ส.ว. สมาชิกวุฒิสภา อังกฤษ แต่งตั้ง

ที่มาสภาขุนนางอังกฤษและส.ว.ไทย อำนาจ หน้าที่ บนความเหมือนที่แตกต่าง

Home / สกู๊ปข่าว / ที่มาสภาขุนนางอังกฤษและส.ว.ไทย อำนาจ หน้าที่ บนความเหมือนที่แตกต่าง

รู้จักสภาที่สอง หรือ สภาขุนนางของอังกฤษ ที่มีรูปแบบการสรรหามาจากการ ‘แต่งตั้ง’ ทั้งหมด ซึ่งเป็นต้นแบบของการแต่งตั้ง สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ของไทยในครั้งล่าสุด

จากกรณีการเผยแพร่ประกาศแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา 250 คน ซึ่งครั้งนี้ ส.ว. ที่ได้ มาจากกระบวนการคัดเลือกจากทั่วประเทศ ที่เป็นการเลือกกันเองจากผู้สมัคร 10 กลุ่มอาชีพ โดยมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นผู้เคาะรายชื่อในขั้นตอนสุดท้าย

ภาพประกอบข่าว : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเข้าร่วมประชุมที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2551

ณ ขณะนี้ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า บุคคลที่จะมานั่งในสภาสูงทั้ง 250 คนนั้นเป็นใครบ้าง โดยจากจำนวนนี้มีนายทหารและตำรวจรวมกัน 104 คน ทั้งนี้จำนวน ส.ว. ค่อนสภาสูงเป็นอดีตสมาชิกองค์กรตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 และรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ได้แก่ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 71 คน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปแห่งชาติ (สปท.) 24 คนคณะรัฐมนตรี (ครม.) 20 คน สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 5 คน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2561 พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้เคยกล่าวขณะพบปะคนไทยในฝรั่งเศส ระบุว่าจะมีการแต่งตั้ง ส.ว. ด้วยตัวเอง โดยยกเอาแบบอย่างการคัดสรรสภาขุนนางของอังกฤษมาใช้ พร้อมกันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ ยังเผยด้วยว่า การคัดสรร ส.ว. นั้นจะช่วยสอบทานกับ ส.ส. เพราะเกรงว่า หากเลือกตั้ง ส.ว. เหมือนอย่างที่เคยทำมา อาจจะออกมาในรูปแบบ ‘สภาผัว สภาเมีย’ พร้อมทั้งระบุชื่นชมว่าอังกฤษเป็นผู้นำการปกครองประชาธิปไตยเป็นหลักของโลกใบนี้

รัฐสภาอังกฤษ
ควีนอลิซาเบธ กล่าวสุนทรพจน์ ในระหว่างพิธีเปิดรัฐสภา ในวันที่ 4 มิถุนายน 2014 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

แต่กระนั้นแม้ว่าสภาขุนนางอังกฤษและ ส.ว.ของไทยจะมาจากการแต่งตั้งเหมือนกัน แต่เงื่อนไข ที่มา และขั้นตอนการสรรหา ส.ว. ในประเทศไทยนั้น กลับถูกผู้คนในสังคมบางส่วนวิจารณ์ ถกเถียงกันอย่างเป็นวงกว้าง ถึงความเหมาะสม และความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย ต่างจากประชาชนชาวอังกฤษที่ไม่ปริปากบ่นถึงที่มาของสภาขุนนางแต่อย่างใด

ทว่ากระแสความไม่พอใจของประชาชนชาวไทยนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการแต่งตั้งบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจทางการเมืองในรัฐบาลชุดปัจจุบัน รวมถึง สิทธิ อำนาจหน้าที่ของ ส.ว. ไทยที่มาจากการแต่งตั้งนั้น กลับมีอำนาจหน้าที่เทียบเท่า สภาสูงของสหรัฐฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งแตกต่างจากผู้ที่มีตำแหน่ง ‘สภาขุนนางของอังกฤษ’ ที่มาจากการแต่งตั้งเช่นเดียวกับไทย แต่กลับแทบไม่มีอำนาจทางการเมืองอย่างแท้จริง

