เปิดจม.ด่วน เขมรร้องยูเอ็น เหตุปะทะกับไทย

Home / ข่าวต่างประเทศ / เปิดจม.ด่วน เขมรร้องยูเอ็น เหตุปะทะกับไทย

6 ก.พ. 54 รายงานข่าวอ้างจากสำนักข่าวมติชนออนไลน์ ที่ได้รายงานว่า นาย ฮอร์ นัม ฮง รัฐมนตรีต่างประเทศของเขมร ได้ทำจดหมายด่วนถึงประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2011 กรณีการปะทะกับทหารไทย เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ และ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา

โดยในจดหมายด่วนดังกล่าว ระบุว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2011 ระหว่างเวลา 15.00 น. ถึง 17.00 น. ทหารไทยประมาณ 300 นาย ได้เข้ามายังดินแดนกัมพูชาและโจมตีทหารกัมพูชา 3 จุด คือ ขะมุม ตั้งอยู่ห่างบันไดปราสาทพระวิหาร 500 เมตร

พื้นที่คานม้า และภูมะเขือ ตั้งอยู่จากเส้นเขตแดนเข้ามาในแผ่นดินกัมพูชา 1,120 เมตร และ 1,600 เมตร ตามลำดับ การรุกรานโดยทหารไทยนี้ ตามด้วยการยิงกระสุนปืนใหญ่ขนาด 130 มม. และ 155 มม. ลึกเข้ามาในดินแดนกัมพูชาประมาณ 20 กิโลเมตร

การโจมตีเป็นผลให้เกิดความเสียหายรุนแรงจำนวนมากต่อปราสาทพระวิหารมรดกโลก เช่นเดียวกับการเสียชีวิตและบาดเจ็บของทหารกัมพูชาและชาวบ้านกว่าสิบราย

อีกครั้ง ในเช้าวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 06.30 น. กำลังทหารไทยได้ยิงกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มม. จำนวนหนึ่งที่ภูมะเขือ เป็นเวลาประมาณ 20 นาที การเผชิญหน้ากับการรุกรานอย่างโจ่งแจ้งนี้ ทหารกัมพูชาไม่มีทางเลือก แต่ต้องตอบโต้ป้องกันตนเองและภายใต้คำสั่งให้ปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน

ให้กระผมได้ย้อนเตือนความจำว่าประเทศไทยได้กระทำการรุกรานต่อกัมพูชาใน สามโอกาสก่อนหน้า กล่าวคือ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2008 วันที่ 15 ตุลาคม 2008 และ วันที่ 3 เมษายน 2009 ในพื้นที่วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ ช่องคานม้า ภูมะเขือ และตาเส็ม

ทั้งหมดนี้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหาร การรุกรานด้วยอาวุธเป็นผลให้เกิดความเสียหายต่อมนุษย์ เช่นเดียวกับความเสียหายต่อทรัพย์สิน โดยเฉพาะต่อปราสาทพระวิหารซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2008

การรุกรานซ้ำต่อกัมพูชาโดยประเทศไทยได้ละเมิดเครื่องมือทางกฎหมายดังต่อไปนี้:
1.ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เมื่อ 15 มิถุนายน 1962

2.ข้อ 2.3, 2.4 และ 94.1 ของกฎบัตรสหประชาชาติ

3.สนธิสัญญาทางไมตรีและความร่วมมือ 3 (TAC) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อ 2 ซึ่งกัมพูชาและประเทศไทยเป็นภาคี มีดังนี้: มีความเคารพต่อกันในความเป็นเอกราช อธิปไตย ความเท่าเทียม บูรณภาพแห่งดินแดนและเอกลักษณ์ของชาติของทุกชาติ,ยุติความแตกต่างและข้อพิพาทด้วยสันติวิธี,สละสิทธิที่จะคุกคามหรือใช้กำลัง

4.ข้อ ตกลงซึ่งคำนึงต่ออธิปไตย ความเป็นเอกราช บูรณภาพแห่งดินแดน การไม่อาจล่วงล้ำ ความเป็นกลาง ความเป็นเอกภาพของชาติของกัมพูชา ข้อ 2.2c, 2.2d ของข้อตกลงสันติภาพปารีส ในปี ค.ศ.1991

ต่อการรุกรานซ้ำที่ครึกโครมโดยประเทศไทยนี้ กระผมจะพึงใจอย่างสูงหาก ฯพณฯ จะนำเวียนหนังสือนี้ไปยังทุกชาติสมาชิกของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในฐานะเอกสารอย่างเป็นทางการ  ฯพณฯ โปรดรับเป็นหลักประกันต่อความวิตกกังวลอย่างสูงสุดของกระผมและด้วยความเคารพ

ฮอร์ นัม ฮง

เรียบเรียงข่าวโดย Mthai news