ปฏิกิริยาของนานาประเทศ ต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45

Home / ข่าวต่างประเทศ / ปฏิกิริยาของนานาประเทศ ต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45

ผู้นำชาติอาเซียนแสดงความยินดีกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แทนพรรครีพับลิกัน ที่เพิ่งคว้าชัยการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45

cid_b573318e-5950-4542-b781-bee9f3ae73bcmonogeneration

นายนาจิบ ราซะก์ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แสดงความยินดีกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ โดยระบุว่า มาเลเซียรอคอยที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ ในฐานะพันธมิตร นายราซะก์ ระบุว่า ความร่วมมือกับสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินต่อไป เพราะสหรัฐฯ ต้องการเป็นหุ้นส่วนกับมาเลเซีย และประเทศอื่นๆ และเขาแน่ใจว่า นายทรัมป์จะใช้วิธีการที่ถูกต้องเพื่อช่วยการทำงานของสหรัฐฯ ร่วมกับประเทศอื่น ๆ รวมทั้งเขารู้จักนายทรัมป์เป็นการส่วนตัว จึงไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อกัน

ทั้งนี้ นายราซะก์เพิ่งเดินทางเยือนจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นที่คาดกันในวงกว้างว่า ผู้นำมาเลเซียได้เปลี่ยนความแนบแน่นที่มีต่อสหรัฐฯ ไปยังจีนแทน

1

ขณะที่บทบรรณาธิการของสื่อทางการจีนรายงานคำพูดของผู้นำมาเลเซีย ว่าอดีตเจ้าอาณานิคมไม่ควรมาสั่งสอนประเทศต่าง ๆ ที่พวกเขาเคยหาประโยชน์ ซึ่งคำพูดดังกล่าวถูกมองว่า เป็นการโจมตีชาติตะวันตก หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยื่นฟ้องคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับกองทุนวัน มาเลเซีย ดีเวลลอปเมนต์ เบอร์ฮัด หรือ 1 MDB

ด้านนายลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้แสดงความยินดีกับนายทรัมป์ พร้อมระบุว่า ผู้ลงคะแนนได้เลือกประธานาธิบดีที่พวกเขารู้สึกว่าจะเป็นตัวแทนที่ดีที่สุด และสิงคโปร์ก็ยอมรับในการตัดสินใจนั้น

นายลีโพสต์บนเฟซบุ๊กเมื่อวานนี้ว่า นายทรัมป์อยู่เหนือความคาดหมายในทุกขั้นตอน และการเดินทางครั้งนี้ก็นำเขาไปสู่ทำเนียบขาวในที่สุด นอกจากนี้ยังระบุว่า มันเป็นฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้งที่เป็นที่ถกเถียงและไม่สวยงามนัก จากการแสดงให้เห็นถึงความแตกแยกของคนอเมริกัน นายลียังระบุด้วยว่า สิงคโปร์จะยังคงทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสองฝ่าย

2

ในวันเดียวกัน นายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ก็ได้แสดงความยินดีอย่างอบอุ่นต่อนายทรัมป์ และรอคอยที่จะทำงานกับว่าที่ผู้นำของสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์

นายมาร์ติน อันดานาร์ เลขานุการฝ่ายสื่อสารมวลชนของนายดูแตร์เต ระบุในแถลงการณ์ว่า นายดูแตร์เต ยอมรับความสำเร็จของระบอบประชาธิปไตยสหรัฐฯ และวิถีชีวิตของชาวอเมริกัน รวมทั้งรอที่จะร่วมงานกับคณะผู้บริหารชุดใหม่เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์และสหรัฐฯ โดยยึดถือการเคารพซึ่งกันและกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน และการยึดหลักการประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม

3

ขณะที่ชาวฟิลิปปินส์ที่ไปรอชมการนับคะแนนในกรุงมะนิลามีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไป

โดมินิก โกเมซ นักศึกษามหาวิทยาลัย ระบุว่า เธอเชื่อในสิ่งที่นายทรัมป์พูดหรือสิ่งที่เขาเสนอเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศ ซึ่งน่าจะมีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ด้วย แต่ก็ต้องดูต่อไปว่าในอนาคต นโยบายต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่

ด้านรามอน คาสิเพิล กรรมการบริหารสถาบันการเมืองและปฏิรูปการเลือกตั้งระบุว่า การที่ทรัมป์ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีจะเป็นบททดสอบความสัมพันธ์กับฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะคำพูดต่อต้านสหรัฐฯ ของนายดูแตร์เต

ก่อนหน้านี้ นายดูแตร์เต มีท่าทีต่อต้านสหรัฐฯ ที่วิพากษ์วิจารณ์นโยบายปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวดของเขา และประกาศแยกทางกับสหรัฐฯ ระหว่างการเยือนจีน

4

ส่วนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐฯ จะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่านางฮิลลารี คลินตัน หรือนายทรัมป์จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง โดยพลเอกประยุทธ์บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ไทยเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ มายาวนานกว่า 180 ปีแล้ว และไม่ว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดี ก็จะยังคงสานต่อนโยบายต่างประเทศอย่างสมดุลต่อไป

MThai News