วินัย ไกรบุตร เพมฟิกัส โรคตุ่มน้ำพอง

รู้จัก’ตุ่มน้ำพอง’ โรคแปลกที่ ‘วินัย ไกรบุตร’ ต่อสู้

Home / สกู๊ปข่าว / รู้จัก’ตุ่มน้ำพอง’ โรคแปลกที่ ‘วินัย ไกรบุตร’ ต่อสู้

จากกรณีข่าวดังช็อกวงการบันเทิงไทย นักแสดงรุ่นใหญ่ ‘เมฆ วินัย ไกรบุตร’ ป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาล ด้วยโรคที่ไม่ค่อยได้พบเจอกันมากนัก อย่าง ‘โรคตุ่มน้ำพอง’ ซึ่งขณะนี้กำลังเข้ารับการรักษาอยู่อย่างต่อเนื่องมีกำลังใจจากครอบครัวที่ดูแลใกล้ชิด โดยอาการของโรค ‘ตุ่มน้ำพอง’ นั้นจะมีแผลพุพอง มีตุ่มน้ำใส ๆ เต่ง ๆ ขึ้นตามผิวหนัง

ล่าสุด แพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้แถลงเกี่ยวกับกรณีโรคที่ “เมฆ วินัย” เป็นอยู่นั้น เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่พบได้ไม่บ่อย แต่ก็ไม่ใช่โรคหายาก ในประเทศไทยมีผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้เป็นพันรายที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โรคนี้เกิดจากภูมิต้านทานของคนเราที่มีหน้าที่คอยต่อสู้กับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม ทำงานผิดเพี้ยนไป และหันมาทำลายอวัยวะของตนเอง

โรคเพมฟิกอยด์ ที่ “เมฆ วินัย” เป็น พบได้บ่อยกว่าโรคเพมฟิกัส มักพบในคนอายุมากกว่า 60 ปี ผู้ป่วยมักมีผื่นแดงและมีอาการคัน ตามมาด้วยตุ่มน้ำใสขนาดต่าง ๆ กัน ถ้าตุ่มน้ำแตกอาจเกิดเป็นแผลถลอก โดยทั่วไปความรุนแรงของโรคมักน้อยกว่าเพมฟิกัส ยาหลักที่ใช้รักษาโรคตุ่มน้ำพองคือยาคอร์ติโคสเตียรอยด์และยากดภูมิคุ้มกัน แต่ในรายที่ตุ่มน้ำหรือแผลถลอกมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน อาจจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย

โรคตุ่มน้ำพอง หรือ เพมฟิกัส คืออะไร?

โรคตุ่มน้ำพอง หรือ เพมฟิกัส (pemphigus) มีรากศัพท์มาจากภาษากรีกว่า pemphix หมายถึง ตุ่มพองหรือแผลพอง จัดอยู่ในกลุ่มโรคตุ่มน้ำพองเรื้อรังที่เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ โดยมีการสร้างแอนติบอดี้ที่มาทำลายการยึดของเซลล์ผิวหนัง ผิวหนังจึงหลุดลอกออกจากกันโดยง่าย ทำให้เกิดอาการตุ่มน้ำพองที่ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ

ทั้งนี้ โรคเพมฟิกัสแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ โรคเพมฟิกัสที่มีการแยกตัวของผิวหนังในชั้นลึก (pemphigus vulgaris) ซึ่งพบบ่อยที่สุด และโรคเพมฟิกัสที่มีการแยกตัวของผิวหนังในชั้นตื้น (pemphigus foliaceus) ซึ่งโรคนี้พบไม่บ่อย มีรายงานอุบัติการณ์ตั้งแต่ 0.5-3.2 รายต่อประชากรแสนคน ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละเชื้อชาติโดยพบความชุกของโรคสูงในกลุ่มประชากรเชื้อชาติยิว ยังไม่มีรายงานอุบัติการณ์การเกิดโรคในประเทศไทย ผู้ป่วยที่เป็นโรคมักมีอายุเฉลี่ยที่ 50-60 ปี อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถพบได้ทุกวัย รวมถึงในเด็ก เพศชายและหญิงมีโอกาสเกิดโรคเท่ากัน

สาเหตุของการเกิดโรค

เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งมีการสร้างภูมิต้านทานต่อเซลล์ผิวหนังและเยื่อบุของตนเองร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรมและปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม มีบทบาทร่วมกันในการก่อโรค

อาการของโรค

อาการหลักที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์คือ ตุ่มน้ำพองหรือแผลถลอกเรื้อรังที่บริเวณร่างกายหรือเยื่อบุ โดยที่ 50-70% มีอาการแผลในปากเรื้อรังเป็นอาการแรก ซึ่งอาจนำมาก่อนอาการทางผิวหนัง เฉลี่ยประมาณ 5 เดือน โดยทั่วไปจะตรวจไม่พบตุ่มน้ำในช่องปาก มักพบเป็นแผลถลอกที่บริเวณเหงือก กระพุ้งแก้ม หรือเพดานปาก รอย  ถลอกอาจพบเป็นบางบริเวณหรือกระจายทั่วทั้งปาก ทำให้มีอาการเจ็บปวดมาก และอาจเกิดรอยโรคที่บริเวณกล่องเสียง ทำให้มีอาการเสียงแหบได้ นอกจากนี้ อาจพบรอยโรคที่บริเวณเยื่อบุอื่นๆ เช่น หลอดอาหาร ทำให้กลืนเจ็บ เยื่อบุตา เยื่อบุทางเดินหายใจ เยื่อบุช่องคลอด อวัยวะเพศ ทางเดินปัสสาวะ และทางเดินอุจจาระได้ด้วย

การรักษา

ผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความรุนแรงของโรคแตกต่างกัน ในช่วงที่โรคกำเริบ การรักษามีจุดประสงค์ในการลดการเกิดตุ่มน้ำใหม่และเร่งการสมานแผลให้เร็วที่สุด ยาที่ใช้รักษาหลักคือยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทานโดยใช้ใน ขนาดสูง 0.5-1 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ขึ้นกับความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยที่มีความรุนแรงของโรคมาก หรือมีผื่นในบริเวณกว้าง จำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันชนิดอื่นๆ  แล้วค่อย ๆ ปรับลดยาลงช้ำ ๆ โดยใช้ยาที่น้อยที่สุดที่จะควบคุมโรคได้

สำหรับอาการของ “เมฆ วินัย” ขณะนี้ แผลเริ่มแหก ตุ่มน้ำไม่ขึ้นเพิ่มเติม ในอนาคตสีผิวจะกลืนเป็นสีเดียวกันเอง รักษาโรคด้วยการให้ยาผ่านเส้นเลือด เพื่อรักษาระดับอาการ เมื่ออาการคงที่ ก็สามารถให้กลับบ้านได้ และคอยกินยาอย่างสม่ำเสมอ แต่ในช่วงนี้หาก จะต้องออกไปทำธุระหรือออกไปกองละครบ้าง ก็ต้องพิจารณาเป็นครั้งคราว มีโอกาสหายเป็นปกติ แต่ไม่หายขาด ไม่สามารถระบุระยะเวลาหายป่วยที่ชัดเจนได้ ต้องดูตามอาการต่อไป