 

 

รู้จัก ส.ว. ของอังกฤษ หรือ สภาขุนนางแห่งสหราชอาณาจักร (House of Lords)

เมื่อกล่าวถึงวุฒิสภาแห่งสหราชอาณาจักร (House of Lords) เป็นวุฒิสภาของอังกฤษ เรียกสภาขุนนางว่า ‘สภาที่สอง’ แห่งอังกฤษ โดยสภาที่สองมีอำนาจดีเบตและกลั่นกรองกฎหมาย แต่ไม่มีสิทธิยับยั้งกฎหมาย ซึ่งหากสภาสามัญชน (House of Commons) หรือเหล่า ส.ส. โหวตยืนยันผ่านกฎหมาย สภาที่สองก็ไม่มีอำนาจขัดขวาง อีกทั้งยังไม่มีอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ และไม่มีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ในขณะนี้ ส.ว.อังกฤษทุกคนจะได้คำนำหน้าชื่อว่า “ลอร์ด (Lord)” โดยก่อนหน้านี้มีการปฏิรูปสภาขุนนางมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งสภาขุนนางนั้น ไม่ได้มีกำหนดจำนวนสมาชิกที่แน่ชัด ปัจจุบันลอร์ดส่วนใหญ่เป็นผู้ที่พรรคการเมืองเสนอชื่อ บ้างก็ถูกแต่งตั้งโดยคณะกรรมการแต่งตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร หรืออดีตอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรีเป็นผู้แต่งตั้ง โดยวุฒิสภาจะแบ่งการสรรหาที่แตกต่างกันดังนี้

  • ขุนนางสืบตระกูล หรือ ขุนนางสืบฐานันดรศักดิ์ (Hereditary Peers) เป็นขุนนางที่ได้ตำแหน่งสืบทอดจากบรรพบุรุษตระกูลเก่าแก่ของอังกฤษ เป็นการคัดเลือกกันภายใน ซึ่งตามกฎหมาย ขุนนางสืบตระกูลจะสามารถดำรงตำต่อไปจนกว่าจะมีการปฏิรูปสภาขุนนางอีกในอนาคต โดยสมาชิกสภาขุนนางสืบตระกูลที่ยังคงดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนี้ จะไม่มีสิทธิสืบทอดตำแหน่งให้แก่ทายาทของตนเองได้อีกแล้ว
  • ขุนนางศาสนา (Lords Spiritual) หรือเรียกอีกอย่างว่า “ลอร์ดด้านจิตวิญญาณ”เป็นสมาชิกสภาขุนนางโดยตำแหน่งบิชอปและอาร์ชบิชอปในศาสนจักรทั่วประเทศ
  • ขุนนางตลอดชีพ (Life Peerages) มีการออกพระราชบัญญัติให้มีการแต่งตั้งสมาชิกสภาขุนนางประเภทนี้มาตั้งแต่ ค.ศ. 1958 เป็นขุนนางที่มาจากการแต่งตั้ง เพราะได้ทำความดีความชอบ หรืออาจเป็นบุคคลสำคัญของประเทศ แม้ชื่อของขุนนางประเภทนี้จะชี้ว่าสามารถดำรงตำแหน่งได้ทั้งชีวิต แต่เจ้าตัวก็สามารถลาออกจากตำแหน่งได้หากต้องการ

สภาขุนนางอังกฤษมีอำนาจหน้าที่ในเรื่องสำคัญคร่าว ๆ ดังนี้

  1. สมาชิกสภาขุนนางมีอำนาจพิจารณาเรื่องสำคัญกฎหมายของสหภาพยุโรป (European Union) ที่อังกฤษเป็นสมาชิกอยู่
  2. สามารถตราพระราชบัญญัติเสนอร่างพระราชบัญญัติประเภทมหาชนที่และทำหน้าที่พิจารณาพร้อมทั้งแก้เพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติประเภทต่าง ๆ ยกเว้นการแปรญัตติขอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน
  3. ร่างพระราชบัญญัติอาจเข้าสู่การพิจารณาของสภาขุนนางก่อนการพิจารณาของสภาสามัญได้เพื่อไม่ให้การพิจารณาร่างกฎหมายตกเป็นภาระหนักอยู่ที่สภาใดสภาหนึ่ง
  4. สมาชิกสภาขุนนางสามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้แต่ไม่มีสิทธิเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล
 วุฒิสภา
วุฒิสภาแห่งสหราชอาณาจักร (House of Lords)

