พม่าสั่งสอบ ‘พระวิระธู’ ฉะผู้แทนยูเอ็นเป็น ‘โสเภณี’

Home / ข่าวต่างประเทศ / พม่าสั่งสอบ ‘พระวิระธู’ ฉะผู้แทนยูเอ็นเป็น ‘โสเภณี’

กระทรวงศาสนาเมียนมาร์ เร่งสอบสวนพระ “วิระธู” กรณีที่เรียกผู้แทนพิเศษของสหประชาชาติว่า “โสเภณี” หลังเธอเรียกร้องให้พม่าคำนึงถึงปัญหาชาวโรฮิงญาให้มากขึ้น

Influential-monk-U-Wirathu

วันนี้(22 ม.ค.)สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่ นายเย ทู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารของประเทศพม่า ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ได้มอบหมายให้กระกรวงศาสนาทำการตรวจสอบกรณีที่โลกออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่คำพูดของ “พระวิระธู” ที่กล่าวว่า ถ้านางยางฮี ลี ผู้แทนด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ ยกย่องชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม หรือกลุ่ม โรฮิงญามาก ก็จงไปมีเพศสัมพันธ์กับพวกนั้นซะ ทั้งยังกล่าวต่อไปว่า สำหรับชาวพม่าแล้ว เธอเป็นเพียงแค่ “โสเภณี” เท่านั้น

ทั้งนี้มูลเหตุน่าจะเกิดจาก กรณีที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นางนางยางฮี ลี ผู้แทนด้านสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ ได้เดินทางไปยังประเทศ พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทางการพม่ามอบสิทธิความเป็นพลเมืองต่อชาวโรฮิงญา

ทั้งยังวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลเมียนมาร์ในเรื่องข้อกำหนดควบคุมเกี่ยวกับเชื้อชาติและศาสนา รวมทั้งข้อห้ามในการแต่งงานข้ามศาสนา อีกทั้งความเป็นอยู่ของชาวโรฮิงญาในค่ายกักกันในรัฐยะไข่ที่มีชีวิตความเป็นอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานอย่างมาก

โดยสำนักข่าวเอเอฟพี ได้เผยแพร่ข่าวว่า กลุ่มคณะสงฆ์ในพม่าตัดสินใจเคลื่อนไหวประท้วงองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) โดยอ้างว่าไม่พอใจที่ยูเอ็นเข้ามาแทรกแทรงกิจกรรมภายในประเทศพม่ามากจนเกินไป

ในอดีต “พระวิระธู” เคยถูกจำคุกมาเมื่อปี 2546 ในข้อหายุยงให้ใช้ความรุนแรงเพื่อต่อต้านชาวมุสลิม และได้รับการปล่อยตัวเมื่อปี 2555 จากการนิรโทษกรรมนักโทษ ทั้งนี้พระวิระธูยังเป็นแกนนำขบวนการ 969 ซึ่งเป็นกลุ่มหัวรุนแรงชาตินิยมชาวพุทธที่ต้องการให้เมียนมาร์เป็นเมืองพุทธเท่านั้นและเรียกร้องให้มีการต่อต้านชาวมุสลิม

อย่างไรก็ตาม พม่ายังคงประสบกับวิกฤตรุนแรง จากผลกระทบของความขัดแย้งภายในประเทศในชุมชนในรัฐยะไข่เมื่อปี 2555 ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดจากความไม่ลงรายในชนกลุ่มน้อยมุสลิมชาวโรฮิงญาซึ่งจากรายงานระบุว่า เป็นกลุ่มมุสลิมที่อพยพมาจากประเทศบังคลาเทศ ทั้งนี้มีการกล่าวอ้างว่า กลุ่มคนเหล่านี้จะสร้างปัญหาให้กับชาวพุทธที่อาศัยอยู่เดิม ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้สังเวยชีวิตให้กัยเหตุการณ์ความรุนแรง รวมไปถึงนักโทษชาวโรฮิงญาที่ถูกคุมขังราว 1.4 แสนราย

time-magazin

MThai News

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก mizzima