ส่องนโยบาย ไปรษณีย์ไทย ปล่อยกู้… มุขใหม่ ปชป. เพิ่มหนี้ประชาชน!!!

Home / สกู๊ปข่าว / ส่องนโยบาย ไปรษณีย์ไทย ปล่อยกู้… มุขใหม่ ปชป. เพิ่มหนี้ประชาชน!!!

ส่องนโยบาย ?ไปรษณีย์ไทย? ปล่อยกู้… มุขใหม่ ?ปชป.? เพิ่มหนี้ประชาชน!!!

?โครงการไปรษณีย์เพื่อสินเชื่อรายย่อย? หรือ ไมโครเครดิต ชื่อนี้อาจจะยังไม่คุ้นหูคุ้นตาประชาชนทั่วไป แต่ทว่าในระดับนโยบายการบริหารประเทศภายใต้การนำของขุนคลังอย่าง ?กรณ์ จาติกวนิช? ถือว่าเป็นนโยบายที่มีความรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดถูกนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว

เนื้อหาโครงการที่ว่านี้ เริ่มจากความต้องการของกระทรวงการคลัง ที่เล็งเห็นความสำคัญของ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ฐานะที่มีสาขามากถึง 1,200 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ ?รมว.คลัง? จึงมีแนวคิดดึง ปณท. เข้ามาเป็นผู้ให้บริการในการให้สินเชื่อกับประชาชนในระดับรากหญ้า

หลักใหญ่ใจความก็ไม่ต่างจากการนำไปรษณีย์มาทำเป็นธนาคารย่อมๆ โดยสามารถปล่อยกู้ให้กับประชาชนไม่เกินรายละ 10,000 บาท ทั้งนี้ ลูกค้าที่จะกู้ต้องสามารถรวมกลุ่มคน 5 คน มาทำหน้าที่ค้ำประกันซึ่งกันและกัน

เป้าหมายคือการกระจายสินเชื่อเข้าสู่มือของประชาชนระดับล่าง หรือที่เรียกกันว่า ?รากหญ้า? นั่นเอง

ดูผิวเผินก็เหมือนเป็นเรื่องดี แต่ก็มีกลิ่นทะแม่งๆ ตรงการนำเรื่องเสนอเข้า ครม. ด้วยว่า รมว.คลัง ใช้กระดาษแผ่นเดียวในการยื่นเรื่องเข้าพิจารณาโดยอ้างดำริ ?นายกฯ อภิสิทธิ์? แต่ไร้ความเห็นประกอบจากหน่วยงานอื่นๆ หรือแม้แต่การประเมินผลดี ผลเสียที่อาจเกิดขึ้นเพื่อประกอบการพิจารณา

อย่างไรก็ดี หากมองที่หลักการของโครงการนี้ คงเป็นการดีหากจะสามารถฝาก-ถอน-จ่าย-โอน หรือแม้แต่ขอสินเชื่อได้ผ่านทางไปรษณีย์ ซึ่งจะเข้าถึงกลุ่มคนได้จำนวนมาก สะดวกคล้ายๆกับเวลาเราคิดอยากส่งพัสดุหรือแม้แต่อีเอ็มเอส

แต่จุดสำคัญของทุกนโยบายรัฐบาล แรกเริ่มคือ ?ความเป็นไปได้? เพราะเพียงเริ่มต้นก็ดูจะเห็นแต่ปัญหา นับตั้งแต่เรื่องบุคคลากรที่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญในด้านการเงิน การวิเคราะห์สินเชื่อ หรือแม้แต่ปัญหาเทคโนโลยีที่จะต้องมาใช้ออนไลน์ระบบทางการเงิน อีกทั้งเรื่องทุนประเดิมที่จะต้องตระเตรียม

ไม่ใช่แค่นั้น…ยังมีขั้นของการปฏิบัติตามกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับสถาบันการเงิน โดยเฉพาะในเรื่องเกณฑ์ต่างๆ ในการกำกับดูแล และเบื้องต้นยังไม่ทราบชัดเจนว่าการเข้ามาทำธุรกิจการเงินของไปรษณีย์ จะอยู่ในสถานะแบงค์ หรือ นอนแบงค์ กันแน่

เช่นนั้นแล้ว มันต้องมีเหตุผลที่ทำให้คนอย่าง ?นายกรณ์? คิดอยากจะริเริ่มโครงการให้ได้!!

ข้ออ้างที่ถูกหยิบยกมา ได้แก่ ความต้องการให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ขณะเดียวกันก็อยากเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้กับ ไปรษณีย์ไทย ซึ่งในความเป็นจริง ทั้ง 2 เหตุผลดูไม่ค่อยจะเข้าท่านัก ด้วยว่า เหตุผลเรื่องการเพิ่มรายได้ ก็น่าจะมีวิธีการพัฒนาการบริหารธุรกิจในแบบฉบับของไปรษณีย์ทั่วโลกเขาทำกัน ส่วนอีกข้ออ้างหนึ่งที่อยากให้คนเข้าถึงแหล่งเงินได้สะดวกมากขึ้น ก็ดูจะยากหาก ถ้าหากการทำงานของไปรษณีย์ไม่พร้อมย่อมส่งผลต่อการบริหารจัดการ ?เงินกู้? อยู่ดี

ทั้งนี้ทั้งนั้นการเปิดโอกาสเข้าถึงเงินกู้ให้กับประชาชนระดับรากหญ้าก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่แล้วในเมืองไทย เพราะไม่ว่าจะเป็น ?กองทุนหมู่บ้าน? หรือ ?ธนาคารประชาชน? รวมไปถึง ?สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน? และ สหกรณ์ออมทรัพย์ต่างๆ เหล่านี้ต่างก็ทำหน้าที่นี้ในทางตรง

ทว่า…อาจเป็นเพราะภาพของนโยบายกองทุนหมู่บ้าน ฯลฯ ยังคงถูกตีตราว่าเป็นนโยบายของพรรคคู่แข่ง ดังนั้น ?รัฐบาลประชาธิปัตย์? จึงต้องสร้างช่องทางเปิดโครงการลักษณะเดียวกัน ในขณะที่ผลลัพธ์อีกด้านหนึ่ง คงหนีไม่พ้นการเป็นลูกเล่นใหม่ สำหรับประชาชนที่มีความต้องการ ?เป็นหนี้? เพิ่มเติม!!

โดย ทีมข่าวMthai