ทางการจีนตามติด วางระบบจำหน้าประชาชนผ่านกล้องวงจรปิด

Home / ข่าวต่างประเทศ / ทางการจีนตามติด วางระบบจำหน้าประชาชนผ่านกล้องวงจรปิด

จีนได้นำเทคโนโลยีจดจำใบหน้ามาใช้งานควบคู่กับเครือข่ายกล้องวงจรปิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งใช้งานกล้องจำนวนหลายสิบล้านตัว

ทางการจีนได้เพิ่มศักยภาพของเครือข่ายกล้องวงจรปิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งทำงานร่วมกับกล้องจำนวนหลายสิบล้านตัว ด้วยการนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้ามาใช้งานควบคู่กันไปด้วย

นายซู ฉือเหิง หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท “เซนส์ไทม์” (Sense Time) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการจดจำใบหน้า เป็นหนึ่งในรุ่นของผู้ประกอบการวัยรุ่นยุคใหม่ที่ได้รับผลประโยชน์จากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และตลาดเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดที่ใหญ่ของจีน ซึ่งครั้งหนึ่งบริษัทของเขาเคยได้เงินสนับสนุนจากการระดมทุนคิดเป็นมูลค่าราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 66,000 ล้านบาท

นายหวัง เฉิงจิน ศาสตราจารย์ประจำคณะวิศวกรรมไฟฟ้าของมหาวิทยาลัย “ชิงหวา” ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจดจำใบหน้า ระบุว่า หนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของบริษัท เซนส์ไทม์ คือรัฐบาลจีน ที่ส่งเสริมให้พัฒนาเทคโนโลยีจดจำใบหน้า

ขณะเดียวกันผู้พัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวก็ต้องต่อสู้กับความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว โดยในจีนเองก็มีหลายคนที่ยังคงลังเลเกี่ยวกับเรื่องที่พวกเขาต้องถูกจับตาดูในทุกย่างก้าว แต่หากต้องเลือกระหว่างความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยแล้ว ศาสตราจารย์หวังคิดว่าชาวจีนควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากกว่า

ด้านบริษัท “คลาวด์วอล์ก” (Cloudwalk) ที่ให้บริการแก่หน่วยงานตำรวจท้องถิ่นหลายแห่งในจีน ก็กำลังพัฒนาเทคโนโลยีที่พวกเขาอ้างว่า สามารถรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุอาชญากรรมได้

รัฐบาลจีนกำลังสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่จะสามารถยืนยันตัวตนพลเมืองชาวจีนทุกคนได้ภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที เมื่อตรวจสอบผ่านเครือข่ายกล้องวงจรปิด ขณะที่บริษัทด้านเทคโนโลยีอื่นๆ ก็พยายามที่จะแก้ไขเรื่องที่ระบบจดจำใบหน้าในปัจจุบัน ยังคงไม่สามารถยืนยันตัวตนผู้คนได้

กลุ่มฮิวแมนไรท์วอช ระบุว่า รัฐบาลจีนพยายามที่จะสร้างฐานข้อมูลเสียงสำหรับใช้ยืนยันตัวตนด้วย โดยเมื่อปี 2558 ตำรวจได้เก็บตัวอย่างเสียงของพลเมืองจีนในมณฑลฮานฮุยจำนวน 70,000 เสียง นอกจากนี้ยังมีการใช้วิธีอื่นในการยืนยันตัวตน นั่นก็คือ ท่าทางการเดิน โดยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “เกต” (Gait) สามารถระบุตัวตนได้จากระยะทางการก้าวเท้าของผู้คน ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท “วาทริกซ์” ที่อ้างว่าเป็นผู้พัฒนาเทคนิคการจดจำตัวตนในเชิงพาณิชย์ที่ก้าวหน้ามากที่สุดในโลก

ปัจจุบันทาง “วาทริกซ์” ได้นำเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นไปใช้ทดสอบกับนักโทษ เพื่อประเมินว่าจะสามารถนำไปใช้งานจริงได้หรือไม่ นายฮวง หยงเจิน ซีอีโอของวาทริกซ์ ก็เหมือนกับนายซู ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท “เซนซ์ไทม์” ที่กังวลว่าเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด