ประท้วงต่อต้าน ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ไม่จำกัดเพียงในสหรัฐฯ !!

Home / ข่าวต่างประเทศ / ประท้วงต่อต้าน ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ไม่จำกัดเพียงในสหรัฐฯ !!

ประเมินว่ามีผู้คนเกือบ 5 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ออกมาแสดงพลังต่อต้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ตามเมืองต่างๆ ในสหรัฐฯ รวมถึงเมืองสำคัญอื่นๆ ทั่วโลก

ผู้คนจำนวนหลายแสนคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ออกมาร่วมชุมนุมกันตามท้องถนนในเมืองหลักๆ ของสหรัฐฯ เมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อแสดงพลังต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยเลือกออกมาประท้วง 1 วันหลังจากที่นายทรัมป์ เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์

กลุ่มนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี ที่ไม่พอใจนโยบายต่างๆ ของผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ และพฤติกรรมของเขาที่แสดงถึงความเกลียดชังผู้หญิง เป็นหัวหอกในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ขึ้นในสหรัฐฯ เช่นเดียวกับกลุ่มที่เห็นพ้องต้องกันที่จัดการเดินขบวนประท้วงขึ้นในเมืองต่างๆ ทั่วโลก ในวันเดียวกัน โดยบรรดาผู้จัดกิจกรรมเชื่อว่า น่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม “วีเม่น มาร์ช” รวมกันเกือบ 5 ล้านคนทั่วโลก

กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งมีทั้งผู้อพยพชาวเม็กซิโก ชาวมุสลิม ผู้ทุพพลภาพ และนักสิ่งแวดล้อม พากันแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับคำพูดของนายทรัมป์ รวมถึงนโยบายต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มต่างๆ

ผู้ประท้วงต่างตะโกนสโลแกนต่างๆ อาทิ “เราต้องการผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่ผู้ที่ดีแต่พิมพ์ข้อความในทวิตเตอร์ และ “เฮ่-เฮ่ โฮ่ โฮ่ โดนัลด์ ทรัมป์ จะต้องออกไป” ในขณะที่ผู้หญิงหลายคนก็สวมหมวกไหมพรมที่มีรูปร่างคล้ายหูแมวสีชมพู หรือ ที่เรียกว่า “พุซซี่ แฮต” ซึ่งเป็นคำที่นายทรัมป์ เคยใช้พูดเหยียดผู้หญิงในคลิปวิดีโอเมื่อปี 2548

ผู้หญิงหลายคน มาเข้าร่วมการชุมนุมพร้อมกับแฟนหนุ่ม ในขณะที่บางคนก็พาสามีและลูกๆ มาเข้าร่วมการประท้วงที่จัดขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งไม่มีการยืนยันจำนวนผู้เข้าร่วม แต่น่าจะเกินกว่า 2 แสนคน เมื่อประเมินจากกลุ่มผู้ประท้วงที่ยืนเบียดกันรอบทำเนียบขาวและสวนสาธารณะเนชั่นแนล มอลล์

ด้านกลุ่มที่เรียกว่า “ซิสเตอร์ มาร์ช” ระบุว่า มีผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมประท้วงต้านผู้นำสหรัฐฯ ในนครลอสแองเจลิส ราว 7 แสน 5 หมื่นคน ขณะที่ตำรวจระบุว่า การชุมนุมครั้งนี้ ใหญ่กว่าการประท้วงของกลุ่มสนับสนุนผู้อพยพเมื่อปี 2549 ที่มีผู้เข้าร่วมราว 5 แสนคน

ขณะที่นายบิล เดอ บลาซิโอ้ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ระบุว่า มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมในนิวยอร์กประมาณ 4 แสนคน ส่วนในนครชิคาโก้ บอสตัน และเดนเวอร์ น่าจะมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมแห่งละประมาณ 2 แสนคน

โดนัลด์ ทรัมป์

กลุ่ม “ซิสเตอร์ มาร์ช” เปิดเผยข้อมูลว่า มีกลุ่มเครือข่ายผนึกกำลังจัดการประท้วงในลักษณะเดียวกับที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ราว 670 กลุ่มทั่วโลก และประเมินว่า มีผู้ที่ร่วมการประท้วงทั่วโลกมากกว่า 4 ล้าน 6 แสนคน

ในขณะที่นายทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ในวันเดียวกันว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับใช้พวกคุณชาวอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ทุกคน ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 45”

อย่างไรก็ตาม การประท้วงเมื่อวันเสาร์เป็นไปด้วยความสงบ แตกต่างจากการชุมนุมเมื่อวันศุกร์ที่ผู้ประท้วงบางส่วนทุบกระจกร้านค้าและจุดไฟเผายานพาหนะในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. รวมถึงปะทะกับตำรวจปราบจลาจล

ส่วนที่นครซิดนี่ย์ ของออสเตรเลีย ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมออกมารวมตัวกันแสดงพลังต่อต้านผู้นำคนใหม่สหรัฐฯ โดยมีผู้คนราว 3 พันคน ทั้งหญิงและชาย มาเข้าร่วมการเดินขบวนจากสวนสาธารณะ “ไฮด์ปาร์ก” เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานกงสุลสหรัฐฯ ที่ตั้งอยู่ใจกลางนครซิดนีย์

ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่า ผู้คนราว 2 พันคน ออกมาเดินขบวนอย่างสงบใน 4 เมืองของนิวซีแลนด์

เช่นเดียวกับในเมือง “อาจิจิก” เมืองท่องเที่ยวสำคัญในรัฐฮาลิสโก้ ของเม็กซิโก ก็เป็นอีกหนึ่งแห่งที่มีผู้คนเข้าร่วมการเดินขบวนต่อต้านประธานาธิบดีทรัมป์

“ไซดี้ เมดเล่ย์” ชาวอเมริกันที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่เมือง “อาจิจิก” ให้สัมภาษณ์ว่า กิจกรรม “วีเม่น มาร์ช” แสดงให้เห็นถึงความรักชาติในประเทศต่างๆ โดยผู้คนต่างก็กังวลเกี่ยวกับอนาคตของชาติ ไม่เพียงแค่เฉพาะชาวอเมริกันเท่านั้น แต่หมายถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

ด้านนายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ มีกำหนดการพบปะกับนางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันศุกร์ที่ 27 มกราคมนี้ รวมถึงประธานาธิบดีเอนริเก้ เปญญ่า นีโต้ ของเม็กซิโก ในวันที่ 31 มกราคม เพื่อหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการทูต

ขณะที่นายทรัมป์ ซึ่งสนับสนุนให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป ระบุว่า เขาต้องการที่จะหารือเรื่องข้อตกลงการค้ากับสหราชอาณาจักรโดยเร็ว นอกจากนี้ เขายังต้องการเจรจา ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ หรือ NAFTA ใหม่ กับแคนาดาและเม็กซิโก เพื่อเพิ่มประโยชน์ให้กับแรงงานชาวอเมริกัน