white list ญี่ปุ่น บัญชีสีขาว เกาหลีใต้

ย้อนรอยร้าว ก่อนถึงวัน ‘ญี่ปุ่น’ ถอดชื่อ ‘เกาหลีใต้’ จาก ‘White list’

Home / สกู๊ปข่าว / ย้อนรอยร้าว ก่อนถึงวัน ‘ญี่ปุ่น’ ถอดชื่อ ‘เกาหลีใต้’ จาก ‘White list’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ญี่ปุ่นถอนเกาหลีใต้ออกจากบัญชีประเทศที่ได้รับสิทธิพิเศษด้านการส่งออกสินค้า
  • หลายคนเชื่อว่า ญี่ปุ่นตอบโต้ที่เกาหลีใต้ที่สั่งให้บริษัทญี่ปุ่นจ่ายค่าชดเชยแก่คนงานเกาหลีใต้ที่ถูกบังคับใช้แรงงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
  • ครั้งนี้เกาหลีใต้เสียเปรียบญี่ปุ่นเต็ม ๆ เพราะเกาหลีใต้ต้องพึ่งพาสินค้าที่ใช้ทำสินค้าไอที ซึ่งเป็นธุรกิจที่รุ่งเรืองมากในเกาหลีใต้ แต่พอถูกยกเลิกสิทธิพิเศษนี้ เกาหลีใต้จะนำเข้าสินค้าต่าง ๆ จากญี่ปุ่นยากขึ้น

ในวันนี้ มีข่าวใหญ่ข่าวหนึ่ง ที่ทั่วโลกจับตามอง หลังเกิดกรณีที่รัฐบาลญี่ปุ่น ตัดสินใจถอดถอนชื่อเกาหลีใต้ออกจากรายชื่อประเทศที่ได้รับการปฏิบัติด้วยสิทธิพิเศษด้านการส่งออกสินค้าที่อาจนำไปใช้ในทางทหารได้ หรือ white list โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.เป็นต้นไป โดยเหตุผลของการถอดถอนชื่อเกาหลีใต้ออกครั้งนี้เป็นเพราะข้อขัดแย้งทางการค้า

ทั้งนี้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดด้านการค้าระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ นับตั้งแต่ญี่ปุ่นได้ออกมาตรการควบคุมการส่งออกเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตชิปประมวลผลและจอแสดงผล โดยระบุถึงเหตุผลด้านความมั่นคงหลายฝ่ายเชื่อว่าการที่ญี่ปุ่นใช้มาตรการคุมเข้มการส่งออกต่อเกาหลีใต้นั้น เป็นการตอบโต้ศาลเกาหลีใต้ที่สั่งให้บริษัทญี่ปุ่นจ่ายค่าชดเชยแก่คนงานเกาหลีใต้ที่ถูกบังคับใช้แรงงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

นายมุน แจ-อินประธานาธิบดีเกาหลีใต้จับมือกับนายชินโสะอาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นในการประชุม G20 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา

ไล่เรียงเหตุการณ์

  • ปี 2453-2488 : ญี่ปุ่นได้ยึดคาบสมุทรเกาหลีเป็นอาณานิคม ในการยึดครองครั้งนั้น มีแรงงานชาวเกาหลีใต้ถูกญี่ปุ่นบังคับใช้แรงงานเป็นจำนวนมาก
  • ปลายปี 2561 : คดีชดเชยเงินให้แรงงานเกาหลีใต้ ถูกศาลฎีกาของเกาหลีใต้รื้อมาพิจารณา แม้ว่าแรงงานเหล่านั้นจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ศาลเกาหลีใต้ก็ยังให้บริษัทญี่ปุ่นจ่ายค่าชดเชยให้แก่ทายาทแรงงาน

ข้อสังเกตเรื่องการจ่ายเงินเยียวยา ?

ญี่ปุ่น : การเยียวยาเกิดขึ้นแล้ว ตั้งแต่ช่วงจบสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยญี่ปุ่นจ่ายค่าเยียวยาไปมากกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 2.4 หมื่นล้านบาท
เกาหลีใต้ : ที่จ่ายมาแล้ว เป็นข้อตกลงระหว่างรัฐ แต่ไม่ได้ถือว่าเป็นการเยียวยาประชาชนเกาหลีที่ดีพอ โดยเฉพาะในรายบุคคล

  • 4 กรกฎาคม 2562 : รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกมาตรการควบคุมการส่งออกวัสดุเทคโนโลยีขั้นสูง 3 ชนิดไปยังเกาหลีใต้ โดยอ้างเหตุผลในการจำกัดการสิ่งวัสดุไฮเทคใช้กับเกาหลีใต้ว่า เพราะเกาหลีใต้อาจนำวัสดุเหล่านี้ไปให้กับเกาหลีเหนือ เพื่อใช้ผลิตเป็นอาวุธ
  • 19 กรกฎาคม 2562 : ชายชราชาวเกาหลีวัย 78 ปี จุดไฟเผาตัวเองในรถยนต์หน้าสถานทูตญี่ปุ่นประจำกรุงโซล เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านประเทศญี่ปุ่น หลังข้อพิพาทค่าเยียวยาแรงงานยุคอาณานิคมยืดเยื้อ
  • กรกฏาคม 2562 : ศาลเกาหลีใต้สั่งบริษัทญี่ปุ่นจ่ายเงินชดเชยคนงานเกาหลีใต้ที่ถูกใช้บังคับแรงงานช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ช่วงที่ญี่ปุ่นยึดครองเกาหลีเป็นอาณานิคม
  • กรกฏาคม 2562 : ญี่ปุ่นได้ออกมาตรการควบคุมการส่งออกเคมีภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตชิปประมวลผลและจอแสดงผล
  • 1 สิงหาคม 2562 : รัฐบาลญี่ปุ่นนำรายชื่อเกาหลีใต้ออกจาก white list

white list คืออะไร

white list เป็นบัญชีขาว หรือบัญชีประเทศคู่ค้าสำคัญที่ได้รับการผ่อนปรนระดับสูงสุดในการนำเข้าและส่งออกสินค้า ไปจนถึงวัตถุดิบสำคัญ เมื่อไม่ได้สิทธิในบัญชีขาว ประเทศนั้น ๆ จะต้อง นำเข้า-ส่งออกสินค้าและวัตถุดิบผ่านระบบ export controls หรือมาตรการควบคุมสินค้าตามมาตรฐานเดียวกับประเทศอื่น ๆ

