ผลตอบแทน ที่มากกว่า ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ..!!

Home / สกู๊ปข่าว / ผลตอบแทน ที่มากกว่า ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ..!!
ข้าราชการ
ข้าราชการ


เชื่อแน่วันนี้ข้าราชการไทยคงดีใจกันถ้วนหน้า หลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการปรับบัญชีเงินเดือนข้าราชการขึ้น อีก 5% ซึ่งหมายความว่าข้าราชการทุกคนจะได้รับการเพิ่มเงินเดือนอีก 5% ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554 เป็นต้นไป โดยรัฐบาลได้ขอตั้งงบกลางปีประจำ ปี ไว้แล้วในวงเงินกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้เพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชกา รทั้งประเทศ

แน่นอนกว่าการกระทำดังกล่าวนั้น ส่งผลให้งบรายจ่ายประจำถีบตัวสูงขึ้น ในขณะที่งบลงทุนของประเทศเหลือไม่ ถึง 25% จากกรอบวงเงินงบประมาณปี 2554 ที่ตั้งไว้ 2.07 ล้านล้านบาท ?เงิน? ที่จะนำไปใช้ลงทุน โครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้คุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ ต้องหมดไปกับ ?รายจ่ายประจำ? ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี

ทำให้การลงทุนส่วนใหญ่ของประเทศต้องมาจากการ ?กู้เงิน? ซึ่ง เป็นหนี้สาธารณะที่คนไทยทุกคนต้องร่วมรับผิดชอบ และที่สุดจะต้องนำไปสู่การ ?รีดภาษี? ที่ลูกหลานของเราต้องรับภาระในอนาคต

สำหรับเหตุผลสำคัญที่ ?อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ? นายกรัฐมนตรี อ้างถึงการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการครั้งนี้ เป็นเพราะรัฐบาลต้องการขยับระยะห่างระหว่างเงินเดือนของข้าราชกา รและเอกชนให้แคบลง เพื่อรักษา ?คนเก่ง-คนดี? ไว้ในระบบราชการแทนที่จะไหลไปอยู่กับภาค เอกชน ประกอบกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นทุกปี ทำให้ข้าราชการเรียกร้องปรับขึ้นเงินเดือนกับรัฐบาลทุกปี นับตั้งแต่การปรับเงินเดือนข้าราชการครั้งสุดท้ายในปี 2548


แน่นอนการปรับเพิ่มเงินเดือนเป็นสิ่งที่ทำให้ข้าราช การมีขวัญกำลังใจทำงานเพิ่มขึ้น แต่เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นนี้ไม่ใช่ แรงจูงใจทั้งหมดที่ทำให้ ?คนทำราชการ? อยู่กับระบบราชการ ทุกวันนี้ที่ระบบราชการต้องเสียคนเก่งคนดีไป เพราะระบบที่ล้มเหลว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค้างเก่าไม่มีวันตายอย่าง ?เส้นสายคนใหญ่คนโต? การรับไม่ได้กับวัฒนธรรม ?กินตามน้ำ? หรือแม้แต่การจำยอม ?รับใช้? นักการ เมืองมือสกปรก ในขณะที่ความสามารถและประสิทธิภาพที่สูงเด่น ไม่ใช่เกณฑ์วัดว่า ใครจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น

นี่ต่างหากปัจจัยที่ทำให้คนเก่งคนดี ไม่สามารถทนอยู่ในระบบราชการได้

และถ้ามองไปรอบตัวเราจะพบว่าอัตราส่วนข้าราชการหรือ เจ้าหน้าที่ต่างๆมีสัดส่วนเทียบกับกลุ่มคนอาชีพอื่นคิดเป็น 1 ต่อ 30 หรือประเทศนี้มีบุคลากรภาครัฐที่เป็น ?มือเท้า? ถึงรัฐบาล 2 ล้านคน ที่มีหน้าที่สนับสนุนให้ประชาชนอยู่ดี-กันดี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แต่หลายทศวรรษที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ระบบราชการที่ล้าหลังและยึดค่านิยมเป็น ?นายประชาชน? ยังคงอยู่ และสร้างปัญหาให้ประเทศเรามาจนทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติสอง มาตรฐาน การสร้างระบบกฎหมายที่เอาใจผู้มีอำนาจ นายทุน และการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมกับ ?คนจน? เป็นกลจักรสำคัญที่นำไปสู่ความ ?เหลื่อมล้ำ? ทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ บ่มเพาะ ?ปัญหาความยากจนและหนี้สิน? ที่ สั่งสมมานาน จนสุดท้ายนำไปการ ?แบ่งสี-เลือกข้าง? ของคนไทย

คำถามที่ตามมา คือ รัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่ แทนที่จะเลือกการปฏิรูประบบราชการใหม่ โดยเฉพาะในแง่ปลูกจิตสำนึกและค่านิ ยมข้าราชการในการเป็น ?ผู้รับใช้ประชาชน? และปรับเกณฑ์การวัดผลงานจากการทำงาน เพื่อทำให้ข้าราชการที่ดี มีความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญๆและได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น

เหล่านี้ไม่ใช่หรือคือสิ่งที่รัฐบาลสมควร ?ทำ?

แทนการเลือกที่ปรับบัญชีเงินเดือนข้าราชการแบบ ?เหมาเข่ง? ซึ่ง นอกจากเพิ่มภาระงบประมาณแล้ว ยังส่งผลให้ข้าวของแพงขึ้น เพราะพ่อค้าแม่ค้าต่างเตรียมตัวปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อรับท่ากับ เงินเดือนข้าราชการที่มากขึ้น ส่วนคนที่เดือดร้อน คือ คนที่หาเช้ากินค่ำ โดยเฉพาะแรงงานทั่วไปกว่าจะได้รับการปรับเพิ่มค่า แรงขั้นต่ำปีละไม่กี่บาท รวมถึงบรรดามนุษย์เงินเดือนก็หนีไม่พ้น

เช่นนั้นเราคงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมรัฐบาล ?อภิสิทธิ์? จึงเลือกปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการในช่วงนี้ และจะมีผลในปีหน้าที่จะมีการ ?เลือกตั้งใหญ่? ซึ่งข้อครหานี้คงหนีไม่พ้นการ ?หา(ซื้อ)เสียงล่วงหน้า? หลังจากรัฐบาลได้พยายาม ?ซื้อ ?อายุรัฐบาลอีก 6 เดือน ผ่านการจัดทำแผนปฏิรูปประเทศและการปรองดองมาแล้ว โดยนายกฯ อภิสิทธิ์ระบุชัดว่าต้องจัดทำให้แล้วเสร็จในสิ้นปีนี้

สำหรับเวลานี้สิ่งที่ทำได้คงมีเพียงการภาวนาให้ถึง วันที่จะได้เจอะเจอรัฐบาลซึ่งกล้าพอที่จะเปลี่ยนวิถีคิดทางการเมืองจาก วิธีการ ?อัดฉีดเม็ดเงิน? เป็นการทำให้ประชาชนเข้มแข็งและตัดสินใจ เลือกรัฐบาลจาก ?ผลงานที่แท้จริง?!!!


ทีมข่าว Mthai