ญี่ปุ่นออกมาตรการ ป้องกันการเสียชีวิต จากการทำงานหนักเกินไป

Home / ข่าวต่างประเทศ, สกู๊ปข่าว / ญี่ปุ่นออกมาตรการ ป้องกันการเสียชีวิต จากการทำงานหนักเกินไป

กระทรวงแรงงานของญี่ปุ่นเปิดเผยมาตรการฉุกเฉินชุดใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์คนงานเสียชีวิตหรือฆ่าตัวตายอันเนื่องมาจากการทำงานหนักเกินไป ซึ่งมีจำนวนเฉลี่ยมากกว่า 200 คนต่อปี

กระทรวงแรงงานของญี่ปุ่นเปิดเผยมาตรการฉุกเฉินชุดใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์คนงานเสียชีวิตหรือฆ่าตัวตายอันเนื่องมาจากการทำงานหนักเกินไป โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อปลายปีที่แล้วเกิดเหตุการณ์คนงานหญิงคนหนึ่งของบริษัทเดนสึ ซึ่งเป็นบริษัทโฆษณารายใหญ่ของญี่ปุ่น ฆ่าตัวตายจากสาเหตุการทำงานหนักเกินไป

กระทรวงสาธารณสุข แรงงานและสวัสดิการสังคมของญี่ปุ่น ระบุว่า ทางกระทรวงจะเปิดเผยรายชื่อบริษัทที่มีพนักงานเข้าข่ายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในสถานที่ทำงาน หรือ มีพนักงานถูกบังคับใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายเป็นเวลาหลายชั่วโมงในที่ทำงานมากกว่าหนึ่งแห่งของบริษัท

นอกจากนี้ รัฐบาลยังพยายามที่จะแก้ปัญหาการใช้แรงงานเกินเวลาโดยที่นายจ้างไม่จ่ายเงินค่าล่วงเวลาให้ โดยกระทรวงแรงงานเตรียมที่จะออกหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับขอบเขตการทำงานสำหรับบริษัทต่าง ๆ เพื่อให้ทราบตรงกันว่า ในทางที่ถูกต้องนั้น พนักงานควรทำงานเป็นเวลากี่ชั่วโมง

สำนักข่าวเกียวโดระบุว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ตั้งเป้าที่จะร่างนโยบายใหม่ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้ ขณะที่มาตรการชุดใหม่ของกระทรวงแรงงาน ซึ่งรวมไปถึงมาตรการป้องกันปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตของพนักงานนั้น มีกำหนดที่จะบังคับใช้หลังจากเดือนมกราคมเป็นต้นไป

คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเห็นชอบรายงานเรื่องการเสียชีวิตจากการทำงานหนัก หรือ “คะโรชิ” โดยรายงานระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ การทำงานงานหนักเกินไปจนเสียชีวิตหรือฆ่าตัวตาย มีจำนวนมากกว่า 200 ครั้งต่อปี และสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีชาวญี่ปุ่นที่ทำงานหนักจนตายมากถึง 392 คนต่อปี

ทั้งนี้คำว่า คาโรชิ ได้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในช่วงปี 1970 ซึ่งเป็นยุคหลังสงครามของญี่ปุ่นที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว

บริษัทต่าง ๆ ในญี่ปุ่นมากกว่าร้อยละ 20 รายงานว่าพนักงานบางคนทำงานล่วงเวลามากกว่า 80 ชั่วโมงต่อเดือน ในปีที่ผ่านมา โดยการทำงานล่วงเวลา 80 ชั่วโมงต่อเดือนเรียกว่าเป็น “เส้นแห่งความตายจากการทำงานหนักเกินไป”

รัฐบาลญี่ปุ่นออกกฎหมายฉบับหนึ่งในปี 2557 เพื่อป้องกันการทำงานหนักจนตายและฆ่าตัวตายจากการทำงาน โดยหวังลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการทำงานหนักเกินไปให้เป็นศูนย์ ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานญี่ปุ่นระบุว่า ในปีงบประมาณ 2557 ซึ่งสิ้นสุดลงในเดือนมีนาคม 2558 คำขอเรียกเงินชดเชยจากกรณีคาโรชิ พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 1,456 ราย หลายกรณีอยู่ในงานด้านดูแลสุขภาพ บริการสังคม ขนส่ง และก่อสร้าง ซึ่งภาคส่วนทั้งหมดนี้กำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานเรื้อรัง

นายฮิโรชิ คาวาฮิโต เลขาธิการคณะกรรมการที่ปรึกษาแห่งชาติเพื่อเหยื่อคาโรชิ กล่าวว่า ตัวเลขที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้ราว 10 เท่า เนื่องจากรัฐบาลไม่ยอมรับว่าการเสียชีวิตดังกล่าวเป็นผลจากการทำงานมากเกินไป แม้รัฐบาลจะจัดการประชุมวิชาการหลายครั้ง และทำโปสเตอร์ให้ความรู้เรื่องคาโรชิ แต่นั่นเป็นแค่การโฆษณาชวนเชื่อ วิธีการแก้ปัญหาที่แท้จริงคือลดชั่วโมงการทำงานลง ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นยังจัดการกับเรื่องนี้ได้ไม่มากพอ

อย่างไรก็ตาม บริษัทจำนวนไม่น้อยได้หลบเลี่ยงไม่ให้มีการบันทึกการทำงานล่วงเวลาของพนักงาน เช่น ให้นำงานกลับไปทำที่บ้าน หรือลดเวลาทำงานโดยลดค่าจ้างด้วย และวิธีที่ใช้มากที่สุด คือ การรับพนักงานชั่วคราวที่รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงแทนพนักงานประจำ ขณะที่การเสียชีวิตระหว่างการทำงานหลายกรณีไม่ได้ยอมรับจากหน่วยงานรัฐว่าเกิดจากทำงานหนักจนเสียชีวิต