สหรัฐฯ สื่อมวลชน โดนัลด์ ทรัมป์

ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดศึกกับสื่อมวลชนสหรัฐฯ อีกครั้ง

Home / ข่าวต่างประเทศ / ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดศึกกับสื่อมวลชนสหรัฐฯ อีกครั้ง

ประธานาธิบดีทรัมป์ เปิดศึกกับสื่อมวลชนสหรัฐฯ อีกครั้ง ล่าสุด เขาทวีตวิดีโอที่ตนเองใช้ความรุนแรงบนเวทีมวยปล้ำ เพื่อพุ่งเป้าโจมตีสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ปะทะกับสื่อมวลชนอเมริกันอีกครั้ง โดยล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาได้ทวีตวิดีโอความยาว 28 วินาที ซึ่งเป็นวิดีโอมวยปล้ำที่เขาเคยเป็นแขกรับเชิญเมื่อปี 2550 ในวิดีโอเขาได้ล้มคู่ต่อสู้ลงอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงโห่ร้อง

โดยผู้ที่ถูกเขาล้มลงมีโลโก้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นปิดอยู่ใบหน้า ทั้งนี้ การทวีตดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่นายทรัมป์กำลังพักผ่อนในวันหยุด ก่อนที่จะเดินทางไปเข้าร่วมประชุมกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จี 20

ด้านสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้ออกแถลงการณ์ที่ระบุว่า เป็นวันที่น่าเศร้า เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งเสริมให้เกิดความรุนแรงต่อสื่อมวลชน ด้วยการแสดงพฤติกรรมที่ไม่ต่างจากผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และไม่สมศักดิ์ศรีกับตำแหน่งประธานาธิบดี แทนที่เขาจะทุ่มเทเวลาให้กับการเตรียมตัวเพื่อเดินทางไปเยือนต่างประเทศ และใส่ใจกับกฎหมายประกันสุขภาพ

พร้อมกับทิ้งท้ายว่า สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นจะยังคงทำงานต่อไป และประธานาธิบดีทรัมป์ก็ควรจะเริ่มทำงานของตนเองเสียที ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่นายทรัมป์จะทวิตวิดีโอมวยปล้ำนี้เพียง 1 วัน เขาได้กล่าวต่อหน้าผู้สนับสนุน ในงานที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องทหารผ่านศึก ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยได้กล่าวถึงสื่อว่า สื่อจอมปลอมกำลังพยายามปิดปากเรา แต่เราจะไม่มีวันยอม เพราะประชาชนรู้ว่าความจริงคืออะไร


อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายเดือนที่แล้ว นักข่าวซีเอ็นเอ็น 3 คน ได้ยื่นใบลาออก หลังจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นถอดบทความที่เขียนกล่าวหานายแอนโทนี ซคารามุซซี ที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทรัมป์ ออกจากเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นดอทคอม เนื่องจากบทความดังกล่าวเป็นการรายงานที่ไม่มีแหล่งอ้างอิงที่พิสูจน์ได้ด้านกระแสจากวงการสื่อสหรัฐฯ นั้นต่างออกมาประณามนายทรัมป์อย่างมาก

นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่า นายบรูซ บราวน์ ผู้อำนวยการ คณะกรรมาธิการผู้สื่อข่าวเพื่อเสรีภาพสื่อมวลชน ประณามวิดีโอมวยปล้ำของนายทรัมป์ว่า เป็นการข่มขู่ทางร่างกายที่ใช้ความรุนแรงต่อนักข่าว

ขณะที่ นายโธมัส บอสเสิร์ต ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิและการต่อต้านการก่อการร้ายประจำทำเนียบขาว กล่าวถึงกรณีนี้กับสถานีโทรทัศน์ เอบีซี นิวส์ ว่า เขาไม่คิดว่าวิดีโอนี้เป็นการข่มขู่ พร้อมทั้งกล่าวว่า นายทรัมป์เป็นประธานาธิบดีที่เปิดเผยตัวตนอย่างแท้จริง

การตอบโต้ดังกล่าวของนายบอสเสิร์ตนั้น ทำให้มีกระแสร้อนแรงโต้กลับ โดยนางสาวแอนนา นาวาร์โร นักวางยุทธศาสตร์ของพรรค รีพับลิกัน และผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ข่าวการเมืองของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอบีซี ว่า การตอบคำถามของนายบอสเสิร์ตคือส่วนหนึ่งของปัญหา เพราะเขาได้เพียงแต่เห็นด้วยกับนายทรัมป์ และหน้าที่ของที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ต้องยืนอยู่บนหลักประชาธิปไตย และเสรีภาพของสื่อมวลชน

นางสาวนาวาร์โร บอกอีกว่า การกระทำของนายทรัมป์เป็นการคุกคามสื่อ และเขาจะถูกใครสักคนกระทำให้ตายบนหน้าสื่อ ถึงจะหยุดการกระทำเช่นนี้

ทั้งนี้ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของประธานาธิบดีทรัมป์ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลายครั้ง ขณะที่โพลหลายสำนักระบุว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่รู้สึกไม่สบายใจกับพฤติกรรมการใช้ทวิตเตอร์ของผู้นำประเทศ

นางจูดิธ มิลเลอร์ นักข่าวสหรัฐฯ ชื่อดัง กล่าวถึงกรณีกับ ฟ็อกซ์ นิวส์ ว่า สื่อไม่ได้ตระหนักเลยว่า นายทรัมป์พยายามจะหันเหความสนใจของสื่อ เขาต้องการให้ตัวเองเป็นข่าวจากการทวีตรายวันและเขาก็ประสบความสำเร็จอย่างมากจากการทวีตโจมตีซีเอ็นเอ็น ทั้งนี้ นายทรัมป์ต้องการให้สื่อเบี่ยงเบนไปจากเรื่องที่เขากำลังถูกตั้งเป้าคือประเด็นความพยายามยกเลิกโอบามาแคร์ และการต่อต้านการห้ามชาวมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐฯ