ตรวจจับพฤติกรรม เอางบฯ ไปขาย เล่ห์ใหม่ การเมืองไทย!!

Home / สกู๊ปข่าว / ตรวจจับพฤติกรรม เอางบฯ ไปขาย เล่ห์ใหม่ การเมืองไทย!!

ตรวจจับพฤติกรรม ?เอางบฯ ไปขาย? เล่ห์ใหม่ การเมืองไทย!!

ความเคลื่อนไหวที่รัฐสภาในช่วงนี้ เรื่องเด่นคือการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 กรอบวงเงินเท่ากับ ?2.07 ล้านล้านบาท? ซึ่งจะเป็นเม็ดเงินงบประมาณสำหรับจัดสรรไว้ใช้จ่ายกันในรอบปีที่จะถึงนี้ ตามแต่ละโครงการของแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ที่มีการเสนอขอมา

ทว่าประเด็นที่ร้อนแรงในการอภิปรายงบฯ โดย ?ส.ส.ฝ่ายค้าน? ครั้งนี้ คือยอดเงินจำนวน ?3 หมื่นกว่าล้านบาท? ที่ได้จากการตัดลดงบประมาณในขั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งโดยทั่วไปก็จะมียอดเงินคงเหลือลักษณะนี้ทุกปี และนำเงินส่วนนี้มากองไว้ตรงกลาง เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ เสนอโครงการเพื่อจัดสรรงบฯ ?เพิ่มเติม?

?กระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ควรทำรายละเอียดทุกโครงการ จะได้รู้ว่า รถถัง 6,200 ล้านบาท หรือฝูงบินกริพเพน 1.6 หมื่นล้านบาท กมธ.ไม่ให้ แล้วมีเงินกลับมาอีกได้อย่างไร ขอเป็นซีดี 1 แผ่นก็ได้?

?โครงการไทยเข้มแข็งมีข่าวว่า กินกันถึง 50 % ของโครงการ ประธานกมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์เอง ยังออกมาให้สัมภาษณ์ว่ามีจริง หรือพบว่า เสาธงราคา 4.9 แสนบาท รถออโต้ไมโครบัสคันละ 3 ล้านบาทเป็นไปได้อย่างไร?

ยอดราคาสินค้าที่เข้าขั้น ?แพงเว่อร์? เหล่านี้ถูกเปิดเผยโดยการอภิปรายของ ?เจริญ จรรย์โกมล? และ ?นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ? ส.ส.เพื่อไทย โจมตีการเพิ่มงบประมาณของรัฐบาลเจาะจงในบางรายการที่น่าสงสัย ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายใต้วงเงิน ?3 หมื่นล้านบาท? ที่ถูกกระจายไปจัดสรรเพิ่มโดยไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดโครงการเป็นลายลักษณ์อักษร

เรื่องนี้..ผู้มีหน้าที่ชี้แจงฝั่งรัฐบาลได้แก่ด็อกเตอร์สามสี ?ไตรรงค์ สุวรรณคีรี? รองนายกฯ บอกเพียงว่า ตามรัฐธรรมนูญ ระบุให้ชี้แจงรายละเอียดรายการที่ปรับเพิ่มเกิน 10 ล้านบาท แต่ถ้าต่ำกว่า 10 ล้านบาท หากทำรายละเอียดทุกโครงการเจาะทุกพื้นที่จะมีเอกสารเยอะมากหลายคันรถบรรทุก และไม่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว โดยเรื่องนี้ได้ผ่านการวินิจฉัยแล้วจากศาลรัฐธรรมนูญ

แม้จะเป็นที่เข้าใจได้ว่า.. กฎข้อบังคับไม่ได้ระบุว่า ?ต้องทำ? แต่เมื่อเกิดกรณีชวนสงสัยแล้ว เหตุใดผู้นำในฟากรัฐจึงเลือกใช้วิธี ?เล่นคำ? เพื่อหลีกเลี่ยงการชี้แจง เช่นนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดหากสังคมจะเห็นคล้อยตามข้อสังเกตที่เกิดขึ้นของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่มาจากภาษีของประชาชนด้วยแล้ว ยิ่งน่าติดตาม..

โดยส.ส.เพื่อไทยอีกคน ที่อภิปรายเรื่องนี้คือ ?ประยุทธ ศิริพานิช? บอกเล่าถึงขั้นตอนเทคนิคใหม่ที่ใช้คำเรียกว่า ?เอางบไปขาย? ไว้ว่า…!!!

?หลังจากงบฯ ยอดแรกผ่านเข้าสู่คณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณากลั่นกรองตามระเบียบวาระ แล้วมีการตัดลบหักออกจากงบเดิมทีแต่ละหน่วยงานขอ ซึ่งก็เป็นไปตามขั้นตอนปกติ ได้ออกมาเป็นเงินคงเหลือราว 3 หมื่นล้านบาท โดยในงบจำนวนนี้ ส.ส.เพื่อไทย ใช้คำว่า มีบางพรรค บางกลุ่ม โดยเฉพาะ กระทรวง คมนาคม กับ มหาดไทย ไปวิ่งเต้นกับ กมธ.แต่ละคน เพื่อของบมาทำโครงการในส่วนของตัวเอง

….โดยจ่ายเงินสดให้ กมธ. 10 ? 15 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินที่เรียกรับงบประมาณ…

จากนั้นก็มีใบสั่งไปยังหน่วยงานให้ทำโครงการและเสนอของบตามจำนวนเงินที่เรียกไว้ ก่อนนำโครงการไปให้กับผู้รับเหมาที่จะมีหน้าที่รับงานและจ่ายเงินให้กับผู้เดินเรื่องในคราวแรกอีกที เรียกว่ากินกันครบวงจรตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง?

แม้จะไม่ใช่ปีแรกที่ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขงบประมาณที่จัดสรร ?เพิ่มเติม? ไปยังหน่วยงานต่างๆ เพราะมูลค่า ?ไม่สูง? ถึง ?10 ล้านบาท? แต่จากข้อมูลที่ได้ในช่วงท้ายๆ ของเนื้อหา ก็เข้าใจได้ดีว่า มันคือวังวนเดิมที่คอการเมืองรู้จักกันดีในพฤติกรรมการ ?กินหัวคิว? เพียงแต่อาจเป็นรูปแบบที่เพิ่มเติมและมีความสลับซับซ้อนกว่าเดิม

นิยามหรือเทคนิคใหม่ที่เรียกว่า ?เอางบไปขาย? หากนั่นเกิดขึ้นจริง สิ่งที่แน่กว่าแช่แป้งคือ กรณีนี้จะไม่แตกต่างจากกรณีทุจริตไหนๆ ที่หา ?ใบเสร็จ? ไม่ได้ และ ไม่มี ?หลักฐาน? ปรากฎ สิ่งที่จะพบเห็นและเป็นคำตอบของการเปิดโปงข้อมูลนี้ได้ คงมีเพียง ?ผลงาน? ที่จะประจักษ์สู่สายตาประชาชนผ่านโครงการต่างๆ ของภาครัฐที่ได้รับงบ ?เพิ่มเติม? กันไป!!!

โดย ทีมข่าว Mthai