ม็อบต้านปะทะกลุ่มผู้สนับสนุน ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

Home / ข่าวต่างประเทศ / ม็อบต้านปะทะกลุ่มผู้สนับสนุน ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

ม็อบต้านปะทะกลุ่มผู้สนับสนุน ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ ออกมารวมตัวประท้วงในบริเวณที่กลุ่มสนับสนุนนายทรัมป์ กำลังเฉลิมฉลองชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ที่กรุงวอชิงตันดี.ซี. ของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อย โดยมีชาย 1 คน ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ในบริเวณที่จัดกิจกรรมในอาคาร “โรนัลด์ เรแกน” และศูนย์การค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเขาได้ปะทะกับผู้ประท้วงคนอื่นๆ ขณะที่สื่อในเครือสถานีโทรทัศน์ NBC ได้เผยแพร่ภาพขณะที่ผู้ประท้วง 2 คนถูกตำรวจใส่กุญแจมือ และหนึ่งในนั้นถูกนำตัวออกไปโดยตำรวจ

ทั้งนี้ กลุ่มที่จัดกิจกรรมฉลองชัยชนะของนายทรัมป์ คือ กลุ่ม “อัลเทอนาทีฟ ไรท์” ซึ่งเห็นด้วยกับนโยบายบางเรื่องของทรัมป์ อาทิ การสร้างกำแพงปิดชายแดนที่ติดกับเม็กซิโก และเนรเทศผู้อพยพผิดกฎหมาย

นักศึกษามหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ออกมาเดินขบวนประท้วงต่อต้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สองหลังการเลือกตั้ง ด้านประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย หารือกับนายทรัมป์ทางโทรศัพท์เกี่ยวกับอนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

นักศึกษามหาวิทยาลัยหลายร้อยคนไม่ยอมเข้าชั้นเรียน และออกมาเดินประท้วงในเมืองซีแอตเติล และนครลอสแองเจลีสของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อประท้วงนาย ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นการเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของประท้วงทั่วสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดี

CHICAGO, IL - NOVEMBER 15: Students at the University of Chicago participate in a walk-out and rally to protest President-elect Donald Trump on November 15, 2016 in Chicago, Illinois. The walk-out was one of several staged today on Chicago-area campuses and one of many protests staged nationwide since Trump won the election. (Photo by Scott Olson/Getty Images)
นักศึกษาประท้วงนโยบายนาย ‘โดนัลด์ ทรัมป์’

ความวุ่นวายของประท้วงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องหลายวันทั่วสหรัฐฯ เป็นผลจากชัยชนะที่คาดไม่ถึงของนายทรัมป์ ประชาชนหลายหมื่นคนออกมาเดินขบวนในเมือง ตั้งแต่นครนิวยอร์กไปจนถึงนครลอสแองเจลีส หลังผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายนแสดงให้เห็นว่า นายทรัมป์ได้จำนวนตัวแทนคณะผู้เลือกตั้งมากกว่าครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 538 คน แม้ว่าหากนับคะแนนเสียงทั่วประเทศแล้วเขาได้น้อยกว่านางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตก็ตาม ทำให้เขาชนะการเลือกตั้ง

ขณะที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายทรัมป์ได้แต่งตั้งนายไรนซ์ พรีบัส ประธานคณะกรรมการแห่งชาติพรรครีพับลิกัน ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ โดยนายพรีบัส มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า ทรัมป์ ต้องการที่จะทำงานร่วมกับนายไรอัน และรัฐสภาสหรัฐฯที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก เพื่อทำให้การผลักดันเรื่องต่างๆของเขาผ่านสภาได้

นอกจากนี้นายทรัมป์ยังได้แต่งตั้งนายสตีเฟ่น แบนนอน ประธานการหาเสียงของนายทรัมป์ และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารเว็บไซต์ “ไบรต์บาร์ต นิวส์” เป็นหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์และที่ปรึกษาอาวุโสของเขาด้วย

ทั้งนี้ ตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานรัฐบาลชุดใหม่ จะทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดวาระ และกลั่นกรองเรื่องต่างๆให้แก่ประธานาธิบดี ถือเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่มีความสำคัญมากต่อประธานาธิบดีที่กำลังจะเข้ามาทำหน้าที่ ซึ่งนายทรัมป์ซึ่งจะขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 มกราคมปีหน้า หลังประธานาธิบดีนายบารัค โอบามา หมดวาระลง

ขณะที่ทีมงานเตรียมการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายทรัมป์ระบุในแถลงการณ์ว่า นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้คุยกับนายทรัมป์ทางโทรศัพท์เมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่า นายปูตินได้โทรมาเพื่อแสดงความยินดีกับชัยชนะของนายทรัมป์ และผู้นำทั้งสองได้มีการหารือกันในหลายประเด็น รวมถึง ภัยคุกคามร่วมกันของทั้งสองประเทศ กลยุทธ์ด้านเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯในด้านประวัติศาสตร์

นอกจากนี้ยังได้พูดถึงการปรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกลายเป็นปกติและเน้นย้ำความสำคัญของการสร้างพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติผ่านการค้าขาย และทั้งสองชาติยังจำเป็นต้องร่วมมือกันในการต่อสู้กับศัตรูหมายเลขหนึ่งของทั้งสองประเทศ นั่นก็คือ การก่อการร้ายข้ามชาติและแนวคิดหัวรุนแรง

ขณะที่ประธานาธิบดีโอบามา ของสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลปัจจุบันพร้อมที่จะถ่ายโอนอำนาจให้แก่ว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไปแล้ว โดยเขายังคงวิจารณ์อย่างสุภาพเกี่ยวกับความเหมาะสมของนายทรัมป์ในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า เขาเชื่อว่านายทรัมป์จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับความรับผิดชอบ และข้อเรียกร้องต่าง ๆ สำหรับการเป็นประธานาธิบดี

นอกจากนี้ในการพบกันที่ทำเนียบขาว เขายังแนะนำเกี่ยวกับ จะทำให้อย่างถึงโน้มน้าวกลุ่มต่างๆที่ไม่ได้สนับสนุนนายทรัมป์ได้ ทำอย่างไรจึงจะแสดงให้เห็นว่านายทรัมป์สนใจในประเด็นความกังวลของกลุ่มคนเหล่านั้น