ข่าวสดวันนี้ ธรรมนัส วานูอาตู

รู้จัก ‘วานูอาตู’ ประเทศที่ปรากฎในชื่อสถาบันที่ ‘ธรรมนัส’ เป็นศิษย์เก่า

Home / สกู๊ปข่าว / รู้จัก ‘วานูอาตู’ ประเทศที่ปรากฎในชื่อสถาบันที่ ‘ธรรมนัส’ เป็นศิษย์เก่า

ประเด็นน่าสนใจ

  • ’วานูอาตู’ เป็นประเทศที่ปรากฎชื่อในมหาวิทยาลัยที่ ร.อ. ธรรมนัส สำเร็จการศึกษามา
  • พื้นที่ส่วนใหญ่ใน’วานูอาตู’เป็นแหล่งประมงและแหล่งท่องเที่ยว ทั้งยังเป็นประเทศต้นกำเนิดบันจี้ จัมพ์
  • ’วานูอาตู’ เป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยมาช้านาน

เมื่อกล่าวถึงกรณีร้อนแรงของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ที่ก่อนหน้านี้สื่อออสเตรเลียออกมานำเสนอข่าว กรณีการต้องโทษจำคุกคดียาเสพติด หลังจากนั้นในวันเดียวกันได้มีกระแสข่าวลือแพร่สะพัดออกมาอีกว่า วุฒิการศึกษาปริญญาเอกที่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าจบจากมหาวิทยาลัยแคร์ลิฟอเนีย (California University) ไม่ใช่ของจริง ขณะที่เว็บไซต์รัฐสภา ระบุว่า ร.อ. ธรรมนัส จบปริญญาเอก Doctor of Philosophy (รัฐประศาสนศาสตร์) CALIFORNIA UNIVERSITY FCE ประเทศสหรัฐอเมริกา

หลังจากนั้น ร.อ. ธรรมนัส ได้นำหลักฐานการศึกษามาแสดงต่อสื่อมวลชน เพื่อยืนยันว่าตน จบมหาวิทยาลัยแคร์ลิฟอเนียจริง ทั้งวุฒิการศึกษา วิทยานิพนธ์ และใบทรานสคริปต์ พร้อมอธิบายรูปแบบการเรียนว่า วุฒิการศึกษาของตนเป็นของ ม.แคลิฟอร์เนียร์ สหรัฐอเมริกาจริง ได้รับการรับรองถูกต้องจากกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ โดยขณะนี้ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ กำลังตั้งคำถามว่า ร.อ. ธรรมนัสจบการศึกษาจากที่ใดกันแน่ ระหว่างสหรัฐฯ หรืออังกฤษ หรือสาธารณรัฐวานูอาตู และจบมหาวิทยาลัยอะไรระหว่างมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย หรือมหาวิทยาลัยนานาชาติคาลามัส

  • ‘วานูอาตู’ ปรากฎชื่อในมหาวิทยาลัยที่ ร.อ. ธรรมนัส สำเร็จการศึกษามา

หลังจากนั้นได้มีคนออกมาตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยที่ ร.อ. ธรรมนัส เป็นศิษย์เก่านั้นในหลายกรณี ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกรณีของมหาวิทยาลัย Calamus International University Republic of Vanuatu มหาวิทยาลัยนานาชาติคาลามัส สาธารณรัฐวานูอาตู โดยเพจชื่อว่า ‘The Reporters’ได้กล่าวถึงมหาวิทยาลัยแห่งนี้ว่ามีที่ตั้ง อยู่ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นอาคารเปล่าที่ไม่มีชื่อระบุว่าเป็นมหาวิทยาลัย

ที่สำคัญ ‘The Reporters’ชี้ด้วยว่า Calamus International University ถูกรวบรวมอยู่ในรายชื่อของ สถาบันอุดมศึกษาที่ไม่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐทั่วโลก”

เมื่อมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น ทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยว่า ประเทศวานูอาตู ที่ปรากฎชื่ออยู่ในชื่อสถานศึกษาแห่งนี้นั้น ตั้งอยู่ที่ใดของโลกใบนี้ เพราะคนไทยส่วนใหญ่นั้นน่าจะไม่คุ้นหูคุ้นตากับประเทศนี้เท่าใดนัก