แม้ที่มาของสมาชิกสภาขุนนางในอังกฤษ ดูเหมือนอาจจะมีข้อกังขา เพราะเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน ซึ่งอาจขาดความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย แต่ด้วยปัจจัยที่สภาขุนนางอังกฤษถูก ริดรอน จำกัดอำนาจในหลายด้านมาเรื่อย ๆ นั้น เนื่องจากสภาขุนนางไม่ได้เป็น “ตัวแทน” ของประชาชนทั้งประเทศ

ดังนั้นการสรรหา แต่งตั้งสภาขุนนางของอังกฤษขึ้นมานั้น ไม่ได้เป็นเรื่องร้ายแรงในสายตาประชาชน เพราะเหล่าสภาขุนนาง ถูกวางให้ทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของสภาสามัญ หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ประชาชนเลือกเข้ามาทำงานอย่างแท้จริง

สภาขุนนางถูกจำกัดอำนาจต่าง ๆ ดังนี้

  1. เมื่อใดที่สภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.โหวตยืนยันผ่านกฎหมาย เหล่า ส.ว.ในสภาขุนนาง จะไม่มีอำนาจขัดขวาง หรือเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ทำได้เพียงดีเบตกฎหมายและชะลอการออกกฎหมายเท่านั้น
  2. สภาขุนนาง ไม่มีอำนาจแต่งตั้งองค์กรอิสระ
  3. ไม่มีอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
  4. ไม่ได้มีอำนาจที่แท้จริง แต่ยังคงอยู่เพราะเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของอังกฤษ มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศ
  5. ไม่มีอำนาจพิจารณากลั่นกรองพระราชบัญญัติในเรื่องเกี่ยวกับภาษีและการเงิน
  6. สภาขุนนางของอังกฤษ ‘ไม่มีสิทธิ์โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี’

สภาขุนนางของอังกฤษไม่มีเงินเดือน ไม่ได้รับค่าตอบแทน แต่สามารถเดินทางไปประกอบกิจธุระของรัฐสภาภายในสหราชอาณาจักรได้ โดยจะได้รับค่าตอบแทนก็ต่อเมื่อเข้าร่วมการประชุมสภาเท่านั้น

อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สัปปายะสภาสถาน ตั้งอยู่บนถนนทหาร(เกียกกาย) แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ

เมื่อมองรูปแบบการทำงานของ สภาขุนนางในอังกฤษแล้ว ทำให้อดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองการเมืองการปกครองในประเทศไทย ที่มักถูกมองว่ามีรูปแบบการปกครองที่คล้ายกับประเทศอังกฤษ แม้ในเริ่มแรก ไทยได้นำต้นแบบมาจากสหราชอาณาจักร รวมถึงรูปแบบการคัดสรร ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งครั้งล่าสุดมาใช้ แต่ก็คงจะไม่ผิดนักหากกล่าวว่า ไทยเพียงแค่นำเอารูปแบบการคัดสรร ส.ว. มาใช้เท่านั้น แต่บทบาท อำนาจ หน้าที่ของ ส.ว.ไทยและอังกฤษยังมีความแตกต่างกันในหลายมิติ

ประวัติศาสตร์การคัดสรร ส.ว. ในประเทศไทย

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งประเทศไทยยังคงใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยรูปแบบนี้มีข้อดีคือเป็นการมอบอำนาจให้ประชาชน ให้สามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนของตนเองในแต่ละพื้นที่ได้เอง ไม่ผูกขาดอำนาจกับใครหรือกลุ่มไหน

