ฉาว !! สื่อนอกตีข่าว วัฒนธรรมรับน้องสุดซาดิสต์ในไทย

Home / ข่าวต่างประเทศ / ฉาว !! สื่อนอกตีข่าว วัฒนธรรมรับน้องสุดซาดิสต์ในไทย

‘เจมส์ ออสติน’ นักเขียนชาวต่างชาติ ที่ตีแผ่วัฒนธรรมรับน้องสุดอื้อฉาวในประเทศไทยในอดีต ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับระบบโซตัส อย่างใกล้ชิด

สำนักข่าว ‘อาเซียน คอร์เรสพอนด์เดนท์’ เผยแพร่หลายหลายเรื่องราวโดยฝีมือการเขียนโดย ‘เจมส์ ออสติน’ นักเขียนและผู้สื่อข่าวที่ปฏิบัติหน้าที่ และอาศัยอยู่ในประเทศไทย เกี่ยวกับวัฒนธรรมการรับน้อง สุดโหด ของรุ่นพี่ จากมหาวิทยาลัยในประเทศไทย หรือที่เรียกว่า ระบบ ‘โซตัส’ (SOTUS) ซึ่งเป็นขั้นตอนการฝึกฝนนักศึกษารุ่นใหม่ในสถาบันอุดมศึกษาบางแห่ง จะมีความรุนแรงในบางคณะมากเป็นพิเศษ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ ทว่าก่อนหน้านี้เคยมีประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ ถึงความเหมาะสม ชอบธรรม และการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลที่นักศึกษาใหม่พึงมี ซึ่งเป็นระบบที่นำมาใช้ในประเพณีการรับน้องของมหาวิทยาลัยในประเทศไทยหลายแห่ง

รับน้อง,รับน้องโหด,วัฒนธรรมการรับน้อง,สื่อนอก
ภาพกิจกรรมการรับน้องในประเทศไทย ที่หลั่งไหลไปในสื่อสังคมออนไลน์

พร้อมกันนี้ ยังมีการตีแผ่ถึงกิจกรรมการรับน้อง ที่มีเรื่องการคุกคามทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง รวมไปถึงการตะโกนด่า การใช้วาจาหยาบคาย และการสร้างความอับอายขายหน้าให้กับเพื่อนในชั้นเรียนด้วยกัน พร้อมทั้งใช้ศัพท์คำว่า ‘ซาดิสต์’ ซึ่งหมายถึง ความสุข ความพอใจ ในความเจ็บปวด หรือความทุกข์ของผู้อื่น เข้ามานิยามการกระทำเหล่านี้ แทนที่จะดำเนินกิจกรรม ในการต้อนรับรุ่นน้องอย่างอบอุ่นอย่างที่ควรจะเป็น

พร้อมกันนี้ รายงานยังระบุถึงโศกนาฏกรรม ที่เพิ่งเกิดขึ้นในปี 2557 ที่ผ่านมา เมื่อนายโภไคย แสงโรจน์รัตน์ หรือน้องกัน วัย 16 ปีนักศึกษาชั้น ปวช.ปีที่ 1 วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ที่ต้องมาสังเวยชีวิตในจุดเริ่มต้นในการเรียนมหาวิทยาลัย จากกิจกรรมการรับน้องที่บริเวณหาดทรายน้อย อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. เนื่องจากเคยป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือด (รูคีเมีย) อยู่แล้ว และถูกบังคับให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ และถูกผลักลงไปในผืนทราย ซึ่งนี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายชีวิต ที่ถูกสังเวยให้กับกิจกรรมในลักษณะดังกล่าวเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศ เรื่อง การจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษา โดยกำหนดนโยบาย และมาตรการต่างๆ ทั้งการเคารพสิทธิเสรีภาพ และหลักความเสมอภาพ ต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของผู้บริการ อาจารย์ และควรจัดกิจกรรมภายในพื้นที่สถาบันเท่านั้น และต้องมีความสอดคล้องกับนโยบายจากกระทรวง นอกจากนี้รุ่นพี่ยังต้องมีทัศนคติที่ดีในการจัดกิจกรรม โดยนักศึกษาใหม่จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมด้วยความสมัครใจ แต่หากรุ่นพี่มีพฤติกรรมที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน จะต้องถูกลงโทษทางวินัยตามที่สถาบันกำหนด

นอกจากนี้ ยังมีการวิจารณ์อย่างรุนแรง ถึงข้อเสียของระบบโซตัส ว่าเป็นรูปแบบที่เลวทราม และเต็มไปด้วยความรุนแรงทั้งทางวาจาและการกระทำ ทั้งยังเป็นการกดขี่เสรีภาพของแต่ละบุคคล และไม่ต่างจากระบบเผด็จการในรั้วมหาวิทยาลัย โดยได้มีการอ้างอิงจาก ศาสตราจารย์ ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการฝีปากกล้า จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เขียนบทความชื่อ ‘Shouting The Creation and Inheritance of Dictatorship in University’ ว่า นักศึกษาสมัยก่อน ตกเป็นเหยื่อ และต้องเผชิญกับระบบการปกครองแบบเผด็จการ ก่อนที่ประเทศไทยจะมีการกำหนดรูปแบบการปกครองเช่นนี้เสียอีก

อย่างไรก็ตาม รายงานยังกล่าวถึง ระบบผู้อาวุโส ซึ่งกลายเป็นวงจรที่หยั่งรากลึกในวัฏจักรของวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในปัจจัยรูปแบบการรับน้องสุดโหดไม่มากก็น้อย

MThai News
ที่มา asiancorrespondent

รายงานโดย ศิลัญชญา ปานมงคล