  • รู้จัก ‘วานูอาตู’

‘วานูอาตู’ มีชื่อทางการว่า สาธารณรัฐวานูอาตู เป็นประเทศหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศออสเตรเลีย 1,750 กม. และตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของนิวแคลิโดเนีย ทางทิศตะวันตกของประเทศฟีจี และทางทิศใต้ของหมู่เกาะโซโลมอน 500 กม. ในประเทศนี้ มีเกาะจำนวนมากราว ๆ 83 เกาะ

ทั้งนี้ ‘วานูอาตู’ เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าจังหวัดบางจังหวัดในประเทศไทย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งประมงและแหล่งท่องเที่ยว และยังคงมีความหลากหลายของวัฒนธรรม ทั้งยังได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ ซึ่งวัฒนธรรมของวานูอาตูอาจแบ่งได้ตามภูมิภาคหลักๆ 3 ภาคของประเทศ

  • เศรษฐกิจ

ทว่าเศรษฐกิจในประเทศวานูอาตูนั้นขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ในภูมิภาคแปซิฟิกใต้ โดยทั่วไปเป็นรูปแบบของเศรษฐกิจเกษตรเลี้ยงชีพ ประชากรร้อยละ 65 ประกอบอาชีพประมง ซึ่งไทยนำเข้าปลาทูน่าสดจากวานูอาตูจำนวนมาก

สินค้าส่งออกที่สำคัญของวานูอาตู ได้แก่ มะพร้าวแห้ง เนื้อวัว ไม้ กาว่า และกาแฟ ทั้งนี้ ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในวานูอาตูคือ Au Bon Marche มีสาขาทั้งหมด 6 สาขาอยู่ในกรุงพอร์ต วิล่า ดำเนินธุรกิจทั้งขายส่งและขายปลีก และกระจายสินค้าไปยังเกาะต่าง ๆ ในวานูอาตู มีพนักงานประมาณ 700 คน นำเข้าสินค้าจำนวน 200 คอนเทนเนอร์ต่อเดือน โดยนำเข้าข้าวจำนวน 50 คอนเทนเนอร์ต่อเดือน

การเติบโตของเศรษฐกิจนั้นต้องชะลอลงอันเนื่องจากส่วนใหญ่ต้องอาศัยสินค้านำเข้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน การประสบภัยธรรมชาติ และระยะทางที่ยาวไกลจากตลาดหลักและระหว่างเกาะน้อยใหญ่

  • ข้อมูลทางเศรษฐกิจและดัชนีชี้วัด
    สกุลเงิน : วาตู (Vatu)
    GDP : 787 ล้าน USD (ในปี พ.ศ. 2555)
    GDP per capita : 3,142
    GDP Growth : ร้อยละ 2.3
    อัตราเงินเฟ้อ : ร้อยละ 1.4
ธงชาติ ‘วานูอาตู’
  • ภาคบริการ

การท่องเที่ยว วานูอาตูประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ จำนวน 80 กว่าเกาะ โดยมีเกาะ 3 เกาะที่สำคัญ คือ

  1. เกาะ Efate ซึ่งเป็นที่ตั้งของกรุงพอร์ต วิล่า (ภาคกลางของวานูอาตู) เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการท่องเที่ยว และเป็นที่ตั้งของสนามบินนานาชาติ โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติจะต้องเดินทางมาลงที่กรุงพอร์ต วิล่าก่อน แล้วจึงจะเดินทางไปตามเกาะต่าง ๆ
  2. เกาะ Santo (ภาคเหนือของวานูอาตู) เป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง ทะเลและมีแหล่งน้ำจืด (lagoon) ที่สวยงาม
  3. เกาะ Tanna (ภาคใต้ของวานูอาตู) เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามของภูเขาไฟที่หาดูได้ยาก ในปี พ.ศ. 2556 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ เข้าไปท่องเที่ยวในวานูอาตูประมาณ 300,000 คน โดยประมาณ 200,000 คน เดินทางไปวานูอาตู โดยเรือสำราญ (cruise) และอีกประมาณ 100,000 คนเดินทางโดยทางเครื่องบิน วานูอาตูมี รร. และ รีสอร์ต จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของต่างชาติ
  • ภาคอุตสาหกรรม

