สุดเศร้า ! หนุ่มไทยผู้นำเยาวชนที่สหรัฐฯ ถูกสาดน้ำกรดสาหัส-ตาบอด

Home / ข่าวต่างประเทศ / สุดเศร้า ! หนุ่มไทยผู้นำเยาวชนที่สหรัฐฯ ถูกสาดน้ำกรดสาหัส-ตาบอด

เพื่อนเร่งระดมทุนช่วยเหลือ คริสโตเฟอร์ ผิวทอง หนุ่มไทยในสหรัฐฯ ถูกบุกสาดน้ำกรดถึงในบ้าน จนตาบอดสนิท รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ยังไม่ทราบสาเหตุที่ถูกบุกทำร้าย 

เว็บไซต์ ‘สยามทาวน์ยูเอส’ รายงานข่าวกรณี เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2018 ที่ผ่านมานายคริสโตเฟอร์ ผิวทอง ชายเชื้อชาติไทยอายุ 27 ปี ผู้นำเยาวชน เมนเทอร์ในโบสถ์ ถูกคนร้ายบุกเข้าไปในบ้านในขณะที่กำลังอาบน้ำอยู่ ซึ่งบ้านห่างจากเมืองแนชวิลล์ไปเพียง 25 ไมล์ โดยคนร้ายใช้น้ำกรดที่มีความรุนแรงสาดไปยังใบหน้าและร่างกายส่วนบนของคริสโตเฟอร์ ทำให้เขาตาบอดสนิท ส่วนร่างกายไหม้เกรียม ได้รับบาดเจ็บถึง 60 เปอร์เซนต์ของร่างกาย โดยรายการจากตำรวจเมือง Smyrna ระบุว่าคริสโตเฟอร์อยู่บ้านคนเดียวในเวลาดังกล่าว และไม่ทราบสาเหตุของการลงมือของคนร้าย

พร้อมกันนี้ สยามทาวน์ฯ ได้มีโอกาสสอบถามไปยังคนรู้จักของคริสโตเฟอร์ พวกเขาเล่าว่าคริสโตเฟอร์ เป็นเด็กดี ได้ทำกิจกรรมให้กับโบสถ์ศาสนาคริสต์มาตลอดทั้งชีวิต โดยปัจจุบันพ่อและแม่ของคริสโตเฟอร์เป็นครูสอนศาสนาหรืออาจารย์ (Pastor) อยู่ในสังกัดของ Salvation Army Thailand ในประเทศไทยมาแล้ว 4 ปี  โดยก่อนหน้านี้อยู่ที่เมืองแนชวิลล์ สหรัฐอเมริกามา 12 ปี ขณะที่นายคริสโตเฟอร์ไเลือกที่จะอยู่ที่สหรัฐอเมริกาต่อ เพราะต้องการปฎิบัติกิจกรรมทางศาสนา

คริสโตเฟอร์ ผิวทอง
คริสโตเฟอร์ ผิวทอง

พร้อมกันนี้มีการเปิดเผยข้อมูลด้วยว่า ในทุก ๆ วันอาทิตย์คริสโตเฟอร์จะสอนเด็กที่ Salvation Army และโบสถ์แสงสว่าง และในช่วงบ่ายสอนเด็กชาวเมียนมาร์ นอกเหนือจากนั้นเขายังเป็นพี่เลี้ยง เมนเทอร์และผู้นำเยาวชนในโบสถ์และศูนย์อีกด้วย ส่วนงานประจำทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งหนึ่งแผนก Payment and Payroll

สาวนทางด้านนาย Michael Chaverst เพื่อนสนิทของคริสโตเฟอร์ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่คิดว่าเพื่อนของเขาจะมีศัตรูหรือมีปัญหากับใครมาก่อน เพราะเขาเป็นผู้ให้และมุ่งมั่นในการทำงานทางด้านศาสนา และมีความสนใจในดนตรีคริสเตียนแนวฮิปฮอป

อย่างไรก็ตาม อาการล่าสุดของนายคริสโตเฟอร์ จะต้องเข้ารับการผ่าตัดเป็นครั้งที่ 4 โดยอาการดีขึ้นตามลำดับหลังผ่าตัดมาก่อนหน้านี้ ขณะที่เพื่อน ๆ ของเขาได้ตั้งกองทุนผ่าน gofundme.com เพื่อช่วยค่ารักษาพยาบาล เนื่องจากนายคริสโตเฟอร์ไม่มีประกันชีวิต

ขอบคุณที่มาจาก www.siamtownus.com