ญี่ปุ่นจ่าย แต่เกาหลีใต้ก็ยังเสียเปรียบ ?

ในปัจจุบันบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นและบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นครอบครองสารเคมีสำคัญของโลก 3 ชนิด โดยเฉพาะสารที่ใช้ทำหน้าจอแสดงผลและชิปประมวลผลซึ่งญี่ปุ่นครอบครองไว้มากถึง 90 เปอร์เซ็นต์ในโลก ขณะบริษัทสเตลลา เคมิฟา คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ก็สามารถผลิตสารกึ่งตัวนำของสินค้าไอทีได้มากถึงร้อยละ 70 ของโลก

ในทุกวันนี้ ธุรกิจผลิตอุปกรณ์ไอทีของเกาหลีเฟื่องฟูอย่างมาก ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะญี่ปุ่นให้สิทธิเกาหลีใต้อยู่ในบัญชีขาว การซื้อวัตถุดิบสำคัญจากญี่ปุ่นจึงไม่จะเป็นต้องขออนุญาติ หรือรอใด ๆ แต่หลังจากนี้บริษัทเกาหลีใต้จะต้องขออนุญาตในการซื้อวัตถุดิบเหล่านี้ แถมกว่าเรื่องจะอนุมัติ เกาหลีใต้จะต้องใช้เวลาขออนุญาตนานถึง 90 วัน นั่นหมายความว่า การประกอบชิ้นส่วนสินค้าไอทีในเกาหลีใต้ จะทั้งยุ่งยาก และล่าช้าขึ้น นอกจากนี้ยังมีสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ไม่ดีมาจากทางฝั่งเกาหลีใต้แล้ว หุ้นบริษัทไอทีขนาดใหญ่ของเกาหลีเริ่มทยอยร่วงกันแล้ว

แต่ก็ใช่ว่าญี่ปุ่นจะได้เปรียบไปเสียทุกอย่าง เพราะการที่เสียลูกค้ารายใหญ่อย่างเกาหลีใต้ไปนั้น ก็ทำให้ญี่ปุ่นเสียรายได้จากการส่งออกไปมากพอสมควร

ชาวเกาหลีใต้ ประท้วงต่อต้านรัฐบาลญี่ปุ่น

ปฏิกริยาจากฝั่งเกาหลีใต้

  • หลังมีการยกเลิกสิทธิดังกล่าว ชาวเกาหลีใต้หลายหมื่นเข้าชื่อในแคมเปญบอยคอต งดบริโภคสินค้าสัญชาติญี่ปุ่น
  • เกาหลีใต้ดอดฟ้ององค์กรการค้าโลก หรือ WTO ว่าญี่ปุ่นกีดกันทางการค้า แต่ทูตญี่ปุ่นประจำWTO ตอบโต้ว่าญี่ปุ่นเพียงแต่ยกเว้นสิทธิพิเศษที่เคยให้กับเกาหลีและกลับสู่วิธีปฏิบัติปกติเท่านั้น
  •  รัฐบาลเกาหลีฟ้องเรื่องนี้กับสหรัฐหวังให้เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย แต่ด้วยความที่ชาติพันธมิตรทั้งสองทะเลาะกัน สหรัฐฯ ทำได้เพียงอวยพรให้ทั้งคู่ระงับข้อพิพาทกันได้ไว ๆ
  • เกาหลีหันไปขอซื้อวัตถุดิบซึ่งเป็นส่วนประกอบสินค้าไอทีจากไต้หวัน เพราะมีวัตถุดิบที่สั่งจากญี่ปุ่นมาสำรองไว้ แต่กระนั้นไต้หวันก็เป็นคู่แข่งโดยตรงกับเกาหลีใต้ ทางเลือกนี้จึงไม่ง่ายนัก
นายโดนัสด์ ทรัมป์ ถ่ายภาพคู่กับนายชินโสะ อาเบะ

ถ้ามองกันในข้อกฎหมายเพียงอย่างเดียว ข้อเรียกร้องของเกาหลีใต้อาจจะสมเหตุสมผล แต่ในด้านความไว้วางใจระหว่างกันในการทำการค้าระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่ถูกทำลายลงนั้น นับว่าไม่คุ้มค่ากับเงินที่ได้มาจากการเยียวยาจากทางฝั่งญี่ปุ่น กล่าวได้ว่าความขัดแย่งระหว่างทั้งสองประเทศไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์กับใครทั้งสิ้น เพราะหากข้อพิพาทการค้าระหว่างทั้งคู่ ยืดเยื้อ บานปลาย ย่อมไม่ส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลกอย่างแน่นอน เพราะหากญี่ปุ่นควบคุมการส่งออก หนึ่งในผู้ผลิตสินค้าไอทีรายใหญ่รายหนึ่งของโลก ก็ต้องลดการผลิตลง ท้ายที่สุดสินค้าไอทีที่มาจากเกาหลีใต้ก็อาจจะมีราคาแพงขึ้นตามไปด้วย