-การประมง วานูอาตูมีทรัพยากรสัตว์น้ำจำนวนมาก แต่ยังไม่ได้มีการสำรวจและบุกเบิกเท่าที่ควร ทรัพยากรสัตว์น้ำที่สำคัญ ได้แก่ ปลาทูน่า ปัจจุบันมีบริษัทต่างชาติ อาทิ จีน มีกิจการโรงงานปลาทูน่า กระป๋องเพื่อส่งออก และปลิงทะเล ซึ่งใช้บริโภคและเป็นวัตถุดิบทำยารักษาโรค อย่างไรก็ตาม การเพาะ เลี้ยงสัตว์น้ำ (aquaculture) ยังคงเป็นแบบ small-scale มีเพียง 1 แห่งในกรุงพอร์ต วิล่า โดยเฉพาะ การเลี้ยงกุ้งเพื่อบริโภคภายในประเทศเท่านั้น

-ป่าไม้ รัฐบาลวานูอาตูมี National Forest Policy (ปี ค.ศ. 2010 – 2020) ส่งเสริมให้มีการลงทุนใน สาขาป่าไม้มากขึ้น รวมถึงส่งเสริมให้มีการปลูกไม้ที่มีค่า อาทิ ไม้จันทร์หอม (sandalwood) ไม้มะฮอกกานี และพันธุ์ไม้อื่น ๆ นอกจากนี้ ยังส่งเสริม Forest Carbon Project และการแปรรูปไม้ เพื่อส่งออกด้วย โอกาสทางธุรกิจในสาขานี้ที่น่าสนใจคือ การแปรรูปไม้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ โดยในปัจจุบัน มีบริษัทของออสเตรเลียเข้าไปลงทุนแปรรูปไม้จันทร์หอมเป็นน้ำมันหอมระเหยและผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และมาเลเซียเข้าไปทำกิจการป่าไม้เพื่อส่งออกไม้ท่อนซุง

-ภาคการผลิต
ปัจจุบัน วานูอาตูกำลังพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงโค อย่างไรก็ตาม วานูอาตูยังไม่มีการผลิตนม แต่นำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการผลิตที่มีศักยภาพของวานูอาตูคือ การผลิตกาแฟ โดยกาแฟที่มีชื่อเสียงของวานูอาตูคือ Tanna coffee แต่ส่งออกไม่มากนัก ส่วนสินค้าอื่น ๆ ที่มีลู่ทางที่ดีสำหรับส่งออก ได้แก่ ผงกาว่า ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว น้ำมันจากไม้จันทร์หอม (sandlewood) โกโก้ เป็นต้น

  • การเมือง ?

รัฐสภาของวานูอาตูเป็นแบบสภานิติบัญญัติสภาเดียว มีสมาชิก 52 คน สมาชิกเหล่านี้ได้รับการเลือกตั้งทุกๆ 4 ปี จากการลงคะแนนเสียง ผู้นำพรรคหลักในรัฐสภา มักจะได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้นำคณะรัฐบาล สำหรับประมุขของรัฐ คือประธานาธิบดี ได้รับเลือกคราวละ 5 ปี จากรัฐสภาและประธานรัฐบาลท้องถิ่น 6 จังหวัด อย่างไรก็ตามการจัดตั้งรัฐบาลนั้นยังปรากฏปัญหาหลายต่อหลายครั้ง อันเนื่องมาจากแตกแยกระหว่างผู้พูดภาษาอังกฤษและฝรั่งเศส

