นักวิจัย สังเกต ‘เอลนีโญ’ จากชั้นน้ำแข็งในเปรู

Home / ข่าวต่างประเทศ, คลิป / นักวิจัย สังเกต ‘เอลนีโญ’ จากชั้นน้ำแข็งในเปรู

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซ็ตส์ของสหรัฐ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลสถานีวิจัยสภาพอากาศ บนยอดชั้นน้ำแข็ง “เกลกาย่า” เพื่อศึกษาปรากฏการณ์เอลนีโญ

0.978

รายการ ที่มา Welcome World ทางช่อง MONO29 เผยแพร่เรื่องราวของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซ็ตส์ของสหรัฐ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลสถานีวิจัยสภาพอากาศ บนยอดชั้นน้ำแข็ง “เกลกาย่า” เหนือเทือกเขาแอนดีสในเปรู นับตั้งแต่ปี 2546 โดยมีเป้าหมายเพื่อศึกษาผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่มีต่อชั้นน้ำแข็งนี้ ด้วยการวัดอุณหภูมิของอากาศ ความชื้น รังสีจากแสงอาทิตย์ รังสีอินฟราเรด ความแรงลมและทิศทางลม ปริมาณน้ำฝน และแรงกดอากาศ

ทั้งนี้ ดักกลาส ฮาร์ดี้ นักวิจัย เผยว่า นับตั้งแต่ปี 2540ไม่มีปรากฏการณ์เอลนีโญเกิดขึ้นบนเทือกเขาแอนดีส และพวกเขายังไม่ทราบแน่ชัด ถึงผลกระทบที่มีอาจต่อสภาพอากาศบนชั้นนำแข็ง นอกจากนี้ นักวิจัยยังคงวัดผลต่าง ๆ ในสภาพอากาศของที่นี่ได้ เพื่อนำไปแก้ไขและเปรียบเทียบกับข้อมูลดาวเทียม เพื่อศึกษาแนวโน้มของสภาพอากาศของที่นี่ว่าเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดหรือไม่

ทว่า ตัวแปรเหล่านี้ ช่วยนักวิจัยให้สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงแบบปีต่อปี รวมถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆ และผลกระทบที่มีต่อชั้นน้ำแข็งเกลกาย่า

โดย ฮาร์ดี้ กล่าวว่าปรากฏการณ์ เอลนีโญ เกิดจากอุณหภูมิของพื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดกับอุณหภูมิของเทือกเขาแอนเดีส เมื่อพื้นผิวทะเลอุ่นขึ้น อุณหภูมิบริเวณเทือกเขาแอนดีสก็อุ่นขึ้นเช่นกัน และทำให้ปริมาณน้ำฝนลดลงด้วย

ทว่า ฮวน การ์ลอส บาโซ นักอุตุนิยมวิทยา ประจำสำนักงานอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของเปรู กล่าวว่า จากการพยากรณ์ล่วงหน้าของหน่วยงานต่างๆในต่างประเทศ พบว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญ จะส่งผลกระทบรุนแรงที่สุดในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งจะก่อให้เกิดฝนตกหนักทางตอนเหนือของเปรู

หน้าที่การดูแลสถานีอากาศ ทำให้ฮาร์ดี้และนักวิจัยคนอื่นๆ ต้องเดินทางไปยังชั้นน้ำแข็งเกลกาย่า ปีละครั้ง ครั้งละ 3-4 วัน เพื่อตักหิมะที่ปกคลุมสถานีออก ซึ่งมีความหนาประมาณ 2-3 เมตร บนระดับความสูง 6 พันเมตร เหนือระดับน้ำทะเล

ฮาร์ดี้บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นบนชั้นน้ำแข็งเกลกาย่า เป็นเครื่องแสดง หรือเป็นตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นในที่อื่น ๆ บนโลก เนื่องจากมีสถานที่เพียงไม่กี่แห่งที่สามารถทำการวัดข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาได้ เพื่อสร้างความเข้าใจด้านสภาพอากาศ สิ่งที่เกิดขึ้นกับธารน้ำแข็ง ซึ่งก่อให้เกิดทรัพยากรน้ำ และการผลิตไฟฟ้า

ในระดับความสูงที่ราว 5 พัน 100 เมตร ชั้นน้ำแข็งเกลกาย่า นับเป็นชั้นน้ำแข็งที่ตั้งอยู่ในเขตร้อน ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีการศึกษามากที่สุด จากข้อมูลของ ศูนย์ข้อมูลน้ำแข็งและหิมะแห่งชาติสหรัฐ “โกรี คาลิส” หรือหุบเขาธารน้ำแข็ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของชั้นน้ำแข็งเกลกาย่า มีขนาดเล็กลง 1.1 กิโลเมตร หรือเกือบครึ่งหนึ่ง นับตั้งแต่ที่มีการวัดขนาดธารน้ำแข็งครั้งแรก เมื่อปี 2506

ตามรายงานของธนาคารโลก เมื่อปี 2552 การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก ยังอาจทำให้ธารน้ำแข็งเขตร้อนบนเทือกเขาแอนดีส หายไปจนหมดสิ้น ภายในอีก 20 ปีข้างหน้าด้วย ซึ่งจะกระทบต่อแหล่งน้ำ พลังงาน และอาหาร

เปรูนับเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ที่เป็นผลมาจากมนุษย์มากที่สุด ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็งเขตร้อนกว่าร้อยละ 70 จากทั่วโลก ซึ่งลดลงแล้วกว่า 1 ใน 5 ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

MThaiNews
ที่มา Welcome World ทางช่อง MONO29