‘โดนัลด์ ทรัมป์’ โทรจ้อผู้นำไต้หวัน กระทบนโยบายจีน

Home / ข่าวต่างประเทศ / ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ โทรจ้อผู้นำไต้หวัน กระทบนโยบายจีน

กระทรวงต่างประเทศจีนหลีกเลี่ยงการตอบโต้อย่างรุนแรง กรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์นโยบายต่างๆ หลังทางการจีนประท้วงเรื่องที่นายทรัมป์โทรศัพท์พูดคุยกับผู้นำไต้หวัน ซึ่งกระทบต่อนโยบายจีน

นายหลู คัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเมื่อวานนี้ว่า ทั้งโลกรับรู้ถึงจุดยืนที่ชัดเจนของจีนต่อประเด็นเรื่องไต้หวัน รวมทั้งคาดหวังว่านายทรัมป์และคณะทำงานจะนับเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งในนโยบาย โดยคำนึงถึงจีน

ABRIDGE, PA - OCTOBER 10: Republican candidate for President Donald J Trump speaks to supporters at a rally at Ambridge Area Senior High School on October 10, 2016 in Ambridge, Pennsylvania. Ambridge, Pennsylvania, named after the American Bridge Company, a steel fabricating plant that employed 60,000 workers is a traditionally Democratic stronghold, but is shifting Republican as a shrinking tax base and lost jobs having devastating economic effects on the former industrial community. (Photo by Jeff Swensen/Getty Images)

เขากล่าวด้วยว่า ประเด็นเรื่องไต้หวันมีความสำคัญมาก และมีความละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ รวมทั้งนโยบายจีนเดียวก็เป็นเงื่อนไขทางการเมืองเบื้องต้นที่มีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ที่มั่นคงและมีเสถียรภาพระหว่างกัน

การตอบโต้ของโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน เกิดขึ้นหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความแสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายด้านเศรษฐกิจและการทหารของจีน

โดยในวันเดียวกัน นายทรัมป์ทวีตข้อความว่า จีนเคยถามสหรัฐฯ หรือไม่ว่ารู้สึกอย่างไรกับการลดค่าเงิน ที่ทำให้บริษัทสหรัฐฯ แข่งขันได้ยากขึ้น การเก็บภาษีสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น แต่สหรัรฐฯ ไม่เก็บภาษีจากสินค้าจากจีน หรือสิ่งก่อสร้างด้านการทหารในทะเลจีนใต้

ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นายทรัมป์โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีไช่ อิง เหวิน ของไต้หวัน เป็นเวลา 10 นาที จนทำให้จีนออกมาประท้วงทางการทูตเมื่อวันเสาร์ โดยนายทรัมป์ระบุว่า ผู้นำไต้หวันโทรหาเขา ส่วนนายไมค์ เพนซ์ ว่าที่รองประธานาธิบดี ก็ระบุว่าเป็นการโทรตามมารยาท ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการทูตของสหรัฐฯ ที่มีต่อจีน

การพูดคุยกับผู้นำไต้หวันของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ครั้งนี้ ถือเป็นการติดต่อโดยตรงระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่ายครั้งแรก นับตั้งแต่ประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ เปลี่ยนท่าทีไปสนับสนุนจีน เมื่อปี 2522 และยอมรับว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน

ทางการจีนตำหนิ พร้อมกับยื่นประท้วงทางการทูตอย่างจริงจังต่อผู้ที่เกี่ยวข้องฝ่ายสหรัฐฯ โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นใคร แต่ตอบคำถามสื่อว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องคือใคร พร้อมย้ำว่าขณะนี้จีนก็ยังคงติดต่อกับคณะทำงานของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ขณะที่เมื่อวันเสาร์ นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กล่าวว่า นี่เป็นเรื่องหยุมหยิมที่ไต้หวันเริ่มขึ้น และไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายจีนเดียวได้ รวมทั้งเชื่อว่าจะไม่ส่งผลต่อนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ

ด้านนายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า คณะทำงานถ่ายโอนอำนาจของนายทรัมป์ยังไม่ได้ติดต่อกระทรวงต่างประเทศ เพื่อขอข้อมูลและคำแนะนำ ก่อนที่นายทรัมป์จะต่อสายถึงบรรดาผู้นำประเทศต่างๆ

เขาคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการรับคำแนะนำต่างๆ เพราะไม่ว่าจะเลือกปฏิบัติตามหรือไม่ ก็ทำให้เกิดปัญหาที่แตกต่างกัน