กระทั่งมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในปี 2550 ตามรัฐธรรมนูญซึ่งยังคงใช้ในปัจจุบัน วุฒิสภาในประเทศไทยประกอบด้วยสมาชิกจำนวน 150 คนซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด จังหวัดละ 1 คน และมาจากการสรรหาเท่ากับจำนวนรวมข้างต้นหักด้วยจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด 77 คน และสรรหาอีก 73 คน

กระทั่งก่อนหน้านี้ คสช. ได้ผ่านข้อเสนอไปยังคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่นำโดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เพื่อให้มีการเพิ่มจำนวนสมาชิกวุฒิสภาเป็น 250 คน โดยมาจากการแต่งตั้งทั้งหมด รวมถึงมีวาระถึง 5 ปี ซึ่งหมายความว่า ส.ว. ชุดนี้จะสามารถร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ถึง 2 สมัย อีกทั้งยังเปิดทางให้ผู้นำเหล่าทัพได้เก้าอื้ในสภาสูงโดยตำแหน่ง

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสรรหา ส.ว. ในประเทศไทยครั้งนี้ ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง เพราะประชาชนส่วนใหญ่มองว่า ตนแทบไม่มีโอกาสได้รับรู้เลยว่าใครบ้างที่จะเข้ามานั่งในสภาสูง ทั้งที่บุคคลเหล่านี้ ล้วนแล้วแต่มีส่วนในการกำหนดอนาคตของประเทศชาติทั้งสิ้น

ภาพประกอบข่าว : การประชุมสภาวันที่ 5 สิงหาคม 2554 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยกมือสนับสนุนนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระทั่งได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 ของประเทศไทย

สิทธิ อำนาจ หน้าที่ ของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไทย

  • มีอำนาจร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี
  • การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องได้รับความเห็นชอบจาก ส.ว.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
  • ส.ว. สามารถควบคุมรัฐบาลให้ทำตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้
  • พรรคการเมืองใดได้เสียงข้างมากในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะไม่สามารถแก้ไขได้หาก ส.ว.ไม่ยินยอม
  • ส.ว.สามารถตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องงานบริหาร
  • ให้ความเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการใน ‘องค์กรอิสระ’
  • ส.ว. 1 ใน 3 สามารถเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้รัฐบาลแถลงปัญหาสำคัญที่เกี่ยวกับการบริหารได้

อย่างไรก็ตามสิทธิ อำนาจ หน้าที่ของวุฒิสภาไทยกำลังเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นบุคคลที่มาจากการแต่งตั้งของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแบบจำเพาะเจาะจง ทั้งยังสามารถเป็นผู้ร่วมกำหนดรัฐบาลที่ทำหน้าที่บริหารปกครองประเทศในอนาคตอีกด้วย

อาคารรัฐสภาอังกฤษ

 

Did you know : สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ของไทย ในต่างประเทศเรียกแตกต่างกัน

สหรัฐฯ : สำหรับวุฒิสภาแห่งสหรัฐอเมริกา (Senate) โดยทั่วไปจะเรียกกันว่าสภาบนหรือสภาสูง เป็นหนึ่งในสภาของรัฐสภาสหรัฐฯ ที่รวมกับสภาผู้แทนราษฎรหรือสภาล่าง โดยวุฒิสภามีชื่อเรียกเล่นว่า “the house that never dies” และวุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ส่วนที่มาของชื่อสภาสูงและสภาล่างนั้น มาจากที่ทำงานของทั้งสองสภาที่ตั้งอยู่คนละชั้นกัน

อังกฤษ : อังกฤษเลือกที่จะเรียกสภาขุนนางว่า ‘สภาที่สอง’ เพื่อชี้ให้เห็นว่าสภาขุนนางนั้นไม่ได้อยู่ “สูง” กว่าสภาผู้แทนราษฎร แต่เป็นสภาที่ “ตามหลัง” สภาผู้แทนราษฎร

ไทย : เดิมมีชื่อว่า “พฤฒสภา” (Elder Council)  ปัจจุบันใช้ชื่อสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. เป็นวุฒิสภาของประเทศไทย โดยเป็นสภาสูงในรัฐสภาไทยคู่กับสภาผู้แทนราษฎรไทยซึ่งเป็นสภาล่าง