นักวิจัยชี้ยาต้านหวัด2009 ได้ผลดีทีสุดเมื่อรักษาภายใน1-2วัน

Home / ข่าวต่างประเทศ / นักวิจัยชี้ยาต้านหวัด2009 ได้ผลดีทีสุดเมื่อรักษาภายใน1-2วัน

tameflu

นักวิจัยอิตาลี ระบุว่า ยาต้านไวรัสเอเอช1เอ็น1 จะได้ผลดีที่สุดเมื่อเจ้าหน้าที่แพทย์ตรวจพบและให้การรักษาผู้ป่วยอย่างรวด เร็วภายใน 24-48 ชม.

คณะ นักวิจัย มูลนิธิบรูโนเคสส์เลอร์ในอิตาลี เผยผลการศึกษาว่า การสำรองยาไว้ไม่มีประโยชน์หากผู้ป่วยไม่ได้รับยาภายใน 24-48 ชั่วโมง จึงควรจัดตั้งระบบเฝ้าระวังที่สามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยโดยเร็วที่ สุดเท่าที่ทำได้ เพราะยิ่งล่าช้ายิ่งทำให้ยาไร้ประสิทธิภาพ

“การที่โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาดเร็วมากจนองค์การอนามัยโลก เลิกนับยอดผู้ติดเชื้อแล้ว อาจทำให้หลายประเทศลดการตรวจหาผู้ป่วย ทั้งที่การตรวจพบผู้ป่วยเร็วและใช้ยารักษาเร็วเท่าใดจะยิ่งเป็นประโยชน์ เท่านั้น”

โดยขณะนี้มีชุดตรวจไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่รู้ผลเร็วที่จดทะเบียนในสหรัฐเพียง 3 แบบ เป็นของเอกชน 1 แบบ และของรัฐบาล 2 แบบ

คณะนักวิจัยอ้างผลการคำนวณทางคณิตศาสตร์ด้วยว่า การให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้สูงอายุเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ไม่ช่วยลดอัตราเสียชีวิตลงได้มากนัก แต่การให้ยากับคนอายุน้อยได้ผลมากกว่า

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกแนะให้ประเทศต่าง ๆ สำรองยาต้านไวรัสไว้อย่างน้อย 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ มีทั้งยาโอเซลทามิเวียร์ หรือที่จำหน่ายในชื่อ “ทามิฟลู” และยาซานามิเวียร์ หรือ ที่จำหน่ายในชื่อ “เรเลนซา”

ยาทั้งสองขนานนี้สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สาย พันธุ์ใหม่ ที่เสี่ยงมีโรคแทรกซ้อนหากให้ยาภายใน 1-2 วัน เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยหอบหืดหรือโรคเรื้อรัง และสตรีมีครรภ์

นอกจากนี้ ยังใช้ป้องกันการติดเชื้อได้ด้วย แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพส่วนใหญ่เห็นว่า ควรให้เฉพาะผู้เสี่ยงมีโรคแทรกซ้อนและผู้ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืน ยันแล้ว

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