ก้าวต่อไปของรัฐบาล อภิสิทธิ์4

Home / สกู๊ปข่าว / ก้าวต่อไปของรัฐบาล อภิสิทธิ์4

ก้าวต่อไปของรัฐบาล? อภิสิทธิ์4? หลังผ่านศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ดูเผินๆ เหมือนจะเป็นวัฒนธรรมการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว สำหรับรัฐบาลไทยที่จะไม่พบเห็นการยกมือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีตลอดจนรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ในรัฐบาลผสมอย่างรัฐบาลของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็เช่นกัน

ผลคะแนนไว้วางใจเรียงตัวสวยงามนับตั้งแต่ นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้คะแนนไม่ไว้วางใจ 186/246 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ 187/245 นายกรณ์ จาติกวนิช 187/244 นายกษิต ภิรมย์ 190/239 ส่วนรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยที่เป็นที่จับตาว่าไม่สามารถชี้แจงการอภิปรายได้ ?ชวรัตน์ ชาญวีรกูล? มท.1? ได้รับคะแนนไม่ไว้วางใจ 194 คะแนน ไว้วางใจ 236 คะแนน ขณะที่ ?โสภณ ซารัมย์? รมว.คมนาคม มีคะแนนไม่ไว้วางใจ 196 และคะแนนไว้วางใจ 234 คะแนน

ก่อนหน้าจะมีการลงคะแนนเสียงอภิปรายไว้วางใจ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นตัวแปรสำคัญสำหรับรัฐบาลผสม อย่าง ?ชุมพล ศิลปอาชา? รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา มีการพูดคุยหารือและรับประทานอาหารเช้าร่วมกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคและส.ส.พรรคทั้ง 25 คน ที่รัฐสภานั่นเอง จากนั้นให้สัมภาษณ์ระบุว่า

ชุมพล ศิลปอาชา

?การได้คะแนนไว้วางใจไม่เท่ากัน ไม่มีผลกระทบทางนิตินัย แต่อาจจะเสียความรู้สึกได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของการลงมติไม่ไว้วางใจทุกครั้งที่อาจมีรัฐมนตรีได้คะแนนน้อยกว่ากัน 1 – 2 คะแนนบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา คิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรไปรู้สึกอะไร หรือไปถือสาอะไร ขอให้ถือว่าการลงมติเป็นไปตามกติกาของประชาธิปไตย เว้นแต่ได้คะแนนไว้วางใจน้อยกว่าร้อยละ 50 อาจจะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการทำงานมากกว่า ในส่วนของพรรคมาครบจำนวน และทุกคนจะลงมติไปในทางเดียวกันทั้งหมด พรรคชาติไทยเป็นเอกภาพ?

เมื่อย้ำเช่นนั้นตัวแปรร่วมจึงมี เฉพาะในมุมของเพื่อแผ่นดิน ?ชาญชัย ชัยรุ่งเรือง? รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ระบุว่า ?พรรคมีมติให้ส.ส.ทุกคนใช้เอกสิทธิ์ ของตัวเอง แต่เชื่อว่าส.ส.ทุกคนมีคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์ ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้ ให้ยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก โดยส่วนตัวเห็นว่าควรจะมีการปรับการบริหารในกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคม หลังรัฐมนตรีในพรรคภูมิใจไทย ไม่สามารถชี้แจงในการอภิปรายได้ และเห็นว่าควรให้พรรคประชาธิปัตย์เข้ามาบริหารงานแทน?

แม้ลูกล่อลูกชนนี้เองทำให้รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยต้องใจหายแว๊บ แต่ที่สุดแล้วรัฐบาลก็ออกข่าวมาทำนองว่าจะมีการประชุมเพื่อปรับแผนการทำงาน ขณะที่รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายก็เตรียมเปิดเวทีแถลงข่าวชี้แจงเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นกันต่อไป ขณะที่ตัวแทนพรรคฝ่ายค้านเดินแถวมาบอกตั้งแต่ก่อนมีการลงคะแนน ว่า รู้อยู่แล้วว่าผลจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ต้องการเพียงให้ประชาชนได้รับทราบประเด็นสำคัญ

แต่ที่สุดแล้วความเห็นจากฝ่ายค้าน ไปตรงกันกับความเห็นของ ?โสภณ? 1 ในรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย และได้คะแนนไว้วางใจน้อยที่สุด ระบุว่า ?คะแนนแบบนี้คงไม่ต้องตอบอะไรแล้ว ผมรู้ตั้งแต่ต้นว่าคะแนนเสียงจะออกมาอย่างไร คะแนนเสียงที่ออกมาเป็นเกมทางการเมือง ต้องการดิสเครดิต ถ้าทำงานร่วมกันควรจะมีมารยาทให้เกียรติกัน ตอนนี้ยังมองหน้ากันติด แต่คงจะใส่หน้ากากเข้าหากัน ผมเรียนอย่างนี้นะ ถ้าคิดว่าผมทำงานให้ประเทศชาติไม่ได้ ผมยินดี ถ้าเปรียบนายกฯเป็นหัวหน้าครอบครัวก็ต้องดูแลคนในครอบครัว ตอนนี้ลงเรือลำเดียว ก็ควรจะช่วยกันพาย ถ้าช่วยกันพายก็อยู่ครบเทอม ถ้าไม่พายก็จะไปไม่รอด อาจจะทะเลาะกันไปบ้าง พายกันไปบ้าง? นายโสภณ กล่าว

ตามข้อมูล..ความเป็นมาเป็นไปของรัฐบาล ?อภิสิทธิ์? มีการปรับคณะรัฐมนตรีแบบย่อยๆ ไปแล้วรวม 4 ครั้ง และแว่วว่าจะมีอีกครั้งหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ และจากคำให้สัมภาษณ์ที่ดุดันของรัฐมนตรีที่รัฐสภาไว้วางใจน้อยที่สุดครั้งนี้ อาจเป็นคำตอบของการเปลี่ยนแปลงที่มากกว่าแค่ปรับคณะรัฐมนตรีธรรมดา…

ทีมข่าว Mthai