เอ็ดเวิร์ด นาตะเป นายกรัฐมนตรีแห่งวานูอาตู

การคมนาคมในวานูอาตูสามารถกระทำได้ 3 วิธี คือ

  • ทางอากาศ : วานูอาตูมีสนามบินนานาชาติ 1 แห่งชื่อ “Bauerfield Airport” ตั้งอยู่บน เกาะ Efate ซึ่งเป็นที่ตั้งของที่กรุงพอร์ต วิลล่า เมืองหลวงของวานูอาตู และมีสนามบินภายในประเทศอีก 2 แห่ง คือ (1) Pekoa Airport ตั้งอยู่ที่เมือง Loganville บนเกาะ Espiritu Santo ซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของวานูอาตู และเป็นประตูสู่เมืองต่าง ๆ ทางภาคเหนือของวานูอาตู และ (2) Whitegrass Airport ตั้งอยู่ที่เกาะ Tanna ซึ่งเป็นประตูสู่ภาคใต้ของวานูอาตูและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ สนามบินทั้งสามแห่งนี้บริหารจัดการโดย Airports Vanuatu Limited (AVL) สายการบินที่ให้บริการบินไปวานูอาตู ได้แก่ Air Pacific, Air Vanuatu, Aircalin, Pacific Blue, Qantas

  • ทางเรือ : เนื่องจากวานูอาตูประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ จำนวน 83 เกาะ การเดินทางจึง สามารถใช้เรือโดยสาร โดยมีบริษัทฯ หลายแห่งให้บริการขนส่งทั้งผู้โดยสารและสินค้าระหว่างเกาะ (interisland) ได้แก่ Marine Consultancy Services, MV Makila II Shipping, P R D Trading, Windward Holding Ltd. เป็นต้น (รายละเอียดบริษัทต่าง ๆ สามารถดูได้ที่เว็บไซต์http://www.santovanuatu.com/santo?id=31)
  • ทางบก : ถนนในวานูอาตูมีความยาวทั้งสิ้น 1,070 กิโลเมตร เป็นถนนที่ราดยางแล้ว 256 กิโลเมตร และเป็นถนนดินลูกรัง 814 กิโลเมตร

ขอบคุณที่มา www.thaibizaustralia.com 

  • ประเทศต้นกำเนิดบันจี้ จัมพ์

นอกจากนี้ ‘วานูอาตู’ ยังเป็นแหล่งต้นกำเนิด “บันจี้ จัมพ์” ที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศทั่วโลก โดยวิธีกระโดดนี้เรียกว่า “เพนเทอคอส จัมพ์” (Pentecost Jump) เป็นหนึ่งในขั้นตอนในพิธีนาโกล (Nagol) บนเกาะเกาะเพนเทคอสต์ ของประเทศ ‘วานูอาตู’ โดยวิธีการของพิธีกรรมนี้คือจะต้องมีผู้ชายหนึ่งคน กระโดดลงมาจากหอคอยสูง โดยมีเถาวัลย์ผูกไว้ที่ขา

  • ความสัมพันธ์ต่อไทย

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับวานูอาตูดำเนินไปด้วยดี โดยไม่ที่วานูอาตูมิได้มีการแถลงท่าทีต่อต้านเหตุการณ์ทางการเมืองของไทยแต่อย่างใด นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างบ้างบางโอกาส

นอกจากนี้ผู้นำระดับสูงของ ‘วานูอาตู’ เดินทางมาเยือนไทยบ่อยครั้ง และให้ความสำคัญกับการกระชับความสัมพันธ์กับไทย อาทิ รมว. กต. วานูอาตูเดินทางเข้าร่วมการประชุม Thailand-Pacific Island Countries Forum (TPIF) ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 9-10 สิงหาคม 2557 และรมว. การคลังวานูอาตูเข้าร่วมการประชุม Thailand-Pacific Island Countries Forum (TPIF) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2558

นอกจากนี้วานูอาตู มีธุรกิจไทยในพื้นที่ ได้แก่ธุรกิจร้านอาหารไทยประมาณ 4 – 5 ร้าน ส่วนใหญ่มีเจ้าของเป็นคนไทย

อย่างไรก็ตาม วานูอาตูไม่ใช่ประเทศห่างไกลธรรมดา ๆ เนื่องจากในปี 2006 วานูอาตูเคยได้รับการจัดอันดับใน Happy Planet Index ว่าเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูล  Vanuatu