เฉลยแล้ว ไวรัสปริศนา กินหัวหนุ่มญวนจนเน่า คือโรคอะไร

Home / ข่าวต่างประเทศ / เฉลยแล้ว ไวรัสปริศนา กินหัวหนุ่มญวนจนเน่า คือโรคอะไร

สื่อต่างประเทศ แพร่ภาพ ชายชาวเวียดนามถูกไวรัสปริศนากินเนื้อลึกถึงผนังโพรงจมูก ผู้เชี่ยวชาญเฉลยแล้ว เป็นอาการ “เนโครไทซิง ฟาสซิทิส” หรือพยาธิกินเนื้อ

Mystery-flesh-eating-virus-baffles-doctors

วานนี้ (26 ต.ค.) เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘มิรเรอร์’ รายงานเรื่องราวของคนไข้รายหนึ่งในเวียดนาม ที่ทำให้แพทย์ต้องงุนงง ถึงอาการป่วยที่เป็นปริศนา มาจากเชื้อไวรัสลึกลับ ที่กัดกินเนื้อ จนกระทั่งศีรษะ ใบหู ไปจนถึงใบหน้า เน่าเปื่อย

ทั้งนี้ คนไข้ชาวเวียดนาม ชื่อว่า Huynh Van Dat วัย 51 ปีชาวเมืองโฮจิมินห์ ในประเทศเวียดนาม เริ่มมีอาการผิดปกติเมื่อราว 11 ปีก่อน โดยบาดแผลที่เกิดจากเชื้อไวรัส ถูกกัดกินจากบริเวณหู มีเลือดกำเดาไหลบ่อยผิดปกติ ถึง 3-4 ครั้งต่อวัน จนทำให้เกิดแผลขนาดใหญ่บริเวณศีรษะในเวลาต่อมา

ทว่า สุขภาพของเขา ทรุดตัวลงเรื่อย ๆ ไม่สามารับประทานอาหารได้อย่างปกติ รวมถึงพูดไม่ได้ แต่ที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือสมอง ยังคงสามารถรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่มีได้ จึงทำให้เขาทนทุกข์ทรมานมาเป็นเวลานาน

ในขั้นแรก เขาใช้วิธีการบรรเทาอาการป่วยประหลาด ด้วยการรับประทานยาแผนโบราณ แต่ไม่ได้ผลเท่าใดนัก จนกระทั่ง เมื่อไปพบแพทย์ เขาถูกวินิจฉัยว่า เป็นเยื่อบุโพรงจมูกผิดปกติ จนอาการรุนแรงขึ้น ทุกครั้งที่ดื่มน้ำ น้ำจะพุ่งไปที่โพรงจมูกทันที เขาปล่อยเวลาให้ผ่านไป โดยในขั้นแรกใช้เพียงยาสมุนไพร หารู้ไม่ว่า เมื่อเวลาผ่านไป อาการยากที่จะเยียวยาเสียแล้ว

อย่างไรก็ตาม อาการที่ปรากฏมานาน ทำให้เนื้อร้ายลุกลามไปถึงผนังโพรงจมูกของเขา จนต้องเข้ารับการผ่าตัดเป็นครั้งที่สอง แต่อาการกลับไม่ดีขึ้น กระนั้นผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย พาร์มา สถานศึกษาเวียดนาม-ฝรั่งเศสกล่าวว่า อาการดังกล่าว เป็นอาการของการล้มเหลวของสันจมูก สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องใช้เงินมหาศาลเป็นค่ารักษา ซึ่งการวินิจฉัยดังกล่าว ยังมีความคลุมเครือ

———————————————————————————————————————————–

วันนี้ (28 ต.ค. ) ได้มีการออกมาชี้แจงกรณีดังกล่าว ซึ่งเป็นปริศนา ไม่สามารถหาผู้ไขความกระจ่าง มีความสงสัยถึงอาการแปลกประหลาดอย่างมาก ต่อมาจึงมีผู้เชี่ยวชาญ ออกมาเฉลยช้อสงสัย ระบุว่า อาการของคนไข้รายนี้ มีชื่อว่า “เนโครไทซิง ฟาสซิทิส” หรือ พยาธิกินเนื้อ  ซึ่งจัดเป็นอาการติดเชื้อประเภทหนึ่งที่พบได้ยาก โดยจะเกิดขึ้นกับผิวหนังในชั้นลึก และจะยิ่งลุกลามได้ง่ายขึ้นถ้าหากว่าผู้ป่วยมีโรคหรืออาการอื่นร่วมด้วย

ติดตามข่าวสารที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ news.mthai.com

 

MThai News

ที่มา mirror