ลัลลาเบล สมาร์ทวอช

ย้อนคดีที่นาฬิกาอัจฉริยะ ช่วยไขปริศนาการเสียชีวิต

Home / สกู๊ปข่าว / ย้อนคดีที่นาฬิกาอัจฉริยะ ช่วยไขปริศนาการเสียชีวิต

ประเด็นน่าสนใจ

  • ย้อนคดีดัง ที่มีการสืบสาวเรื่องราวผ่านสมาร์ทวอตช์ (Smart Watch)
  • หลายคดีมีสมาร์ทวอตช์ เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถไขปริศนาในคดีได้
  • หนึ่งในคดีที่มีสมาร์ทวอตช์ เป็นกุญแจสำคัญ คือคดีฆาตกรรมนักข่าวชาวซาอุฯ ที่สมาร์ทวอตช์สามารถบันทึกเสียงขณะที่ผู้ตายถูกฆาตกรรมไว้ได้

ทุกวันนี้ เทคโนโลยีทำให้การใช้ชีวิตของผู้คน เป็นไปอย่างสะดวกสบายมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกิจกรรมของมนุษย์ ความทันสมัย มีอยู่ทุกที่ ทุกเวลา ไม่เว้นแม้แต่บนข้อมือ

เมื่อพูดถึงสมาร์ทวอตช์ (Smart Watch) นั้นเรียกได้ว่า เป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากมาย และถือได้ว่าเป็น Gadget ที่มาแรงและได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่เพียงในหมู่คนรักสุขภาพเท่านั้น แต่ยังได้รับความนิยมในหมู่คนทั่วไป เพราะนอกจากจะช่วยเก็บอัตราการเต้นของหัวใจ บ่งบอกปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญ รวมไปจนถึงจำนวนก้าวในการเดินแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตด้านอื่น ๆ อาทิเช่นการบอกถึงสถิติการนอน และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์การสื่อสาร ทำให้ไม่พลาดทุกการติดต่อ จนมีคนเปรียบเทียบว่า มีสมาร์ทวอตช์ ก็ไม่ต่างอะไรจากการมีเลขาส่วนตัว

แต่นอกเหนือจากประโยชน์ในด้านการใช้ชีวิตทั่ว ๆ ไปแล้ว สมาร์ทวอตช์ยังเข้ามามีส่วนในการสืบสวนสอบสวน หรือไขคดีต่าง ๆ มากมาย โดยในหลายกรณี สมาร์ทวอชยังเก็บหลักฐาน ที่เป็นกุญแจสำคัญ และทำให้เจ้าหน้าที่ นำมาประกอบหลักฐานต่าง ๆ และสามารถไขปริศนาในคดีได้สำเร็จ

ย้อนกลับไปในเดือนเมษายนปี 2561 คดีฆาตกรรมในออสเตรเลีย กรณีเมอร์นา นิลส์สัน วัย 57 ปี ถูกสังหาร ซึ่งจากเหตุการณ์การเสียชีวิตของเธอ มีแคโรไลน์ นิลส์สัน ลูกสะใภ้ของผู้ตายอยู่ในบ้านหลังเดียวกันในระหว่างเกิดเหตุ

แต่กระนั้นคำให้การของแคโรไลน์ ขัดแย้งกับหลักฐานจากนาฬิกา แอปเปิลวอตช์ที่ผู้ตายสวมใส่ในขณะถูกทำร้าย จนทำให้นำไปสู่การไขความจริงที่ว่า แคโรไลน์เป็นผู้ผู้จัดฉากการบุกรุกบ้านของเธอเอง

นางเมอร์นา นิลส์สัน (ซ้าย) แคโรไลน์ นิลส์สัน (ขวา)

ทั้งนี้ข้อมูลจากแอปเปิลวอตช์ ที่มีเซนเซอร์ติดตามการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ และความเร็วของผู้สวมใส่ รวมถึงสามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าคำให้การกับตำรวจของแคโรไลน์ นิลส์สันเป็นเรื่องเท็จ

นอกจากนี้ อีกหนึ่งคดีดังระดับโลก ที่มีสมาร์ท วอตช์ เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการประติดประต่อเรื่องราว ในกรณีการสังหารโหดนาย จามาล คาช็อกกีนักข่าวอาวุโสชาวซาอุดีอาระเบีย ที่หายตัวอย่างเป็นปริศนาหลังเข้าไปภายในสถานกงสุลซาอุฯ ในอิสตันบูลและก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย

นายจามาล คาช็อกกี

ทั้งนี้หลังจากการหายตัวไปกลายเป็นคดีฆาตกรรม เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตุรกี ออกมาระบุว่า นายคาช็อกกีถูกสังหารและมีการจัดการแยกชิ้นส่วนศพ โดยหลักฐานสำคัญ คือ เทปบันทึกเสียงที่ได้จากนาฬิกาอัจฉริยะ แอปเปิล วอตช์ที่คาชอกกีใส่เข้าไปในสถานกงสุล ซึ่งได้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ไอโฟนและบัญชีไอคลาวด์ของคาช็อกกี ที่ฝากมือถือไว้กับเชนกิซ คู่หมั้น ที่รออยู่ด้านนอก

ข้อมูลจากแอปเปิลวอตช์ชี้ว่า นายคาช็อกกีเดินเข้าไปในสถานกงสุลฯ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม โดยทางการตุรกีได้พบบันทึกเสียงอยู่ในไอโฟนของนายคาช็อกกี และในบัญชีไอคลาวด์ที่ใช้อยู่

ทั้งนี้สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มที่ทำการสังหารนายคาช็อกกีพยายามจะลบบันทึกเสียงด้วยการกรอกรหัสผ่านเข้าไปในระบบ แต่กรอกรหัสไม่ถูกต้อง จึงเปลี่ยนมาใช้ลายนิ้วมือของนายคาช็อกกีเพื่อปลดล็อก แต่แอปเปิลวอตช์ไม่มีระบบการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือเหมือนไอโฟนจึงไม่สามารถปลดล็อกได้สำเร็จ

‘ลัลลาเบล’ ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์

จากคดีระดับโลกมาที่วาระแห่งชาติที่ขณะนี้ ประชาชนทั่วประเทศ กำลังติดตาม จับตาว่าจะจบลงเช่นไร จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ‘ลัลลาเบล’ พริตตี้สาวชื่อดังวัย 25 ปี ที่เสียชีวิตกะทันหัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา

ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายรัชเดช วงศ์ทะบุตรหรือ ‘น้ำอุ่น’ พริตตี้บอย ที่พาตัวผู้ตายมาที่คอนโด ย่านรัชดา-ราชพฤกษ์ และพบหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้ชัดว่า เจ้าตัวเป็นคนนำร่างของผู้ตายไปไว้ที่โซฟาล็อบบี้ของคอนโด

ทั้งนี้ได้มีการเผยแพร่คลิปหลักฐานจากหลายมุม หลายสถานที่ออกมามากมาย ซึ่งทำให้มีคนตาดีเห็นว่า ในวันที่ผู้ตายเสียชีวิตนั้น เจ้าตัวได้สวมใส่สมาร์ทวอตช์อยู่ด้วย

ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้จะเก็บข้อมูลชีพจร และบอกได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตตอนเวลากี่โมง ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานอื่น ๆ นั้น เจ้าหน้าที่ก็จะทราบว่า ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตครั้งนี้ได้บ้าง

‘ลัลลาเบล’ ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์

อย่างไรก็ตาม แม้ผลตรวจเลือดของผู้ตายจะออกมาแล้ว และชี้ชัดว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก เพราะมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุดเพราะผลการตรวจสอบสมาร์ทวอตช์ที่ผู้ตายสวมใส่ในวันเกิดเหตุออกมาอย่างไม่เป็นทางการ

โดยผลการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า อัตราการเต้นของหัวใจ ลัลลาเบล หยุดบันทึก ในเวลา 17.00 น. แต่ทั้งนี้ผลดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัด คงต้องตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง ซึ่งต้องมีการตรวจสอบทางเทคนิคก่อนว่าผลถูกต้องหรือไม่ โดยสิ่งที่ตำรวจยึดในการดำเนินคดีในครั้งนี้คือผลจากทางแพทย์ในการชันสูตรเพราะสามารถบอกทุกอย่างได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม คาดว่าทุกอย่างจะมีความชัดเจน ทั้งเรื่องคดีและผู้ต้องหาที่กระทำความผิดทั้งหมดในเร็ว ๆ นี้