หวัด2009 พบดื้อ ยาทามิฟลู รายแรกในอเมริกาเหนือ

Home / ข่าวต่างประเทศ / หวัด2009 พบดื้อ ยาทามิฟลู รายแรกในอเมริกาเหนือ

tamiflu

พบผู้ป่วยดื้อยาทามิฟลู รายแรกในอเมริกาเหนือ สันนิษฐานรับประทานยาปริมาณน้อยเกินไป เนื่องจากเป็นโรคประจำตัวหลอดลมหายใจอักเสบ

กระทรวง สาธารณะสุขของแคนาดา ยืนยันว่าพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 รายแรกในทวีปอเมริกา ที่มีอาการดื้อยาต้านหวัดใหญ่ทามิฟลู โดยผู้ป่วยที่มีอาการดื้อยารายนี้ เป็นชายชาวควิเบก อายุประมาณ 60 ปี ซึ่งรับประทานยาต้านหวัดปริมาณน้อยกว่าที่แพทย์แนะนำ จากนั้นได้แพร่เชื้อไวรัสเอช1เอ็น1 ชนิดเอ ให้กับลูกชาย

กระทรวงสาธารณะสุข ระบุว่า ยาต้านไวรัสที่ผู้ป่วยรายนี้ รับประทานเข้าไป มีปริมาณน้อยเกินกว่าจะต้านทานไวรัส ได้ และส่วนหนึ่งน่าจะมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ป่วย มีอาการป่วยเรื้อรัง ของโรคหลอดลมหายใจอักเสบอยู่แล้ว

“กรณีนี้ถือเป็นกรณีดื้อยาต้านไวรัสทามิฟลูรายแรกที่พบในภูมิภาคอเมริกา เหนือ หลังจากที่มีการพบผู้ป่วยดื้อยาต้านไวรัสในหลายประเทศทั้งเดนมาร์ก ญี่ปุ่น และฮ่องกงมาแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ “นายกาย บอยวิน แพทย์จากลาวาล ยูนิเวอร์ซิตี้ เมดิคัล เซนเตอร์ ในควีเบก กล่าว
รัฐมนตรีสาธารณสุข ชาติอาหรับ เห็นพ้องร่วมกัน ห้ามคนชราและเด็กเล็ก? เดินทางไปแสวงบุญ ที่นครเมกกะ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามยับยั้งการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่2009

“พิธีอุมเราะห์และพิธีฮัจญ์ จะยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับเงื่อนไขบางประการ โดยเราเห็นว่า คนบางกลุ่มไม่ควรเดินทางไปร่วมพิธีฮัจญ์ ได้แก่ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว” นายอิบราฮิม อัล-เคอร์ดานี โฆษกขององค์การอนามัยโลก (ฮู)ในอียิปต์ กล่าวหลังจากหารือกับรัฐมนตรีสาธารณสุขชาติอาหรับในกรุงไคโร

ด้านนายฮุสเซน เกไซนี ผู้อำนวยการฮู ประจำภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก คาดการณ์ว่า ทางการซาอุดีอาระเบียจะอนุมัติตามคำแนะนำนี้ ซึ่งครอบคลุมถึงการไม่ออกวีซ่าให้แก่คนชราและเด็กเล็กที่ถูกห้าม

อย่างไรก็ตาม? คาดกันว่า จะมีชาวมุสลิมมากกว่า 2 ล้านคน เดินทางไปยังซาอุดีอาระเบียในอีก 5 เดือนข้างหน้า เพื่อไปแสวงบุญ ที่นครเมกกะและเมดินา เมืองทางตะวันตกของประเทศ

การเห็นพ้องร่วมกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ของชาติอาหรับมีขึ้น หลังจากเมื่อวันจันทร์(20ก.ค.) ที่ผ่านมา อียิปต์ ได้ประกาศเตือนผู้มีสุขภาพไม่แข็งแรง ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปแสวงบุญ ที่นครเมกกะ? หลังจากพบหญิงสาวชาวอียิปต์วัย 25 ปี เสียชีวิตหลังกลับมาจากการเข้าร่วมพิธีอุมเราะห์ ที่ซาอุดีอาระเบีย ทำให้เธอเป็นผู้ติดเชื้อรายแรกในตะวันออกกลางและแอฟริกาที่เสียชีวิตจาก เชื้อมรณะชนิดนี้

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขอิหร่าน ยังออกแถลงการณ์ เมื่อวันอังคาร(21ก.ค.)ว่า เด็กและคนชราควรเลี่ยงเดินทางไปแสวงบุญยังซาอุดีอาระเบียเช่นกัน ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสเอช1เอ็น1 ภายในประเทศเพิ่มเป็น 16 คน

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า บริษัท ฮัวหลาน ไบโอโลจิคอล เอ็นจิเนียริ่ง บริษัทยาของจีน ได้เริ่มการทดลองวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ผลิตเองเป็นครั้งแรก เป็นเวลา 2 เดือน หลังจากเสร็จสิ้นการผลิตวัคซีนดังกล่าว เมื่อเดือนที่แล้ว โดยจะทำการทดลองกับอาสาสมัครกว่า 2,000 คน ในเมืองไท้โจว มณฑลเจียงซู ทางตะวันออกของประเทศ และคาดว่าวัคซีนดังกล่าวจะออกสู่ตลาดได้ในเดือน ก.ย. ก่อนเข้าสู่ช่วงที่ไข้หวัดระบาดในฤดูหนาว และหากการทดลองประสบผลสำเร็จ บริษัทแห่งนี้ เตรียมที่จะผลิตวัคซีนถึง 600,000 โดสต่อวัน

ทั้งนี้? การผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ เริ่มมีมากขึ้น หลังจากนักวิจัยของฮู ออกแถลงการณ์เตือนในช่วงที่ผ่านมาว่า ทุกประเทศจำเป็นจะต้องมีวัคซีน ขณะที่เชื้อไวรัสกำลังระบาดไม่หยุด โดยกระทรวงสาธารณสุขจีน เปิดเผยว่า จีนมีผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จำนวน 1,668 คน แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคนี้

นายแอนโธนี ฟาอุซิ ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และเชื้อโรคติดต่อแห่งชาติของสหรัฐ(เอ็นไอเอไอดี) กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐกำลังมองหาอาสาสมัครที่จะทำการทดลองวัคซีนต้านไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ ก่อนที่พื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศจะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว

“ตั้งแต่ไวรัสเอช1เอ็น1ชนิดเอแพร่ระบาด เราก็ได้ดำเนินการพัฒนาวัคซีน ที่สามารถนำมาใช้ต้านไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นี้มาตลอด และอยู่ในขั้นตอนของการหาอาสาสมัครเพื่อทำการทดลองวัคซีนดังกล่าว”นายฟาอุซิ กล่าว

ปัจจุบัน สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสมรณะแล้วจำนวนกว่า 40,600 ราย ครอบคลุม 50 รัฐ และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 263 ราย

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