดีให้ พงส.สตช.สอบสวน

สมาคมพนักงานสอบสวนเห็นแย้ง ป.ป.ช.กรณีจะส่งมอบสำนวนคดี 1.5 หมื่นคดีมาให้ พงส.สตช.รับผิดชอบสอบสวน

วันที่ 11 เม.ย. 2562ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ นายกสมาคมพนักงานสอบสวน ทำหนังสือของสมาคมพนักงานสอบสวน ส่งถึง พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.(กม) (ผ่าน.ผบก.ปปป.)อ้างถึงการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมงานสอบสวนครั้งที่สอง / 2562 วันที่ 1 เม.ย.2562 เรื่องการส่งมอบสำนวนการสอบสวนของ ป.ป.ช.ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบตามที่ ป.ป.ช.เตรียมส่งสำนวนการสอบสวนซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ให้กับพนักงานสอบสวน สตช.จำนวน 15,000 สำนวน สมาคมพนักงานสอบสวน(สพส.) พิจารณาแล้ว ขอนำเสนอหลักกฏหมายที่เกี่ยวข้องอาจกระทบต่อการความยุติธรรมในภาพรวมของประเทศ ดังนี้

1.ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2560 รัฐจัดตั้งองค์กรขึ้นมาเมื่อปี 2542 โดยมีแนวคิดให้เป็นองค์กรอิสระปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง เพื่อให้ปฏิบัติงานดำเนินคดีทางอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐและฝ่ายการเมืองในความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ เนื่องจากมีความเห็นว่าพนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติแม้จะมีอำนาจหน้าที่ดำเนินคดีอาญาทั่วไปตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 121 แต่อาจถูกแทรกแซงได้โดยง่ายจึงมอบภาระหน้าที่การดำเนินคดีดังกล่าวให้กับองค์กร ป.ป.ช.

ดังนั้นการที่ ป.ป.ช.หรือ ปตท. กลับส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาขณะที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเองให้กับพนักงานสอบสวน สตช.ย่อมไม่ชอบด้วยแนวคิดและหลักการจัดตั้งองค์กร ป.ป.ช.มาตั้งแต่ต้น

2.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2560 มาตรา 234 บัญญัติอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินคดีอาญาตามอนุมาตรา(1) (2) และ(3) และความในวรรคท้ายของมาตรา 234 ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ไว้ชัดแจ้ง กรณีที่ ป.ป.ช. จะมอบหมายหน่วยงานของรัฐอื่นดำเนินการแทนโดยมีหลักการสำคัญ ดังนี้

2.1 ต้องเป็นกรณีมีความจำเป็น ซึ่งกรณีมีความจำเป็นนั้น จะต้องพิจารณาในเหตุผลทางกฏหมาย มิใช่เหตุผลมาจากการบริหารองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินคดีอาญา ดังเช่นแนวทางศาลฎีกาได้วินิจฉัยวางหลักไว้
2.2 หน่วยงานของรัฐที่จะรับผิดชอบดำเนินการแทน ปปช.หรือ ปปท.นั้นต้องเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจและหน้าที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยตรง
2.3 ต้องเป็นคดีที่มิใช่ความผิดร้ายแรง

3.ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 6 บัญญัติอำนาจหน้าที่ของตำรวจโดยไม่ปรากฏว่าเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยตรง

4.แม้ว่าตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ. 2561 มาตรา 63 บัญญัติให้ ปปช.อาจส่งเรื่องที่อยู่ในอำนาจของ ปปช.ที่มิใช่ความผิดร้ายแรงให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็ได้ แต่หลักเกณฑ์ตามมาตรานี้ต้องอยู่ภายใต้บังคับแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2560 มาตรา 234 วรรคท้ายเสียก่อน

5.สมาคมพนักงานสอบสวนเห็นว่าพนักงานสอบสวนของสำนักงานชาติซึ่งไม่ได้อยู่ในสังกัดกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ป.ป.ช.) ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจและหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ดังนั้นจึงไม่มีอำนาจหน้าที่ทำการสอบสวนสำนวนของ ป.ป.ช.

6.ด้วยเหตุผลข้อ 1-5 สมาคมพนักงานสอบสวน เห็นว่าพนักงานสอบสวนสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งไม่ได้สังกัด บก.ป.ป.ช. ไม่มีอำนาจหน้าที่สอบสวนคดีที่อยู่ในอำนาจของ บก.ป.ป.ช. เนื่องจากไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามมาตรา 234 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพ.ศ. 2560 หาก ปปช.ส่งมอบสำนวนและพนักงานสอบสวนรับไว้ดำเนินคดีย่อมเป็นเหตุให้จำเลยยกเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลได้ว่าพนักงานอัยการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากพนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจทำการสอบสวน ก็ยังผลให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศโดยรวม

7.กรณีหากพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ขัดกับหลักเกณฑ์ตามธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติพ.ศ. 2561 แต่ในทางปฏิบัติจะเกิดปัญหางานล้นมือ เพราะมติอนุ ก.ตร.บริหารงานบุคคล พ.ศ. 2533 กำหนดปริมาณงานให้พนักงานสอบสวนรับผิดชอบทำสำนวนไม่เกิน 70 คดีต่อปีต่อคนดังนั้นเมื่อ ปปช.ส่งสำนวนมาให้รับผิดชอบเพิ่มมากยิ่งขึ้นย่อมส่งผลลดทอนประสิทธิภาพการดำเนินคดีอาญาของพนักงานสอบสวนในการอำนวยความยุติธรรม ขึ้นได้

อนึ่งก่อนมีการพิจารณาดำเนินการในเรื่องนี้สมาคมพนักงานสอบสวน เห็นควรให้ตั้งคณะทำงานจากผู้มีความรู้ประสบการณ์ทั้งด้านกฎหมายและคดีอาญาโดยสมาคมพนักงานสอบสวนพร้อมที่จะสนับสนุนส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าเป็นคณะทำงานด้วย

ภารกิจหลักของ ป.ป.ช.

สำนักงาน ป.ป.ช. มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

1.รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. 

2.ศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. 

3.ศึกษาและสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการทุจริตในวงราชการและการเมือง 

4.ปฏิบัติตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย 

5.เสนองบประมาณรายจ่ายตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อจัดสรรเป็นเงินอุดหนุนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช.

 

อำนาจหน้าที่

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน ป.ป.ช.” เป็นส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญมีฐานะเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน