โมเดล บ้านมั่นคง นโยบายสารพัดนึกแก้ภัยน้ำท่วม สไตล์ ประชาธิปัตย์

Home / สกู๊ปข่าว / โมเดล บ้านมั่นคง นโยบายสารพัดนึกแก้ภัยน้ำท่วม สไตล์ ประชาธิปัตย์

โมเดล ?บ้านมั่นคง? นโยบายสารพัดนึกแก้ภัยน้ำท่วม สไตล์ ?ปชป.?

สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นมานานแรมเดือน สร้างความเสียหายให้กับประชาชนแล้วประมาณ 1.3 ล้านครัวเรือน แม้จะยังประเมินความเสียหายของตัวอาคารบ้านเรือนเป็นตัวเลขชัดๆ ไม่ได้ เนื่องจากเหตุการณ์ยังไม่ยุติ แต่รัฐบาลนำโดย ?อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ? นายกรัฐมนตรี ก็ขยันหาแคมเปญมาช่วยเหลือที่อยู่อาศัยให้กับผู้ประสบภัยหลากหลายรูปแบบออกมาอย่างต่อเนื่อง

ยกตัวอย่าง นโยบายกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ่ายให้บ้านที่เสียหายทั้งหลัง 3 หมื่นบาท บวกเพิ่มกับเงินอุดหนุนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) อีก 3 หมื่นบาท และกรณีที่บ้านเสียหายบางส่วน ปภ.จ่ายให้ 2 หมื่นบาท บวกกับ พม.จ่ายเพิ่มไม่เกิน 2 หมื่นบาทตามค่าใช้จ่ายจริงในการซ่อมแซม นอกจากนี้ยังมีนโยบายปล่อยกู้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ จากหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสถาบันการเงินอีกนับไม่ถ้วน

จุดน่าสนใจหนึ่งนั้นคือ ?โครงการบ้านมั่นคง? ที่ ?นายกฯ อภิสิทธิ์? ประกาศชัดเจน จะใช้โครงการนี้มาเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยใหม่ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยโฟกัสไปยังกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก

ทีนี้เล่าย้อนไปถึงตัวโครงการบ้านมั่นคง เกิดขึ้นก่อนปี 2546 ที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์กรมหาชน) หรือ พอช.เสนอให้รัฐบาล ?ทักษิณ ชินวัตร? รับลูกดำเนินการต่อ โดยมีการขับเคลื่อนในระยะเดียวกันกับ ?โครงบ้านเอื้ออาทร? และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ ?บ้านมั่นคง? ไม่หวือหวาและขับเคลื่อนไปได้อย่างช้าๆ ในยุคแรกๆ

ด้วยว่าคอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันออกไป… โดยโครงการบ้านเอื้ออาทรเป็นโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมสำเร็จรูป สำหรับให้สิทธิ์แก่ผู้มีรายได้น้อยในการครอบครองโดยง่าย

ขณะที่โครงการบ้านมั่นคง เกิดขึ้นด้วยแนวคิดที่มุ่งแก้ปัญหาชุมชนแออัด ด้วยการให้เงินกู้สำหรับชุมชนที่มีความเข้มแข็งสามารถดูแลบริหารจัดการงบประมาณได้โดยคนในชุมชนเอง ซึ่งเงินกู้ดังกล่าวนั้นจะถูกนำไปใช้ในการสร้างบ้านและจัดระเบียบบ้านพักอาศัยของแต่ละคนบนเนื้อที่เดิมในชุมชนนั้นๆ นอกจากนี้ยังมีหลักการใช้วัตถุดิบและแรงงานที่หาได้จากชุมชน ลักษณะคล้ายๆ การ ?ลงแขก? สร้างบ้านกันเอง

อย่างไรก็ดี ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งแรกๆ ?นายกฯ อภิสิทธิ์? ประกาศเอาไว้ว่าจะสานต่อโครงการบ้านมั่นคง โดยขณะนี้มีการจัดสรรงบประมาณไทยเข้มแข็ง ปี53 จำนวน 800 ล้านบาท ให้ดำเนินการต่อไปแล้ว ทั้งยังรับปากจะอุดหนุนงบปีละพันล้านบาท เป็นเวลา 3 ปี เพื่อใช้ปล่อยกู้ในโครงการ

ว่ากันว่าโครงการนี้ ถูกเล็งเห็นความสำคัญและผลักดันโดยคนใกล้ชิด นั่นคือ คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกฯ นั่นเอง…

ที่สุดแล้ววันนี้ ความสำคัญของ ?โครงการบ้านมั่นคง? ถูกวางไว้ในตำแหน่งนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า โดยประกาศจะปูพรมโครงการนี้ในทุกหย่อมทั่วประเทศ

เช่นนั้นจึงไม่แปลกหากจะเห็นแกนนำพรรคหลายคน เตรียมหยิบยกโครงการนี้มาปัดฝุ่น ทำการตลาดใหม่ หรือรีแบนดิ้งให้เป็นตราปั๊มโลโก้ประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะกับหัวหน้าพรรคที่สบโอกาส เตรียมนำโครงการนี้เข้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วมเป็นการนำร่อง หลังจากที่เห็นผลสำเร็จมาแล้วในการคลี่คลายสถานการณ์ที่อยู่อาศัยหลังเหตุการณ์ ?สึนามิ?

ฟังเผินๆ เหมือนจะดูดี เพราะมีงบสำหรับให้ชุมชนสร้างบ้านอย่างมั่นคงในระยะยาว..

ทว่าในความเป็นจริง จากการลงพื้นที่ประสบอุทกภัยหลายครั้ง ทำให้พบเห็นรูปแบบโครงสร้างทางสังคมที่ต่างจากมโนภาพในอดีตเกือบจะสิ้นเชิง โดยเฉพาะในภาวะที่ทุกหลังคาเรือนเดือดร้อนถ้วนหน้า แต่กลับมีปัญหาความขัดแย้งแม้เรื่องเล็กน้อย อย่างเช่น ความไม่ทั่วถึงของการแจกถุงยังชีพและของบริจาคต่างๆ

บางคนอาจจะไม่อยากเชื่อข้อมูลนี้ แต่นี่ก็คือความจริงของสังคมไทย ในยุคที่ต่างคนต่างอยู่ ไม่เว้นแม้แต่ในชุมชนหรือชนบทที่ห่างไกล เช่นนั้นหากย้อนไปที่หลักการของโครงการบ้านมั่นคงดั้งเดิม คือการใช้ความเข้มแข็งของคนในชุมชนร่วมกันสร้างบ้านที่น่าอยู่ให้แก่ตัวเองและคนในชุมชนเดียวกัน จะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงไร??

แต่หากไม่มองความเป็นจริง หรือมองภาพความเป็นจริงเพียงครึ่งเดียวว่า วิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นโอกาสให้คนในชุมชนเข้มแข็งขึ้น และฮึดขึ้นมาร่วมกันสร้างชุมชนในฝันอย่างบ้านมั่นคงได้

นั่นก็จะไปติดขัดอีกปัญหาสำคัญเรื่อง ?ความล่าช้า? ในการให้ความช่วยเหลือผู้ทุกข์ร้อน…!!

ทีนี้ ?ใจเขาใจเรา? ถามคำเดียวว่า ระหว่าง ?เงินก้อนโตที่รัฐบาลจะชดเชยให้ไว้สร้างบ้านใหม่ของตัวเอง? กับ ?ภาพบ้านในฝันสำหรับทุกคนในชุมชน? ในภาวะที่บ้านถูกน้ำท่วมเสียหาย เป็นคุณจะเลือกอะไร!?!

โดย Mthai news

ภาพ : flickr.com